บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11661 out_tok=2745 at=2026-07-25T20:14:56 -->
# LHK กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 70% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
## รายได้-กำไร เติบโตโดดเด่นจากยอดขายท่อไอเสียรถยนต์และราคาโลหะที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 64.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสินค้าท่อไอเสียรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 8.7%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LHK ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายสินค้าท่อไอเสียรถยนต์** ซึ่งเป็นสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นดี ประกอบกับ **ราคาตลาดของสินค้าโลหะและอโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เติบโตถึง 70.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การกลับมามียอดจำหน่ายสูงขึ้นของบริษัทย่อยผู้ผลิตท่อไอเสียรถยนต์ เกิดจากการฟื้นตัวอย่างมากของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะยอดการผลิตเพื่อขายในประเทศที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และการที่สินค้าสเตนเลสและโลหะอื่นๆ มีราคาสูงขึ้นตามตลาดโลกในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ได้ส่งผลดีต่อยอดขายและกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ โดยรวม
ในส่วนของต้นทุนขาย แม้จะเพิ่มขึ้น 5.4% แต่ก็เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายที่ 7.8% ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นดีขึ้น โดยสัดส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 15.84% ในปีก่อน เป็น 17.71% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายและยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสเตนเลสที่มีกำไรขั้นต้นสูง
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงมีการควบคุมและระมัดระวังในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขาย ทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายลดลงจาก 2.41% เป็น 1.99%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดโลก**
จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว และความต้องการสินค้าในตลาดโลกยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่ราคาโลหะและอโลหะปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรในรอบนี้ ซึ่งราคาดังกล่าวมีความผันผวนตามสถานการณ์การค้าทั่วโลก และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2564 เติบโต 70.1% YoY** แตะ 64.73 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการ Q4/2564 เพิ่มขึ้น 7.8% YoY** อยู่ที่ 693.04 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 โตกว่า 214.5% YoY** อยู่ที่ 158.66 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q4/2564 ปรับตัวดีขึ้น** จาก 15.84% เป็น 17.71%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 10.9% YoY** จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 64.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 693.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จาก 643.13 ล้านบาท ในปีก่อน
ส่วนผลประกอบการงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 158.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 214.5% เมื่อเทียบกับ 50.45 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 1,988.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.4% จาก 1,573.62 ล้านบาท ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดขายท่อไอเสียรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงการกลับมาของอุปสงค์ในภาคยานยนต์
* **ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้
* **ราคาโลหะและอโลหะที่สูงขึ้น:** ส่งผลดีต่อยอดขายและกำไรขั้นต้นของสินค้าที่บริษัทฯ จำหน่าย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ราคาโลหะและอโลหะปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหนุนกำไร แต่ก็อาจเป็นความเสี่ยงหากราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
* **สถานการณ์การค้าทั่วโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การค้าอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้า
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 687.19 ล้านบาท เป็น 506.04 ล้านบาท อาจต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและต่างประเทศ
* ทิศทางราคาวัตถุดิบโลหะและอโลหะในตลาดโลก
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยที่ควรจับตาสำหรับธุรกิจที่มีการส่งออก/นำเข้า)
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึง "ยอดผลิตในปริมาณที่สูงเพื่อสนับสนุนการขาย" ซึ่งบ่งชี้ว่าโรงงานมีการทำงานที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึง "ยอดจำหน่ายสูงขึ้น" และ "ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง"
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึง "ราคาตลาดที่เพิ่มขึ้นของสินค้าโลหะและอโลหะ" และ "สินค้าสเตนเลสและโลหะอื่นๆ มีราคาตามตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างมาก" ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 15.84% ใน Q4/2563 เป็น 17.71% ใน Q4/2564 และจาก 12.38% ใน 9 เดือนแรกปี 2563 เป็น 16.74% ใน 9 เดือนแรกปี 2564
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึง "ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่สูงขึ้น" ซึ่งอาจรวมถึงการส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ชัดเจนในส่วนของกำไร แต่มีรายการ "ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด" ในงบกระแสเงินสด ซึ่งมีผลเล็กน้อย
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 506.04 ล้านบาท ณ สิ้น มี.ค. 64 เป็น 687.19 ล้านบาท ณ สิ้น ธ.ค. 64
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น ธ.ค. 64 อยู่ที่ 2,164.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,093.21 ล้านบาท ณ สิ้น มี.ค. 64
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นเป็น 687.19 ล้านบาท (31.74% ของสินทรัพย์รวม) จาก 506.04 ล้านบาท (24.18%)
* **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้นเป็น 582.53 ล้านบาท (26.91%) จาก 556.31 ล้านบาท (26.58%)
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้นเป็น 572.45 ล้านบาท ณ สิ้น ธ.ค. 64 จาก 461.12 ล้านบาท ณ สิ้น มี.ค. 64 โดยมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการซื้อสินค้าเพิ่มด้วยราคาสูงขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อยู่ที่ 0.36 ณ สิ้น ธ.ค. 64 เพิ่มขึ้นจาก 0.28 ณ สิ้น มี.ค. 64
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 94.51 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64 ลดลงจาก 204.59 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้มากขึ้น
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไปสุทธิ 61.69 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไปสุทธิ 198.55 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64 ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล 228.10 ล้านบาท
* **เงินสดสุทธิ:** ลดลง 42.25 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 64
## สรุปท้าย
LHK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 70.1% จากแรงหนุนหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ยอดขายท่อไอเสียรถยนต์ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับราคาโลหะที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดโลก ช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าสินค้าคงคลังและหนี้สินจะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่ขยายตัว แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,665.06
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62
ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64
%
กำไรสุทธิ
119.03
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
185.94
+300.82%
|
46.39
|
— |
235.31
+71.85%
|
136.93
-42.81%
|
239.43
-17.41%
|
289.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-12.66
+192.38%
|
-4.33
|
— |
-3.36
-106.65%
|
50.54
+149.21%
|
20.28
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-95.41
-1.25%
|
-96.62
|
— |
-280.72
+29.39%
|
-216.96
+41.67%
|
-153.15
-23.94%
|
-201.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
361.44
-13.17%
|
416.26
+73.72%
|
— |
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|
314.32
-35.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
439.23
+21.52%
|
361.44
-13.17%
|
— |
239.61
-16.92%
|
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|