LHK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHK
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
+0.02 (+0.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11661 out_tok=2745 at=2026-07-25T20:14:56 --> # LHK กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 70% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ## รายได้-กำไร เติบโตโดดเด่นจากยอดขายท่อไอเสียรถยนต์และราคาโลหะที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมค่าใช้จ่าย บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 64.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสินค้าท่อไอเสียรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 8.7% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LHK ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายสินค้าท่อไอเสียรถยนต์** ซึ่งเป็นสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นดี ประกอบกับ **ราคาตลาดของสินค้าโลหะและอโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เติบโตถึง 70.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การกลับมามียอดจำหน่ายสูงขึ้นของบริษัทย่อยผู้ผลิตท่อไอเสียรถยนต์ เกิดจากการฟื้นตัวอย่างมากของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะยอดการผลิตเพื่อขายในประเทศที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และการที่สินค้าสเตนเลสและโลหะอื่นๆ มีราคาสูงขึ้นตามตลาดโลกในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ได้ส่งผลดีต่อยอดขายและกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ โดยรวม ในส่วนของต้นทุนขาย แม้จะเพิ่มขึ้น 5.4% แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายที่ 7.8% ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นดีขึ้น โดยสัดส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 15.84% ในปีก่อน เป็น 17.71% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายและยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสเตนเลสที่มีกำไรขั้นต้นสูง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงมีการควบคุมและระมัดระวังในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขาย ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงจาก 2.41% เป็น 1.99% ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดโลก** จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว และความต้องการสินค้าในตลาดโลกยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่ราคาโลหะและอโลหะปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรในรอบนี้ ซึ่งราคาดังกล่าวมีความผันผวนตามสถานการณ์การค้าทั่วโลก และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรได้ในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q4/2564 เติบโต 70.1% YoY** แตะ 64.73 ล้านบาท * **รายได้จากการขายและบริการ Q4/2564 เพิ่มขึ้น 7.8% YoY** อยู่ที่ 693.04 ล้านบาท * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 โตกว่า 214.5% YoY** อยู่ที่ 158.66 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น Q4/2564 ปรับตัวดีขึ้น** จาก 15.84% เป็น 17.71% * **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 10.9% YoY** จากการควบคุมค่าใช้จ่าย ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 64.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 693.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จาก 643.13 ล้านบาท ในปีก่อน ส่วนผลประกอบการงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 158.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 214.5% เมื่อเทียบกับ 50.45 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 1,988.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.4% จาก 1,573.62 ล้านบาท ในปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดขายท่อไอเสียรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการกลับมาของอุปสงค์ในภาคยานยนต์ * **ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ * **ราคาโลหะและอโลหะที่สูงขึ้น:** ส่งผลดีต่อยอดขายและกำไรขั้นต้นของสินค้าที่บริษัทฯ จำหน่าย ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ราคาโลหะและอโลหะปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหนุนกำไร แต่ก็อาจเป็นความเสี่ยงหากราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว * **สถานการณ์การค้าทั่วโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การค้าอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้า * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 687.19 ล้านบาท เป็น 506.04 ล้านบาท อาจต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและต่างประเทศ * ทิศทางราคาวัตถุดิบโลหะและอโลหะในตลาดโลก * การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน * การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยที่ควรจับตาสำหรับธุรกิจที่มีการส่งออก/นำเข้า) * การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึง "ยอดผลิตในปริมาณที่สูงเพื่อสนับสนุนการขาย" ซึ่งบ่งชี้ว่าโรงงานมีการทำงานที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึง "ยอดจำหน่ายสูงขึ้น" และ "ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึง "ราคาตลาดที่เพิ่มขึ้นของสินค้าโลหะและอโลหะ" และ "สินค้าสเตนเลสและโลหะอื่นๆ มีราคาตามตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างมาก" ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรขั้นต้น * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 15.84% ใน Q4/2563 เป็น 17.71% ใน Q4/2564 และจาก 12.38% ใน 9 เดือนแรกปี 2563 เป็น 16.74% ใน 9 เดือนแรกปี 2564 * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึง "ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้น" ซึ่งอาจรวมถึงการส่งออก * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ชัดเจนในส่วนของกำไร แต่มีรายการ "ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด" ในงบกระแสเงินสด ซึ่งมีผลเล็กน้อย * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 506.04 ล้านบาท ณ สิ้น มี.ค. 64 เป็น 687.19 ล้านบาท ณ สิ้น ธ.ค. 64 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น ธ.ค. 64 อยู่ที่ 2,164.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,093.21 ล้านบาท ณ สิ้น มี.ค. 64 * **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นเป็น 687.19 ล้านบาท (31.74% ของสินทรัพย์รวม) จาก 506.04 ล้านบาท (24.18%) * **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้นเป็น 582.53 ล้านบาท (26.91%) จาก 556.31 ล้านบาท (26.58%) * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้นเป็น 572.45 ล้านบาท ณ สิ้น ธ.ค. 64 จาก 461.12 ล้านบาท ณ สิ้น มี.ค. 64 โดยมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการซื้อสินค้าเพิ่มด้วยราคาสูงขึ้น * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อยู่ที่ 0.36 ณ สิ้น ธ.ค. 64 เพิ่มขึ้นจาก 0.28 ณ สิ้น มี.ค. 64 * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 94.51 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64 ลดลงจาก 204.59 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้มากขึ้น * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไปสุทธิ 61.69 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64 * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไปสุทธิ 198.55 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64 ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล 228.10 ล้านบาท * **เงินสดสุทธิ:** ลดลง 42.25 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64 ## สรุปท้าย LHK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 70.1% จากแรงหนุนหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ยอดขายท่อไอเสียรถยนต์ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาโลหะที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดโลก ช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าสินค้าคงคลังและหนี้สินจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่ขยายตัว แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,665.06 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62 ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64 %
กำไรสุทธิ
119.03 ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,665.06
-1.96%
2,718.23
—
2,816.91
+0.94%
2,790.68
+24.17%
2,247.54
-19.03%
2,775.93
+334.12%
กำไรขั้นต้น
363.62
+10.45%
329.20
—
338.59
-25.53%
454.68
+48.70%
305.78
-6.99%
328.75
+331.66%
ค่าใช้จ่ายรวม
174.07
+3.59%
168.04
—
169.26
+2.70%
164.80
-0.95%
166.38
-11.84%
188.72
+301.90%
กำไรสุทธิ
119.03
+12.50%
105.81
—
106.52
-49.68%
211.69
+108.84%
101.36
+16.58%
86.95
+415.85%
กำไรต่อหุ้น
0.31
+12.68%
0.28
—
0.28
-49.73%
0.55
+108.68%
0.27
+16.74%
0.23
+415.91%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
13.64
+12.63%
12.11
—
12.02
-26.21%
16.29
+19.78%
13.60
+14.86%
11.84
-0.59%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.53
+5.66%
6.18
—
6.01
+1.69%
5.91
-20.14%
7.40
+8.82%
6.80
-7.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.47
+14.91%
3.89
—
3.78
-50.20%
7.59
+68.29%
4.51
+44.09%
3.13
+18.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.20
+5.26%
0.19
—
0.19
+11.76%
0.17
0.17
0.17
ROE(%)
8.62
+11.08%
7.76
—
7.43
-48.44%
14.41
+148.02%
5.81
5.81
ROA(%)
9.92
+6.44%
9.32
—
9.02
-38.05%
14.56
+91.08%
7.62
7.62
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
0.38
—
0.35
-12.50%
0.40
+25.00%
0.32
0.32
P/E
10.45
-15.93%
12.43
—
21.02
+97.74%
10.63
+36.46%
7.79
-52.96%
16.56
+63.96%
P/BV
0.96
+2.13%
0.94
—
1.22
-10.29%
1.36
+38.78%
0.98
+38.03%
0.71
-2.74%
BV
3.74
+4.47%
3.58
—
3.56
-1.93%
3.63
-4.72%
3.81
+4.96%
3.63
-1.89%
YIELD(%)
7.26
-2.42%
7.44
—
6.45
-51.17%
13.21
+63.90%
8.06
-6.17%
8.59
-36.84%
ราคาหุ้น
3.58
+6.55%
3.36
—
4.34
-11.79%
4.92
+32.26%
3.72
+45.31%
2.56
-5.88%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,630.02
+2.83%
1,585.17
+8.86%
—
1,486.29
-13.26%
1,713.59
+17.51%
1,458.24
+0.33%
1,453.46
-15.20%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
511.63
-1.81%
521.03
-3.50%
—
580.16
-4.17%
605.42
-4.65%
634.97
-4.53%
665.08
+5.32%
รวมสินทรัพย์
2,141.65
+1.68%
2,106.20
+5.52%
—
2,066.45
-10.89%
2,319.01
+10.79%
2,093.21
-1.20%
2,118.54
-9.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
541.48
+0.18%
540.49
+19.20%
—
507.27
-18.51%
622.47
+47.72%
421.38
-4.27%
440.19
-30.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
47.68
+35.24%
35.26
+2.77%
—
33.83
-4.47%
35.42
-10.88%
39.74
-8.04%
43.22
+4.48%
รวมหนี้สิน
589.16
+2.33%
575.74
+18.04%
—
541.11
-17.75%
657.89
+42.67%
461.12
-4.61%
483.41
-28.82%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,552.48
+1.44%
1,530.45
+1.47%
—
1,364.32
-9.24%
1,661.12
+1.78%
1,632.09
-0.19%
1,635.13
-1.88%
D/E
0.38
0.38
—
0.40
0.40
0.28
0.30
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.62
7.76
—
7.43
14.41
5.81
5.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.92
9.32
—
9.02
14.56
7.62
7.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.01
2.93
—
2.93
2.75
3.21
3.21
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.02
1.74
—
1.67
1.54
2.06
2.06
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
84.98
73.25
—
0.00
0.00
77.69
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
93.93
89.59
—
0.00
0.00
100.75
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.67
62.92
—
0.00
0.00
68.41
0.00
วงจรเงินสด
114.24
99.92
—
0.00
0.00
110.03
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
185.94
+300.82%
46.39
—
235.31
+71.85%
136.93
-42.81%
239.43
-17.41%
289.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-12.66
+192.38%
-4.33
—
-3.36
-106.65%
50.54
+149.21%
20.28
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-95.41
-1.25%
-96.62
—
-280.72
+29.39%
-216.96
+41.67%
-153.15
-23.94%
-201.35
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
361.44
-13.17%
416.26
+73.72%
—
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%
314.32
-35.72%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
439.23
+21.52%
361.44
-13.17%
—
239.61
-16.92%
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%