LHK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHK
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
+0.02 (+0.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11977 out_tok=2947 at=2026-07-25T20:33:16 --> LHK Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 211% รับอานิสงส์ราคาตลาดฟื้น-คุมต้นทุน ราคาขายสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยหลักหนุนผลประกอบการ LHK ในไตรมาส 3/2564 ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรกกำไรโตกว่า 6 เท่าตัว บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 46.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 แต่การฟื้นตัวของราคาตลาดโลกและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LHK ในไตรมาส 3/2564 และครึ่งปีแรก คือ **การฟื้นตัวของราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) ที่สูงขึ้นตามสภาวะตลาดโลก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ราคาขายสินค้าปรับตัวสูงขึ้น:** เอกสารระบุชัดเจนว่า ราคาขายโดยเฉลี่ยของสินค้ากลุ่มหลัก เช่น สแตนเลส ทองแดง อลูมิเนียม และเหล็กเคลือบสังกะสี ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากตามสภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้นในปีปัจจุบัน สาเหตุมาจากสถานการณ์กำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มผ่อนคลายและมีการลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับไตรมาส 3/2564 ราคาตลาดที่ฟื้นตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 22.8% * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างการผลิตและควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น (ต้นทุนขายเพิ่ม 17.7% เทียบกับยอดขายเพิ่ม 22.8% ใน Q3/2564) และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 16.08% เพิ่มขึ้นจาก 12.43% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายในกลุ่มยานยนต์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และในงวดครึ่งปีแรก GPM อยู่ที่ 16.22% เพิ่มขึ้นจาก 9.99% ในปีก่อน เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสินค้าจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** เอกสารระบุว่า การปรับตัวของราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาโลหะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจโลกและอุปทาน-อุปสงค์ ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ นอกจากนี้ บริษัทได้เน้นการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ปัจจัยด้านราคาขายมีแนวโน้มต่อเนื่องหากสภาวะตลาดโลกยังคงสนับสนุน แต่การบริหารต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ Q3/2564 พุ่ง 211.3% YoY** แตะ 46.79 ล้านบาท * **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 22.8% YoY** เป็น 637.44 ล้านบาท จากน้ำหนักขายและราคาขายที่สูงขึ้น * **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 9 เดือนแรกปี 2564 โตกว่า 6 เท่า** เป็น 93.92 ล้านบาท จาก 12.40 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2564 ขยายตัวสู่ 16.08%** จาก 12.43% ในปีก่อน จากราคาขายที่สูงขึ้นและควบคุมต้นทุนได้ดี * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 14.9%** ณ สิ้น ก.ย. 64 เป็น 581.54 ล้านบาท เทียบกับ มี.ค. 64 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 46.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 637.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% จากน้ำหนักขายและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 17.7% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับงวดครึ่งปีแรกสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ 143.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 549.3% และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 93.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 657.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 1,295.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.2% จากน้ำหนักขายในกลุ่มท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียม และเหล็กเคลือบสังกะสี ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่ยอดขายในกลุ่มยานยนต์มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น สะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตจากภาคอุตสาหกรรมนี้ * **ความต้องการสินค้าโลหะที่สูงขึ้น:** สภาวะกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่ปรับตัวสูงขึ้นภายหลังจากสถานการณ์โรคระบาดเริ่มผ่อนคลาย เป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายสินค้า * **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มส่วนต่างกำไรขั้นต้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ราคาโลหะจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะเริ่มผ่อนคลาย แต่มาตรการควบคุมโรคระบาดที่อาจกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง หรือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของสินค้า * **การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินค้าหลัก เช่น สแตนเลส ทองแดง อลูมิเนียม ซึ่งอาจมีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาโลหะในตลาดโลก:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น สแตนเลส ทองแดง อลูมิเนียม ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับตัวลดลง * **ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book):** ประเมินแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต โดยเฉพาะจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน * **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจมีผลต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและรายได้จากการส่งออก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการกล่าวถึงการปรับโครงสร้างการผลิต บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่เข้ามา * **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุว่าต้นทุนขายส่วนใหญ่มาจากวัตถุดิบประเภทสแตนเลสรีดเย็นและเกรดเฉพาะ และราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ * **GPM:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/2564 และ 9 เดือนแรกปี 2564 จาก 12.43% และ 9.99% เป็น 16.08% และ 16.22% ตามลำดับ * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การกล่าวถึงราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก บ่งชี้ถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออก * **ค่าเงิน:** ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นจาก 506.04 ล้านบาท ณ มี.ค. 64 เป็น 581.54 ล้านบาท ณ ก.ย. 64 คิดเป็น 26.72% ของสินทรัพย์รวม ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น ก.ย. 2564 อยู่ที่ 2,176.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,093.21 ล้านบาท ณ มี.ค. 2564 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 581.54 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า 552.19 ล้านบาท * **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น ก.ย. 2564 อยู่ที่ 526.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 461.12 ล้านบาท ณ มี.ค. 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการซื้อสินค้าเพิ่ม * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น ก.ย. 2564 อยู่ที่ 1,650.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,632.09 ล้านบาท ณ มี.ค. 2564 จากกำไรสะสม * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.32 ณ ก.ย. 2564 เพิ่มขึ้นจาก 0.28 ณ มี.ค. 2564 * **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดสุทธิ 146.44 ล้านบาท (เทียบกับ 148.51 ล้านบาทในปีก่อน) จากผลประกอบการและเงินทุนหมุนเวียน * **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 7.74 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้ออุปกรณ์ * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 113.56 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผล * **เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น:** 25.25 ล้านบาท ## สรุปท้าย LHK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 211.3% จากปัจจัยหลักคือการปรับตัวขึ้นของราคาขายสินค้าตามตลาดโลก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการให้เติบโตต่อไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,665.06 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62 ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64 %
กำไรสุทธิ
119.03 ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,665.06
-1.96%
2,718.23
—
2,816.91
+0.94%
2,790.68
+24.17%
2,247.54
-19.03%
2,775.93
+334.12%
กำไรขั้นต้น
363.62
+10.45%
329.20
—
338.59
-25.53%
454.68
+48.70%
305.78
-6.99%
328.75
+331.66%
ค่าใช้จ่ายรวม
174.07
+3.59%
168.04
—
169.26
+2.70%
164.80
-0.95%
166.38
-11.84%
188.72
+301.90%
กำไรสุทธิ
119.03
+12.50%
105.81
—
106.52
-49.68%
211.69
+108.84%
101.36
+16.58%
86.95
+415.85%
กำไรต่อหุ้น
0.31
+12.68%
0.28
—
0.28
-49.73%
0.55
+108.68%
0.27
+16.74%
0.23
+415.91%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
13.64
+12.63%
12.11
—
12.02
-26.21%
16.29
+19.78%
13.60
+14.86%
11.84
-0.59%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.53
+5.66%
6.18
—
6.01
+1.69%
5.91
-20.14%
7.40
+8.82%
6.80
-7.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.47
+14.91%
3.89
—
3.78
-50.20%
7.59
+68.29%
4.51
+44.09%
3.13
+18.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.20
+5.26%
0.19
—
0.19
+11.76%
0.17
0.17
0.17
ROE(%)
8.62
+11.08%
7.76
—
7.43
-48.44%
14.41
+148.02%
5.81
5.81
ROA(%)
9.92
+6.44%
9.32
—
9.02
-38.05%
14.56
+91.08%
7.62
7.62
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
0.38
—
0.35
-12.50%
0.40
+25.00%
0.32
0.32
P/E
10.45
-15.93%
12.43
—
21.02
+97.74%
10.63
+36.46%
7.79
-52.96%
16.56
+63.96%
P/BV
0.96
+2.13%
0.94
—
1.22
-10.29%
1.36
+38.78%
0.98
+38.03%
0.71
-2.74%
BV
3.74
+4.47%
3.58
—
3.56
-1.93%
3.63
-4.72%
3.81
+4.96%
3.63
-1.89%
YIELD(%)
7.26
-2.42%
7.44
—
6.45
-51.17%
13.21
+63.90%
8.06
-6.17%
8.59
-36.84%
ราคาหุ้น
3.58
+6.55%
3.36
—
4.34
-11.79%
4.92
+32.26%
3.72
+45.31%
2.56
-5.88%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,630.02
+2.83%
1,585.17
+8.86%
—
1,486.29
-13.26%
1,713.59
+17.51%
1,458.24
+0.33%
1,453.46
-15.20%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
511.63
-1.81%
521.03
-3.50%
—
580.16
-4.17%
605.42
-4.65%
634.97
-4.53%
665.08
+5.32%
รวมสินทรัพย์
2,141.65
+1.68%
2,106.20
+5.52%
—
2,066.45
-10.89%
2,319.01
+10.79%
2,093.21
-1.20%
2,118.54
-9.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
541.48
+0.18%
540.49
+19.20%
—
507.27
-18.51%
622.47
+47.72%
421.38
-4.27%
440.19
-30.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
47.68
+35.24%
35.26
+2.77%
—
33.83
-4.47%
35.42
-10.88%
39.74
-8.04%
43.22
+4.48%
รวมหนี้สิน
589.16
+2.33%
575.74
+18.04%
—
541.11
-17.75%
657.89
+42.67%
461.12
-4.61%
483.41
-28.82%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,552.48
+1.44%
1,530.45
+1.47%
—
1,364.32
-9.24%
1,661.12
+1.78%
1,632.09
-0.19%
1,635.13
-1.88%
D/E
0.38
0.38
—
0.40
0.40
0.28
0.30
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.62
7.76
—
7.43
14.41
5.81
5.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.92
9.32
—
9.02
14.56
7.62
7.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.01
2.93
—
2.93
2.75
3.21
3.21
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.02
1.74
—
1.67
1.54
2.06
2.06
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
84.98
73.25
—
0.00
0.00
77.69
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
93.93
89.59
—
0.00
0.00
100.75
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.67
62.92
—
0.00
0.00
68.41
0.00
วงจรเงินสด
114.24
99.92
—
0.00
0.00
110.03
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
185.94
+300.82%
46.39
—
235.31
+71.85%
136.93
-42.81%
239.43
-17.41%
289.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-12.66
+192.38%
-4.33
—
-3.36
-106.65%
50.54
+149.21%
20.28
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-95.41
-1.25%
-96.62
—
-280.72
+29.39%
-216.96
+41.67%
-153.15
-23.94%
-201.35
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
361.44
-13.17%
416.26
+73.72%
—
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%
314.32
-35.72%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
439.23
+21.52%
361.44
-13.17%
—
239.61
-16.92%
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%