บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9046 out_tok=2808 at=2026-07-25T20:45:30 -->
LHK กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 21.1% รับแรงกดดันราคาโลหะโลกชะลอตัว
ฝ่ายจัดการ LHK เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 5.6% จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 9.9% และการแข่งขันด้านราคา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ของ LHK ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 21.1% มาอยู่ที่ 37.19 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** แม้รายได้จากการขายและบริการจะยังคงเติบโตได้ 5.6%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาตลาดของสินค้าประเภทโลหะที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง** ตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ประกอบกับ **ต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** ตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะและอโลหะ ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบแคบลง นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาในตลาดก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ต่ำลง
แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของสินค้าในกลุ่มสินค้าหลักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ ตามสภาวะของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้นในปีปัจจุบัน แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่า (9.9%) เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ (5.6%) สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อ GPM โดยตรง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาตลาดที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามสภาวะทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มชะลอตัว" และ "ต้นทุนเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ" ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อไปหากสภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวและราคาวัตถุดิบยังคงผันผวน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่ายังคงมีความต้องการสินค้าอยู่ แต่ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายอาจมีข้อจำกัดจากการแข่งขัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 21.1% YoY:** อยู่ที่ 37.19 ล้านบาท จาก 47.12 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 5.6% YoY:** อยู่ที่ 695.01 ล้านบาท จาก 658.01 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยสินค้าที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.9% YoY:** อยู่ที่ 604.85 ล้านบาท จาก 550.45 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลง:** อยู่ที่ 12.97% จาก 16.35% ในปีก่อน สาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคา
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 813.04 ล้านบาท จาก 745.56 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็น 35.58% ของสินทรัพย์รวม
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ:** อยู่ที่ -104.66 ล้านบาท จาก 77.01 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาของสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 37.19 ล้านบาท ลดลง 9.93 ล้านบาท หรือลดลง 21.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 5.6% เป็น 695.01 ล้านบาท อันเนื่องมาจากราคาขายเฉลี่ยสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 9.9% เป็น 604.85 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.35% เหลือ 12.97%
## โอกาส
* **ราคาขายเฉลี่ยสินค้าปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขาย แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 182.0%:** ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายเศษเหล็ก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการแปรรูป
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ความผันผวนของราคาโลหะในตลาดโลกส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันด้านราคา:** ส่งผลกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ต่ำลง
* **ปริมาณขายลดลงในบางกลุ่มสินค้า:** เช่น ท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียม, เหล็กเคลือบสังกะสี และสเตนเลสทุกกลุ่ม เนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอและความล่าช้าในการก่อสร้างภาคเอกชน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ:** เป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาโลหะและวัตถุดิบ:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง
* **การปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความสามารถในการปรับกลยุทธ์การขายและการผลิตเพื่อรับมือกับอุปสงค์ที่อาจชะลอตัว
* **การควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านราคา
* **แนวโน้มการเบิกจ่ายงบประมาณการก่อสร้าง:** ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งส่งผลต่อปริมาณขายสินค้าบางประเภท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึง "สถานการณ์กำลังผลิตที่ไม่เพียงพอในภูมิภาค" ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างสูง หรือปัญหาคอขวดในการผลิต/จัดหาวัตถุดิบ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึง "ปริมาณขายลดลงในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียม และ เหล็กเคลือบสังกะสี และสเตนเลสทุกกลุ่ม" ซึ่งอาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่ลดลงในบางกลุ่ม
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและ GPM โดยตรง เอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบประเภทโลหะปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก
* **GPM:** หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.35% เป็น 12.97% ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่กดดันกำไร
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึง "ราคาขายโดยเฉลี่ยของสินค้าในกลุ่มสินค้าหลักทั้งหมดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง" ซึ่งอาจรวมถึงตลาดส่งออกด้วย
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็น 813.04 ล้านบาท จาก 745.56 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับราคาที่สูงขึ้น หรือการผลิตที่มากกว่ายอดขายในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อยจาก 2,319.00 ล้านบาท เป็น 2,284.86 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นเป็น 813.04 ล้านบาท (35.58% ของสินทรัพย์รวม) จาก 745.56 ล้านบาท (32.15% ของสินทรัพย์รวม)
* **ลูกหนี้การค้า:** ลดลงเล็กน้อยเป็น 624.01 ล้านบาท (27.31% ของสินทรัพย์รวม) จาก 661.51 ล้านบาท (28.53% ของสินทรัพย์รวม)
* **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 657.89 ล้านบาท เป็น 602.62 ล้านบาท
* **เงินกู้ยืมระยะสั้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 57.01 ล้านบาท เป็น 133.88 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 1,661.11 ล้านบาท เป็น 1,682.24 ล้านบาท โดยมีผลกำไรเบ็ดเสร็จรวม 46.09 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 24.96 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.40 เป็น 0.36
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ติดลบ 104.66 ล้านบาท จากบวก 77.01 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** เป็นบวกเล็กน้อย 2.64 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** เป็นบวก 51.07 ล้านบาท จากการรับเงินกู้ยืมระยะสั้นสุทธิ 76.87 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 24.96 ล้านบาท
## สรุปท้าย
LHK เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2565 จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคา แม้รายได้จะเติบโตได้จากราคาขายที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง 21.1% สิ่งที่ต้องจับตาคือแนวโน้มราคาโลหะและวัตถุดิบ รวมถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และความสามารถในการปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เพื่อประคองอัตรากำไรและรักษากระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้กลับมาเป็นบวกในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
2,665.06
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62
ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64
%
กำไรสุทธิ
119.03
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
185.94
+300.82%
|
46.39
|
— |
235.31
+71.85%
|
136.93
-42.81%
|
239.43
-17.41%
|
289.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-12.66
+192.38%
|
-4.33
|
— |
-3.36
-106.65%
|
50.54
+149.21%
|
20.28
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-95.41
-1.25%
|
-96.62
|
— |
-280.72
+29.39%
|
-216.96
+41.67%
|
-153.15
-23.94%
|
-201.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
361.44
-13.17%
|
416.26
+73.72%
|
— |
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|
314.32
-35.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
439.23
+21.52%
|
361.44
-13.17%
|
— |
239.61
-16.92%
|
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|