บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8876 out_tok=3145 at=2026-07-27T10:39:09 -->
# LHK กำไรสุทธิ Q2/64 พลิกบวกแรง 49.75 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาโลหะโลกพุ่ง
## รายได้-กำไรโตเด่นตามราคาโลหะโลก ฝ่ายจัดการเน้นคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่ายรัดกุม
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 49.75 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2.63 ล้านบาท การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากราคาตลาดโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LHK ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของราคาขายเฉลี่ยสินค้า (ASP) ตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 59.9% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.91% ในปีก่อน เป็น 16.35% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การที่ราคาตลาดโลหะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในปีปัจจุบัน เป็นผลมาจาก **กำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอในภูมิภาคที่จะรองรับความต้องการใช้ที่ปรับตัวสูงขึ้น** ภายหลังจากสถานการณ์โรคระบาดเริ่มผ่อนคลาย และมีการลดข้อจำกัดในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั่วโลก ประกอบกับการที่ LHK สามารถ **ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ** รวมถึงการปรับโครงสร้างการผลิตและควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้นกว้างขึ้น นอกจากนี้ การที่ปีก่อนมีผลประกอบการขาดทุนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกอย่างรุนแรง ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีนี้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาตลาดที่ฟื้นตัวสูงในไตรมาสนี้เป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ผ่อนคลายมากขึ้นจากการมีวัคซีนและการกระจายวัคซีน รวมถึงนโยบายทางการเงินและการคลังเพื่อผลักดันเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงการปรับโครงสร้างการผลิตและควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน เป็นปัจจัยภายในที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวกแรง:** บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 49.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,891.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2.63 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการเติบโตโดดเด่น:** รายได้รวมอยู่ที่ 658.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.9% จาก 411.58 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากน้ำหนักขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี
* **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูง:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 6.91% ในปีก่อน เป็น 16.35% ในไตรมาสนี้ จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ และการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนขายเพิ่มตามรายได้:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.7% เป็น 550.45 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานควบคุมได้ดี:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.3% เป็น 12.97 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 0.7% เป็น 26.97 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 658.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 411.58 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากน้ำหนักขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยของสินค้าในกลุ่มหลักทั้งหมดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากตามสภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.7% เป็น 550.45 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วน 83.23% ของรายได้รวม ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วน 91.97% ของรายได้รวมในปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.3% เป็น 12.97 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าขนส่งสินค้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 0.7% เป็น 26.97 ล้านบาท จากการปรับลดและควบคุมค่าใช้จ่ายบริหาร
ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) อยู่ที่ 70.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุน 4.65 ล้านบาทในปีก่อน เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษีเงินได้ และรวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 49.75 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2.63 ล้านบาทในปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจาก 6.91% ในปีก่อน เป็น 16.35% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ ประกอบกับการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การผ่อนคลายมาตรการทางเศรษฐกิจทั่วโลก การกระจายวัคซีน และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ จะช่วยหนุนความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
* **ราคาโลหะที่อยู่ในระดับสูง:** หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะยังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถของฝ่ายจัดการในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักขายในกลุ่มสินค้าเฉพาะ:** การเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี เป็นสัญญาณที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาโลหะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้และต้นทุน หากราคาโลหะมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การกลับมาระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การผลิต และการบริโภค
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม อาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ หรือมูลค่าของรายได้จากการส่งออก (หากมี)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาโลหะในตลาดโลก และปัจจัยที่ส่งผลกระทบ
* ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book) และการบริหารจัดการกำลังการผลิต (Utilization Rate)
* ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
* การเปลี่ยนแปลงของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรม
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory) เพื่อรองรับความต้องการและลดความเสี่ยงด้านราคา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึง Order Book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "น้ำหนักขายเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี" อาจสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ดีในสินค้ากลุ่มนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบประเภทโลหะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้และต้นทุน โดยราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาสนี้
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จาก 6.91% เป็น 16.35% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของ ASP และการควบคุมต้นทุน
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึง "สภาวะทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เพิ่มผ่อนคลายมากขึ้น" และ "การลดข้อจำกัดในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก" ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดต่างประเทศมีบทบาทสำคัญ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือสุทธิลดลงเล็กน้อยจาก 506.04 ล้านบาท เป็น 501.97 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23.76% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,112.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2,093.21 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2564
* **หนี้สินรวม:** หนี้สินรวมลดลงจาก 461.12 ล้านบาท เป็น 449.79 ล้านบาท โดยมีหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินรวมลดลงจากการคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1,632.09 ล้านบาท เป็น 1,662.64 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกกำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด 56.48 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 25.92 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.27 ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 ลดลงเล็กน้อยจาก 0.28 ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2564 แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 77.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลประกอบการ 80.15 ล้านบาท แต่มีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิใช้ไป 3.22 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไปสุทธิ 2.81 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเงินลงทุนชั่วคราวและการชำระค่าอุปกรณ์
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไปสุทธิ 45.77 ล้านบาท เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ระยะสั้นและจ่ายเงินปันผล
* **เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น:** โดยรวมบริษัทมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 34.08 ล้านบาท
## สรุปท้าย
LHK พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิ 49.75 ล้านบาท จากการที่ราคาโลหะในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 59.9% และอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นเป็น 16.35% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าความผันผวนของราคาวัตถุดิบจะเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวและการควบคุมต้นทุนภายในของบริษัท เป็นปัจจัยสนับสนุนที่อาจทำให้ผลประกอบการยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,665.06
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62
ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64
%
กำไรสุทธิ
119.03
ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47
%
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5%
YoY
D/E Ratio
0.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
185.94
+300.82%
|
46.39
|
— |
235.31
+71.85%
|
136.93
-42.81%
|
239.43
-17.41%
|
289.91
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-12.66
+192.38%
|
-4.33
|
— |
-3.36
-106.65%
|
50.54
+149.21%
|
20.28
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-95.41
-1.25%
|
-96.62
|
— |
-280.72
+29.39%
|
-216.96
+41.67%
|
-153.15
-23.94%
|
-201.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
0.00
|
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
361.44
-13.17%
|
416.26
+73.72%
|
— |
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|
314.32
-35.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
439.23
+21.52%
|
361.44
-13.17%
|
— |
239.61
-16.92%
|
288.42
-9.25%
|
317.82
+50.40%
|
211.32
-32.77%
|