บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10227 out_tok=2798 at=2026-07-25T19:09:23 -->
# LHK กำไรสุทธิ Q4/2565 ดิ่ง 70.8% รับแรงกดดันราคาโลหะ-เศรษฐกิจชะลอ
## รายได้-กำไรหดตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากอุปสงค์ที่ลดลงในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 18.91 ล้านบาท ลดลง 70.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ราคาตลาดสินค้าโลหะและอโลหะปรับลดลง และอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มอิ่มตัวทั้งตลาดในประเทศและส่งออก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการทำกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ LHK ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวลดลงของราคาตลาดสินค้าโลหะและอโลหะ ประกอบกับอุปสงค์ที่ชะลอตัวในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงถึง 70.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มชะลอตัว** จากการที่ธนาคารกลางหลายประเทศทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้กำลังซื้อโดยรวมลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เริ่มอิ่มตัวหลังผู้คนกลับไปทำงานตามปกติ ทำให้กำลังซื้อทั้งตลาดในประเทศและส่งออกลดลง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง การชะลอตัวนี้ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตในระยะสั้น เกิดการหดตัวของอุปทาน และทำให้อัตราการทำกำไรปรับลดลง นอกจากนี้ ราคาตลาดสินค้าโลหะและอโลหะที่ลดลงก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันรายได้และอัตรากำไร
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 50.6% โดยมีผลกระทบหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อต่างประเทศที่หดตัวในช่วงไตรมาส 3
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การปรับตัวลดลงของราคาตลาดและอุปสงค์ที่ชะลอตัวเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะถัดไป แต่มีการกล่าวถึงว่าภาวะการขาดแคลนชิปในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มผ่อนคลาย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับบางส่วนของธุรกิจ แต่โดยรวมแล้ว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 ลดลง 70.8%** เหลือ 18.91 ล้านบาท จาก 64.73 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการ Q4/2565 ลดลง 2.9%** อยู่ที่ 672.80 ล้านบาท โดยมีปัจจัยจากราคาตลาดสินค้าโลหะและอโลหะที่ลดลง
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.3%** ใน Q4/2565 อยู่ที่ 594.77 ล้านบาท แม้รายได้ลดลง เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้น Q4/2565 หดตัว** เหลือ 11.60% จาก 17.71% ในปีก่อน เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นในสินค้ากลุ่มโลหะลดลง
* **ภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิลดลง 50.6%** อยู่ที่ 78.40 ล้านบาท โดยมีผลกระทบหลักจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 18.91 ล้านบาท ลดลง 70.8% เมื่อเทียบกับ 64.73 ล้านบาทในปีก่อนหน้า รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 672.80 ล้านบาท ลดลง 2.9% จาก 693.04 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่ายอดขายสินค้าท่อไอเสียรถยนต์จะปรับตัวดีขึ้น แต่ราคาตลาดสินค้าโลหะและอโลหะที่ลดลงส่งผลกระทบต่อรายได้โดยรวม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.3% เป็น 594.77 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 78.40 ล้านบาท ลดลง 50.6% เมื่อเทียบกับ 158.66 ล้านบาทในปีก่อนหน้า รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.2% เป็น 2,033.03 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 7.9% เป็น 1,786.17 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง
## โอกาส
* **การผ่อนคลายภาวะขาดแคลนชิปในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์:** อาจส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มยานยนต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายบริษัท
* **การนำเศษวัสดุจากการแปรรูปไปจำหน่าย:** เป็นรายได้เสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้อื่นให้กับบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบประเภทสเตนเลสและโลหะอื่นๆ เป็นต้นทุนหลักของบริษัท และมีความผันผวนตามราคาตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบริษัท
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบโลหะและอโลหะ:** จะมีทิศทางอย่างไรในไตรมาสถัดไป
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมยานยนต์:** จะกลับมาเติบโตได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง:** เพื่อรองรับความผันผวนของราคาและอุปสงค์
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุเป็นปัจจัยหลัก แต่ก็อาจมีผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึง "กำลังการผลิตในระยะสั้น" ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุปสงค์
* **Order Book:** ไม่มีการกล่าวถึง Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย โดยระบุว่าราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.3% ใน Q4/2565 และ 7.9% ใน 9 เดือนแรกปี 2565
* **GPM (Gross Profit Margin):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย Q4/2565 อยู่ที่ 11.60% จาก 17.71% ในปีก่อนหน้า และ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 12.14% จาก 16.74% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามราคาตลาดโลก ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงยอดขายส่งออกที่ลดลงในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจน
* **สินค้าคงคลัง:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 687.26 ล้านบาท ลดลงจาก 745.56 ล้านบาท ณ สิ้นมีนาคม 2565 โดยระบุว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานลดลงจากการจัดหาสินค้าคงเหลืออย่างรวดเร็วในระยะสั้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,971.64 ล้านบาท ลดลงจาก 2,319.00 ล้านบาท ณ สิ้นมีนาคม 2565 สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง โดยมีสินค้าคงเหลือ 687.26 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า 559.05 ล้านบาท ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิอยู่ที่ 504.83 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 453.85 ล้านบาท ลดลงจาก 622.47 ล้านบาท ณ สิ้นมีนาคม 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการชำระคืนเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,484.14 ล้านบาท ลดลงจาก 1,661.11 ล้านบาท ณ สิ้นมีนาคม 2565 ส่วนใหญ่เกิดจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 245.12 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.33 ณ สิ้นปี 2565 ลดลงจาก 0.40 ณ สิ้นมีนาคม 2565
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดสุทธิ 81.08 ล้านบาท ลดลงจาก 94.51 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีผลประกอบการเป็นบวก แต่ถูกหักล้างด้วยการเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ -1.99 ล้านบาท
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ -242.51 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผลจำนวน 289.76 ล้านบาท
* **เงินสดสุทธิลดลง:** จำนวน 163.42 ล้านบาท
## สรุปท้าย
LHK เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นหดตัว แม้จะมีสัญญาณบวกจากการผ่อนคลายปัญหาขาดแคลนชิปในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่การฟื้นตัวของอุปสงค์โดยรวมและการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไปในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,665.06
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62
ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64
%
กำไรสุทธิ
119.03
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
185.94
+300.82%
|
46.39
|
— |
235.31
+71.85%
|
136.93
-42.81%
|
239.43
-17.41%
|
289.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-12.66
+192.38%
|
-4.33
|
— |
-3.36
-106.65%
|
50.54
+149.21%
|
20.28
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-95.41
-1.25%
|
-96.62
|
— |
-280.72
+29.39%
|
-216.96
+41.67%
|
-153.15
-23.94%
|
-201.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
361.44
-13.17%
|
416.26
+73.72%
|
— |
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|
314.32
-35.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
439.23
+21.52%
|
361.44
-13.17%
|
— |
239.61
-16.92%
|
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|