LHK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHK
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11977 out_tok=2947 at=2026-07-25T20:33:16 --> LHK Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 211% รับอานิสงส์ราคาตลาดฟื้น-คุมต้นทุน ราคาขายสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยหลักหนุนผลประกอบการ LHK ในไตรมาส 3/2564 ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ขณะที่ภาพรวมครึ่งปีแรกกำไรโตกว่า 6 เท่าตัว บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 46.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 แต่การฟื้นตัวของราคาตลาดโลกและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LHK ในไตรมาส 3/2564 และครึ่งปีแรก คือ **การฟื้นตัวของราคาขายสินค้าเฉลี่ย (ASP) ที่สูงขึ้นตามสภาวะตลาดโลก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ราคาขายสินค้าปรับตัวสูงขึ้น:** เอกสารระบุชัดเจนว่า ราคาขายโดยเฉลี่ยของสินค้ากลุ่มหลัก เช่น สแตนเลส ทองแดง อลูมิเนียม และเหล็กเคลือบสังกะสี ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากตามสภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้นในปีปัจจุบัน สาเหตุมาจากสถานการณ์กำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มผ่อนคลายและมีการลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับไตรมาส 3/2564 ราคาตลาดที่ฟื้นตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 22.8% * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างการผลิตและควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น (ต้นทุนขายเพิ่ม 17.7% เทียบกับยอดขายเพิ่ม 22.8% ใน Q3/2564) และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 16.08% เพิ่มขึ้นจาก 12.43% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายในกลุ่มยานยนต์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และในงวดครึ่งปีแรก GPM อยู่ที่ 16.22% เพิ่มขึ้นจาก 9.99% ในปีก่อน เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสินค้าจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** เอกสารระบุว่า การปรับตัวของราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาโลหะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจโลกและอุปทาน-อุปสงค์ ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ นอกจากนี้ บริษัทได้เน้นการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น ปัจจัยด้านราคาขายมีแนวโน้มต่อเนื่องหากสภาวะตลาดโลกยังคงสนับสนุน แต่การบริหารต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ Q3/2564 พุ่ง 211.3% YoY** แตะ 46.79 ล้านบาท * **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 22.8% YoY** เป็น 637.44 ล้านบาท จากน้ำหนักขายและราคาขายที่สูงขึ้น * **กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 9 เดือนแรกปี 2564 โตกว่า 6 เท่า** เป็น 93.92 ล้านบาท จาก 12.40 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2564 ขยายตัวสู่ 16.08%** จาก 12.43% ในปีก่อน จากราคาขายที่สูงขึ้นและควบคุมต้นทุนได้ดี * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 14.9%** ณ สิ้น ก.ย. 64 เป็น 581.54 ล้านบาท เทียบกับ มี.ค. 64 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 46.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 211.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 637.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% จากน้ำหนักขายและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 17.7% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับงวดครึ่งปีแรกสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ 143.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 549.3% และมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 93.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 657.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 1,295.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.2% จากน้ำหนักขายในกลุ่มท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียม และเหล็กเคลือบสังกะสี ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่ยอดขายในกลุ่มยานยนต์มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น สะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตจากภาคอุตสาหกรรมนี้ * **ความต้องการสินค้าโลหะที่สูงขึ้น:** สภาวะกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่ปรับตัวสูงขึ้นภายหลังจากสถานการณ์โรคระบาดเริ่มผ่อนคลาย เป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายสินค้า * **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มส่วนต่างกำไรขั้นต้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ราคาโลหะจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะเริ่มผ่อนคลาย แต่มาตรการควบคุมโรคระบาดที่อาจกลับมาเข้มงวดอีกครั้ง หรือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของสินค้า * **การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินค้าหลัก เช่น สแตนเลส ทองแดง อลูมิเนียม ซึ่งอาจมีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาโลหะในตลาดโลก:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น สแตนเลส ทองแดง อลูมิเนียม ว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับตัวลดลง * **ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book):** ประเมินแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต โดยเฉพาะจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน * **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจมีผลต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและรายได้จากการส่งออก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการกล่าวถึงการปรับโครงสร้างการผลิต บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่เข้ามา * **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุว่าต้นทุนขายส่วนใหญ่มาจากวัตถุดิบประเภทสแตนเลสรีดเย็นและเกรดเฉพาะ และราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ * **GPM:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/2564 และ 9 เดือนแรกปี 2564 จาก 12.43% และ 9.99% เป็น 16.08% และ 16.22% ตามลำดับ * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การกล่าวถึงราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก บ่งชี้ถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งออก * **ค่าเงิน:** ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นจาก 506.04 ล้านบาท ณ มี.ค. 64 เป็น 581.54 ล้านบาท ณ ก.ย. 64 คิดเป็น 26.72% ของสินทรัพย์รวม ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น ก.ย. 2564 อยู่ที่ 2,176.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,093.21 ล้านบาท ณ มี.ค. 2564 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 581.54 ล้านบาท และลูกหนี้การค้า 552.19 ล้านบาท * **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น ก.ย. 2564 อยู่ที่ 526.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 461.12 ล้านบาท ณ มี.ค. 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการซื้อสินค้าเพิ่ม * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น ก.ย. 2564 อยู่ที่ 1,650.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,632.09 ล้านบาท ณ มี.ค. 2564 จากกำไรสะสม * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.32 ณ ก.ย. 2564 เพิ่มขึ้นจาก 0.28 ณ มี.ค. 2564 * **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดสุทธิ 146.44 ล้านบาท (เทียบกับ 148.51 ล้านบาทในปีก่อน) จากผลประกอบการและเงินทุนหมุนเวียน * **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 7.74 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้ออุปกรณ์ * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 113.56 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผล * **เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น:** 25.25 ล้านบาท ## สรุปท้าย LHK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 211.3% จากปัจจัยหลักคือการปรับตัวขึ้นของราคาขายสินค้าตามตลาดโลก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการให้เติบโตต่อไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,665.06 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62 ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64 %
กำไรสุทธิ
119.03 ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,665.06
-1.96%
2,718.23
2,816.91
+0.94%
2,790.68
+24.17%
2,247.54
-19.03%
2,775.93
+334.12%
กำไรขั้นต้น
363.62
+10.45%
329.20
338.59
-25.53%
454.68
+48.70%
305.78
-6.99%
328.75
+331.66%
ค่าใช้จ่ายรวม
174.07
+3.59%
168.04
169.26
+2.70%
164.80
-0.95%
166.38
-11.84%
188.72
+301.90%
กำไรสุทธิ
119.03
+12.50%
105.81
106.52
-49.68%
211.69
+108.84%
101.36
+16.58%
86.95
+415.85%
กำไรต่อหุ้น
0.31
+12.68%
0.28
0.28
-49.73%
0.55
+108.68%
0.27
+16.74%
0.23
+415.91%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
13.64
+12.63%
12.11
12.02
-26.21%
16.29
+19.78%
13.60
+14.86%
11.84
-0.59%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.53
+5.66%
6.18
6.01
+1.69%
5.91
-20.14%
7.40
+8.82%
6.80
-7.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.47
+14.91%
3.89
3.78
-50.20%
7.59
+68.29%
4.51
+44.09%
3.13
+18.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.20
+5.26%
0.19
0.19
+11.76%
0.17
0.17
0.17
ROE(%)
8.62
+11.08%
7.76
7.43
-48.44%
14.41
+148.02%
5.81
5.81
ROA(%)
9.92
+6.44%
9.32
9.02
-38.05%
14.56
+91.08%
7.62
7.62
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
0.38
0.35
-12.50%
0.40
+25.00%
0.32
0.32
P/E
11.39
-8.37%
12.43
21.02
+97.74%
10.63
+36.46%
7.79
-52.96%
16.56
+63.96%
P/BV
0.97
+3.19%
0.94
1.22
-10.29%
1.36
+38.78%
0.98
+38.03%
0.71
-2.74%
BV
3.63
+1.40%
3.58
3.56
-1.93%
3.63
-4.72%
3.81
+4.96%
3.63
-1.89%
YIELD(%)
7.34
-1.34%
7.44
6.45
-51.17%
13.21
+63.90%
8.06
-6.17%
8.59
-36.84%
ราคาหุ้น
3.54
+5.36%
3.36
4.34
-11.79%
4.92
+32.26%
3.72
+45.31%
2.56
-5.88%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.63

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,630.02
+2.83%
1,585.17
+8.86%
1,486.29
-13.26%
1,713.59
+17.51%
1,458.24
+0.33%
1,453.46
-15.20%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
511.63
-1.81%
521.03
-3.50%
580.16
-4.17%
605.42
-4.65%
634.97
-4.53%
665.08
+5.32%
รวมสินทรัพย์
2,141.65
+1.68%
2,106.20
+5.52%
2,066.45
-10.89%
2,319.01
+10.79%
2,093.21
-1.20%
2,118.54
-9.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
541.48
+0.18%
540.49
+19.20%
507.27
-18.51%
622.47
+47.72%
421.38
-4.27%
440.19
-30.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
47.68
+35.24%
35.26
+2.77%
33.83
-4.47%
35.42
-10.88%
39.74
-8.04%
43.22
+4.48%
รวมหนี้สิน
589.16
+2.33%
575.74
+18.04%
541.11
-17.75%
657.89
+42.67%
461.12
-4.61%
483.41
-28.82%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,552.48
+1.44%
1,530.45
+1.47%
1,364.32
-9.24%
1,661.12
+1.78%
1,632.09
-0.19%
1,635.13
-1.88%
D/E
0.38
0.38
0.40
0.40
0.28
0.30
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.62
7.76
7.43
14.41
5.81
5.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.92
9.32
9.02
14.56
7.62
7.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.01
2.93
2.93
2.75
3.21
3.21
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.02
1.74
1.67
1.54
2.06
2.06
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
84.98
73.25
0.00
0.00
77.69
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
93.93
89.59
0.00
0.00
100.75
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.67
62.92
0.00
0.00
68.41
0.00
วงจรเงินสด
114.24
99.92
0.00
0.00
110.03
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
185.94
+300.82%
46.39
235.31
+71.85%
136.93
-42.81%
239.43
-17.41%
289.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-12.66
+192.38%
-4.33
-3.36
-106.65%
50.54
+149.21%
20.28
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-95.41
-1.25%
-96.62
-280.72
+29.39%
-216.96
+41.67%
-153.15
-23.94%
-201.35
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
361.44
-13.17%
416.26
+73.72%
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%
314.32
-35.72%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
439.23
+21.52%
361.44
-13.17%
239.61
-16.92%
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%