LHK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHK
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
+0.02 (+0.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9046 out_tok=2808 at=2026-07-25T20:45:30 --> LHK กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 21.1% รับแรงกดดันราคาโลหะโลกชะลอตัว ฝ่ายจัดการ LHK เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 5.6% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 9.9% และการแข่งขันด้านราคา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ของ LHK ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 21.1% มาอยู่ที่ 37.19 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้รายได้จากการขายและบริการจะยังคงเติบโตได้ 5.6% **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาตลาดของสินค้าประเภทโลหะที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง** ตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ประกอบกับ **ต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** ตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะและอโลหะ ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบแคบลง นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาในตลาดก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ต่ำลง แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของสินค้าในกลุ่มสินค้าหลักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ ตามสภาวะของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้นในปีปัจจุบัน แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่า (9.9%) เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ (5.6%) สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อ GPM โดยตรง **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** จากข้อมูลในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาตลาดที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามสภาวะทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มชะลอตัว" และ "ต้นทุนเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ" ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อไปหากสภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวและราคาวัตถุดิบยังคงผันผวน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่ายังคงมีความต้องการสินค้าอยู่ แต่ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายอาจมีข้อจำกัดจากการแข่งขัน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 21.1% YoY:** อยู่ที่ 37.19 ล้านบาท จาก 47.12 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 5.6% YoY:** อยู่ที่ 695.01 ล้านบาท จาก 658.01 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยสินค้าที่สูงขึ้น * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.9% YoY:** อยู่ที่ 604.85 ล้านบาท จาก 550.45 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลง:** อยู่ที่ 12.97% จาก 16.35% ในปีก่อน สาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคา * **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 813.04 ล้านบาท จาก 745.56 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็น 35.58% ของสินทรัพย์รวม * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ:** อยู่ที่ -104.66 ล้านบาท จาก 77.01 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาของสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 37.19 ล้านบาท ลดลง 9.93 ล้านบาท หรือลดลง 21.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 5.6% เป็น 695.01 ล้านบาท อันเนื่องมาจากราคาขายเฉลี่ยสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 9.9% เป็น 604.85 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.35% เหลือ 12.97% ## โอกาส * **ราคาขายเฉลี่ยสินค้าปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขาย แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน * **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 182.0%:** ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายเศษเหล็ก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการแปรรูป ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง * **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ความผันผวนของราคาโลหะในตลาดโลกส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น * **การแข่งขันด้านราคา:** ส่งผลกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ต่ำลง * **ปริมาณขายลดลงในบางกลุ่มสินค้า:** เช่น ท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียม, เหล็กเคลือบสังกะสี และสเตนเลสทุกกลุ่ม เนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอและความล่าช้าในการก่อสร้างภาคเอกชน * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ:** เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาโลหะและวัตถุดิบ:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง * **การปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความสามารถในการปรับกลยุทธ์การขายและการผลิตเพื่อรับมือกับอุปสงค์ที่อาจชะลอตัว * **การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านราคา * **แนวโน้มการเบิกจ่ายงบประมาณการก่อสร้าง:** ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งส่งผลต่อปริมาณขายสินค้าบางประเภท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึง "สถานการณ์กำลังผลิตที่ไม่เพียงพอในภูมิภาค" ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างสูง หรือปัญหาคอขวดในการผลิต/จัดหาวัตถุดิบ * **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึง "ปริมาณขายลดลงในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียม และ เหล็กเคลือบสังกะสี และสเตนเลสทุกกลุ่ม" ซึ่งอาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่ลดลงในบางกลุ่ม * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและ GPM โดยตรง เอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบประเภทโลหะปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก * **GPM:** หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.35% เป็น 12.97% ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่กดดันกำไร * **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึง "ราคาขายโดยเฉลี่ยของสินค้าในกลุ่มสินค้าหลักทั้งหมดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง" ซึ่งอาจรวมถึงตลาดส่งออกด้วย * **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็น 813.04 ล้านบาท จาก 745.56 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับราคาที่สูงขึ้น หรือการผลิตที่มากกว่ายอดขายในไตรมาสนี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อยจาก 2,319.00 ล้านบาท เป็น 2,284.86 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส * **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นเป็น 813.04 ล้านบาท (35.58% ของสินทรัพย์รวม) จาก 745.56 ล้านบาท (32.15% ของสินทรัพย์รวม) * **ลูกหนี้การค้า:** ลดลงเล็กน้อยเป็น 624.01 ล้านบาท (27.31% ของสินทรัพย์รวม) จาก 661.51 ล้านบาท (28.53% ของสินทรัพย์รวม) * **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 657.89 ล้านบาท เป็น 602.62 ล้านบาท * **เงินกู้ยืมระยะสั้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 57.01 ล้านบาท เป็น 133.88 ล้านบาท * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 1,661.11 ล้านบาท เป็น 1,682.24 ล้านบาท โดยมีผลกำไรเบ็ดเสร็จรวม 46.09 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 24.96 ล้านบาท * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.40 เป็น 0.36 * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ติดลบ 104.66 ล้านบาท จากบวก 77.01 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** เป็นบวกเล็กน้อย 2.64 ล้านบาท * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** เป็นบวก 51.07 ล้านบาท จากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นสุทธิ 76.87 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 24.96 ล้านบาท ## สรุปท้าย LHK เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2565 จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคา แม้รายได้จะเติบโตได้จากราคาขายที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง 21.1% สิ่งที่ต้องจับตาคือแนวโน้มราคาโลหะและวัตถุดิบ รวมถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เพื่อประคองอัตรากำไรและรักษากระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้กลับมาเป็นบวกในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,665.06 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62 ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64 %
กำไรสุทธิ
119.03 ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,665.06
-1.96%
2,718.23
—
2,816.91
+0.94%
2,790.68
+24.17%
2,247.54
-19.03%
2,775.93
+334.12%
กำไรขั้นต้น
363.62
+10.45%
329.20
—
338.59
-25.53%
454.68
+48.70%
305.78
-6.99%
328.75
+331.66%
ค่าใช้จ่ายรวม
174.07
+3.59%
168.04
—
169.26
+2.70%
164.80
-0.95%
166.38
-11.84%
188.72
+301.90%
กำไรสุทธิ
119.03
+12.50%
105.81
—
106.52
-49.68%
211.69
+108.84%
101.36
+16.58%
86.95
+415.85%
กำไรต่อหุ้น
0.31
+12.68%
0.28
—
0.28
-49.73%
0.55
+108.68%
0.27
+16.74%
0.23
+415.91%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
13.64
+12.63%
12.11
—
12.02
-26.21%
16.29
+19.78%
13.60
+14.86%
11.84
-0.59%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.53
+5.66%
6.18
—
6.01
+1.69%
5.91
-20.14%
7.40
+8.82%
6.80
-7.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.47
+14.91%
3.89
—
3.78
-50.20%
7.59
+68.29%
4.51
+44.09%
3.13
+18.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.20
+5.26%
0.19
—
0.19
+11.76%
0.17
0.17
0.17
ROE(%)
8.62
+11.08%
7.76
—
7.43
-48.44%
14.41
+148.02%
5.81
5.81
ROA(%)
9.92
+6.44%
9.32
—
9.02
-38.05%
14.56
+91.08%
7.62
7.62
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
0.38
—
0.35
-12.50%
0.40
+25.00%
0.32
0.32
P/E
10.45
-15.93%
12.43
—
21.02
+97.74%
10.63
+36.46%
7.79
-52.96%
16.56
+63.96%
P/BV
0.96
+2.13%
0.94
—
1.22
-10.29%
1.36
+38.78%
0.98
+38.03%
0.71
-2.74%
BV
3.74
+4.47%
3.58
—
3.56
-1.93%
3.63
-4.72%
3.81
+4.96%
3.63
-1.89%
YIELD(%)
7.26
-2.42%
7.44
—
6.45
-51.17%
13.21
+63.90%
8.06
-6.17%
8.59
-36.84%
ราคาหุ้น
3.58
+6.55%
3.36
—
4.34
-11.79%
4.92
+32.26%
3.72
+45.31%
2.56
-5.88%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,630.02
+2.83%
1,585.17
+8.86%
—
1,486.29
-13.26%
1,713.59
+17.51%
1,458.24
+0.33%
1,453.46
-15.20%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
511.63
-1.81%
521.03
-3.50%
—
580.16
-4.17%
605.42
-4.65%
634.97
-4.53%
665.08
+5.32%
รวมสินทรัพย์
2,141.65
+1.68%
2,106.20
+5.52%
—
2,066.45
-10.89%
2,319.01
+10.79%
2,093.21
-1.20%
2,118.54
-9.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
541.48
+0.18%
540.49
+19.20%
—
507.27
-18.51%
622.47
+47.72%
421.38
-4.27%
440.19
-30.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
47.68
+35.24%
35.26
+2.77%
—
33.83
-4.47%
35.42
-10.88%
39.74
-8.04%
43.22
+4.48%
รวมหนี้สิน
589.16
+2.33%
575.74
+18.04%
—
541.11
-17.75%
657.89
+42.67%
461.12
-4.61%
483.41
-28.82%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,552.48
+1.44%
1,530.45
+1.47%
—
1,364.32
-9.24%
1,661.12
+1.78%
1,632.09
-0.19%
1,635.13
-1.88%
D/E
0.38
0.38
—
0.40
0.40
0.28
0.30
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.62
7.76
—
7.43
14.41
5.81
5.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.92
9.32
—
9.02
14.56
7.62
7.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.01
2.93
—
2.93
2.75
3.21
3.21
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.02
1.74
—
1.67
1.54
2.06
2.06
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
84.98
73.25
—
0.00
0.00
77.69
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
93.93
89.59
—
0.00
0.00
100.75
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.67
62.92
—
0.00
0.00
68.41
0.00
วงจรเงินสด
114.24
99.92
—
0.00
0.00
110.03
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
185.94
+300.82%
46.39
—
235.31
+71.85%
136.93
-42.81%
239.43
-17.41%
289.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-12.66
+192.38%
-4.33
—
-3.36
-106.65%
50.54
+149.21%
20.28
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-95.41
-1.25%
-96.62
—
-280.72
+29.39%
-216.96
+41.67%
-153.15
-23.94%
-201.35
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
361.44
-13.17%
416.26
+73.72%
—
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%
314.32
-35.72%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
439.23
+21.52%
361.44
-13.17%
—
239.61
-16.92%
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%