บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10334 out_tok=2669 at=2026-07-25T20:36:12 -->
# LHK Q3/2565 กำไรสุทธิหด 52.3% รับแรงกดดันราคาตลาดโลกชะลอ
## รายได้รวมโต 4.4% แต่ GPM ลดลง ชี้อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวช่วยหนุน
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 52.3% มาอยู่ที่ 22.30 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 4.4% เป็น 665.21 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากราคาตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ LHK ในไตรมาส 3/2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** โดย GPM งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 11.83% ลดลงจาก 16.08% ในปีก่อนหน้า แม้รายได้รวมจะเติบโต 4.4% ก็ตาม ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลงถึง 52.3%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **แนวโน้มราคาตลาดที่มีการปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว** จากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทำให้กำลังซื้อในตลาดทั้งในประเทศและส่งออกลดลง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เริ่มอิ่มตัว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง นอกจากนี้ **ต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยที่สูงขึ้น** เมื่อเทียบกับราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้นแคบลง
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกคือ **ภาวะการขาดแคลนชิปในอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มผ่อนคลาย** ทำให้การขยายตัวของกำลังซื้อจากตลาดในประเทศและส่งออกดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์ที่เป็นรายได้หลัก ซึ่งช่วยหนุนการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการมองว่าสภาวะตลาดที่ชะลอตัวและราคาที่ปรับลดลงเป็นผลมาจาก **"สภาวะทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มชลอตัว"** และ **"การที่คนเริ่มกลับไปทำงานทำให้กำลังซื้อลดลง"** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบเป็นช่วงๆ อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายของการขาดแคลนชิปในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นสัญญาณที่ดีที่อาจช่วยหนุนการฟื้นตัวของอุปทานและความต้องการในบางกลุ่มสินค้าได้ แต่โดยรวมแล้ว แนวโน้ม GPM ที่ลดลงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้เร็วเพียงใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 52.3% YoY:** อยู่ที่ 22.30 ล้านบาท จาก 46.79 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 4.4% YoY:** อยู่ที่ 665.21 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มท่อไอเสียรถยนต์
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวแรง:** จาก 16.08% ใน Q3/64 เหลือ 11.83% ใน Q3/65 เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามตลาดโลก ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังทรงตัวสูง
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 9.7% YoY:** สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 87.31% จาก 82.57% ในปีก่อน
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 790.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 745.56 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 22.30 ล้านบาท ลดลง 24.49 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 52.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 4.4% เป็น 665.21 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาตลาดที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และการที่กำลังซื้อลดลงในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
สำหรับงวดครึ่งปีแรกสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่จำนวน 59.49 ล้านบาท ลดลง 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 93.92 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 5.0% เป็น 1,360.22 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การผ่อนคลายภาวะขาดแคลนชิปช่วยหนุนการผลิตและการขายในกลุ่มท่อไอเสียรถยนต์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมลดลงเล็กน้อย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและราคาขาย:** การเปลี่ยนแปลงของราคาโลหะในตลาดโลกส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและราคาขาย ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น อาจมีความเสี่ยงด้านต้นทุนการถือครองและการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาขาย:** ทิศทางราคาโลหะในตลาดโลกจะส่งผลต่อ GPM ในไตรมาสถัดไป
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อสภาพคล่องและการบริหารต้นทุน
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุเป็นปัจจัยหลัก แต่ก็อาจมีผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึง "การขยายตัวของกำลังซื้อจากตลาดในประเทศและส่งออกเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน" และ "การขาดแคลนชิปผ่อนคลาย" ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการผลิตที่อาจปรับตัวดีขึ้นในบางกลุ่ม
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการเติบโตของรายได้จากกลุ่มท่อไอเสียรถยนต์ ซึ่งอาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุว่า "ต้นทุนวัตถุดิบที่มีต้นทุนเฉลี่ยที่สูงขึ้น" เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ GPM แคบลง
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.08% ใน Q3/64 เป็น 11.83% ใน Q3/65
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงผลกระทบต่อตลาดส่งออกจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นจาก 745.56 ล้านบาท ณ สิ้น Q1/65 เป็น 790.54 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/65
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงจาก 2,319.00 ล้านบาท ณ 31 มี.ค. 65 เป็น 2,100.57 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 65
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้นเป็น 790.54 ล้านบาท (37.63% ของสินทรัพย์รวม) จาก 745.56 ล้านบาท (32.15% ของสินทรัพย์รวม)
* **ลูกหนี้การค้า:** ลดลงเป็น 604.88 ล้านบาท (28.80% ของสินทรัพย์รวม) จาก 661.51 ล้านบาท (28.53% ของสินทรัพย์รวม)
* **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 657.89 ล้านบาท ณ 31 มี.ค. 65 เป็น 556.81 ล้านบาท ณ 30 ก.ย. 65
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.40 เป็น 0.36
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ติดลบ 97.12 ล้านบาท ในงวดครึ่งปีแรก 2565 เทียบกับบวก 146.44 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากการจัดหาสินค้าคงเหลืออย่างรวดเร็ว
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ติดลบ 19.41 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเงินลงทุนชั่วคราวและซื้ออุปกรณ์
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ติดลบ 96.11 ล้านบาท จากการรับเงินกู้ระยะสั้นสุทธิ 101.20 ล้านบาท แต่มีการจ่ายเงินปันผล 197.31 ล้านบาท
* **เงินสดสุทธิลดลง:** จำนวน 212.45 ล้านบาท ในงวดครึ่งปีแรก 2565
## สรุปท้าย
LHK เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้ราคาขายและอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3/2565 แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ควบคู่ไปกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกำลังซื้อในตลาดโลก เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,665.06
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62
ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64
%
กำไรสุทธิ
119.03
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
185.94
+300.82%
|
46.39
|
— |
235.31
+71.85%
|
136.93
-42.81%
|
239.43
-17.41%
|
289.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-12.66
+192.38%
|
-4.33
|
— |
-3.36
-106.65%
|
50.54
+149.21%
|
20.28
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-95.41
-1.25%
|
-96.62
|
— |
-280.72
+29.39%
|
-216.96
+41.67%
|
-153.15
-23.94%
|
-201.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
361.44
-13.17%
|
416.26
+73.72%
|
— |
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|
314.32
-35.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
439.23
+21.52%
|
361.44
-13.17%
|
— |
239.61
-16.92%
|
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|