LHK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHK
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.58
+0.02 (+0.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8876 out_tok=3145 at=2026-07-27T10:39:09 --> # LHK กำไรสุทธิ Q2/64 พลิกบวกแรง 49.75 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาโลหะโลกพุ่ง ## รายได้-กำไรโตเด่นตามราคาโลหะโลก ฝ่ายจัดการเน้นคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่ายรัดกุม บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 49.75 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2.63 ล้านบาท การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากราคาตลาดโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพของบริษัท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ LHK ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของราคาขายเฉลี่ยสินค้า (ASP) ตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 59.9% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.91% ในปีก่อน เป็น 16.35% ในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การที่ราคาตลาดโลหะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในปีปัจจุบัน เป็นผลมาจาก **กำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอในภูมิภาคที่จะรองรับความต้องการใช้ที่ปรับตัวสูงขึ้น** ภายหลังจากสถานการณ์โรคระบาดเริ่มผ่อนคลาย และมีการลดข้อจำกัดในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั่วโลก ประกอบกับการที่ LHK สามารถ **ควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ** รวมถึงการปรับโครงสร้างการผลิตและควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้ส่วนต่างกำไรขั้นต้นกว้างขึ้น นอกจากนี้ การที่ปีก่อนมีผลประกอบการขาดทุนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออกอย่างรุนแรง ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีนี้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาตลาดที่ฟื้นตัวสูงในไตรมาสนี้เป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ผ่อนคลายมากขึ้นจากการมีวัคซีนและการกระจายวัคซีน รวมถึงนโยบายทางการเงินและการคลังเพื่อผลักดันเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงการปรับโครงสร้างการผลิตและควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน เป็นปัจจัยภายในที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพลิกบวกแรง:** บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 49.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.75 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,891.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2.63 ล้านบาท * **รายได้จากการขายและบริการเติบโตโดดเด่น:** รายได้รวมอยู่ที่ 658.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.9% จาก 411.58 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากน้ำหนักขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี * **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูง:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 6.91% ในปีก่อน เป็น 16.35% ในไตรมาสนี้ จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ และการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ * **ต้นทุนขายเพิ่มตามรายได้:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.7% เป็น 550.45 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ * **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานควบคุมได้ดี:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.3% เป็น 12.97 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 0.7% เป็น 26.97 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 658.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 411.58 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากน้ำหนักขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยของสินค้าในกลุ่มหลักทั้งหมดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากตามสภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.7% เป็น 550.45 ล้านบาท โดยคิดเป็นสัดส่วน 83.23% ของรายได้รวม ซึ่งต่ำกว่าสัดส่วน 91.97% ของรายได้รวมในปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.3% เป็น 12.97 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าขนส่งสินค้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 0.7% เป็น 26.97 ล้านบาท จากการปรับลดและควบคุมค่าใช้จ่ายบริหาร ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) อยู่ที่ 70.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุน 4.65 ล้านบาทในปีก่อน เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษีเงินได้ และรวมส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 49.75 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2.63 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจาก 6.91% ในปีก่อน เป็น 16.35% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลกของสินค้าประเภทโลหะ ประกอบกับการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การผ่อนคลายมาตรการทางเศรษฐกิจทั่วโลก การกระจายวัคซีน และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ จะช่วยหนุนความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม * **ราคาโลหะที่อยู่ในระดับสูง:** หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะยังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท * **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถของฝ่ายจัดการในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร * **การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักขายในกลุ่มสินค้าเฉพาะ:** การเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี เป็นสัญญาณที่ดี ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาโลหะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้และต้นทุน หากราคาโลหะมีความผันผวนสูง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ * **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การกลับมาระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การผลิต และการบริโภค * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม อาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบ หรือมูลค่าของรายได้จากการส่งออก (หากมี) ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาโลหะในตลาดโลก และปัจจัยที่ส่งผลกระทบ * ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book) และการบริหารจัดการกำลังการผลิต (Utilization Rate) * ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต * การเปลี่ยนแปลงของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรม * การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory) เพื่อรองรับความต้องการและลดความเสี่ยงด้านราคา ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น * **Order Book:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึง Order Book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "น้ำหนักขายเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าประเภทท่อไอเสียรถยนต์อลูมิเนียมและเหล็กเคลือบสังกะสี" อาจสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ดีในสินค้ากลุ่มนี้ * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบประเภทโลหะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้และต้นทุน โดยราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาสนี้ * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จาก 6.91% เป็น 16.35% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของ ASP และการควบคุมต้นทุน * **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึง "สภาวะทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เพิ่มผ่อนคลายมากขึ้น" และ "การลดข้อจำกัดในกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก" ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดต่างประเทศมีบทบาทสำคัญ * **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือสุทธิลดลงเล็กน้อยจาก 506.04 ล้านบาท เป็น 501.97 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23.76% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 2,112.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2,093.21 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2564 * **หนี้สินรวม:** หนี้สินรวมลดลงจาก 461.12 ล้านบาท เป็น 449.79 ล้านบาท โดยมีหนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินรวมลดลงจากการคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1,632.09 ล้านบาท เป็น 1,662.64 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกกำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด 56.48 ล้านบาท และการจ่ายเงินปันผล 25.92 ล้านบาท * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.27 ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 ลดลงเล็กน้อยจาก 0.28 ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2564 แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 77.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลประกอบการ 80.15 ล้านบาท แต่มีเงินทุนหมุนเวียนสุทธิใช้ไป 3.22 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไปสุทธิ 2.81 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเงินลงทุนชั่วคราวและการชำระค่าอุปกรณ์ * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไปสุทธิ 45.77 ล้านบาท เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ระยะสั้นและจ่ายเงินปันผล * **เงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น:** โดยรวมบริษัทมีเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 34.08 ล้านบาท ## สรุปท้าย LHK พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิ 49.75 ล้านบาท จากการที่ราคาโลหะในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 59.9% และอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นเป็น 16.35% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าความผันผวนของราคาวัตถุดิบจะเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวและการควบคุมต้นทุนภายในของบริษัท เป็นปัจจัยสนับสนุนที่อาจทำให้ผลประกอบการยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ LHK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,665.06 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
363.62 ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.64 %
กำไรสุทธิ
119.03 ล้านบาท
↑ 12.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.47 %
D/E Ratio
0.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
364
↑ + 10.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↑ + 12.5% YoY
D/E Ratio
0.38

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,665.06
-1.96%
2,718.23
—
2,816.91
+0.94%
2,790.68
+24.17%
2,247.54
-19.03%
2,775.93
+334.12%
กำไรขั้นต้น
363.62
+10.45%
329.20
—
338.59
-25.53%
454.68
+48.70%
305.78
-6.99%
328.75
+331.66%
ค่าใช้จ่ายรวม
174.07
+3.59%
168.04
—
169.26
+2.70%
164.80
-0.95%
166.38
-11.84%
188.72
+301.90%
กำไรสุทธิ
119.03
+12.50%
105.81
—
106.52
-49.68%
211.69
+108.84%
101.36
+16.58%
86.95
+415.85%
กำไรต่อหุ้น
0.31
+12.68%
0.28
—
0.28
-49.73%
0.55
+108.68%
0.27
+16.74%
0.23
+415.91%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
13.64
+12.63%
12.11
—
12.02
-26.21%
16.29
+19.78%
13.60
+14.86%
11.84
-0.59%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.53
+5.66%
6.18
—
6.01
+1.69%
5.91
-20.14%
7.40
+8.82%
6.80
-7.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.47
+14.91%
3.89
—
3.78
-50.20%
7.59
+68.29%
4.51
+44.09%
3.13
+18.56%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.20
+5.26%
0.19
—
0.19
+11.76%
0.17
0.17
0.17
ROE(%)
8.62
+11.08%
7.76
—
7.43
-48.44%
14.41
+148.02%
5.81
5.81
ROA(%)
9.92
+6.44%
9.32
—
9.02
-38.05%
14.56
+91.08%
7.62
7.62
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.38
0.38
—
0.35
-12.50%
0.40
+25.00%
0.32
0.32
P/E
10.45
-15.93%
12.43
—
21.02
+97.74%
10.63
+36.46%
7.79
-52.96%
16.56
+63.96%
P/BV
0.96
+2.13%
0.94
—
1.22
-10.29%
1.36
+38.78%
0.98
+38.03%
0.71
-2.74%
BV
3.74
+4.47%
3.58
—
3.56
-1.93%
3.63
-4.72%
3.81
+4.96%
3.63
-1.89%
YIELD(%)
7.26
-2.42%
7.44
—
6.45
-51.17%
13.21
+63.90%
8.06
-6.17%
8.59
-36.84%
ราคาหุ้น
3.58
+6.55%
3.36
—
4.34
-11.79%
4.92
+32.26%
3.72
+45.31%
2.56
-5.88%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.38
ROE (%)
8.62
ROA (%)
9.92
Book Value/หุ้น
3.74

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,630.02
+2.83%
1,585.17
+8.86%
—
1,486.29
-13.26%
1,713.59
+17.51%
1,458.24
+0.33%
1,453.46
-15.20%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
511.63
-1.81%
521.03
-3.50%
—
580.16
-4.17%
605.42
-4.65%
634.97
-4.53%
665.08
+5.32%
รวมสินทรัพย์
2,141.65
+1.68%
2,106.20
+5.52%
—
2,066.45
-10.89%
2,319.01
+10.79%
2,093.21
-1.20%
2,118.54
-9.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
541.48
+0.18%
540.49
+19.20%
—
507.27
-18.51%
622.47
+47.72%
421.38
-4.27%
440.19
-30.98%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
47.68
+35.24%
35.26
+2.77%
—
33.83
-4.47%
35.42
-10.88%
39.74
-8.04%
43.22
+4.48%
รวมหนี้สิน
589.16
+2.33%
575.74
+18.04%
—
541.11
-17.75%
657.89
+42.67%
461.12
-4.61%
483.41
-28.82%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,552.48
+1.44%
1,530.45
+1.47%
—
1,364.32
-9.24%
1,661.12
+1.78%
1,632.09
-0.19%
1,635.13
-1.88%
D/E
0.38
0.38
—
0.40
0.40
0.28
0.30
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.62
7.76
—
7.43
14.41
5.81
5.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
9.92
9.32
—
9.02
14.56
7.62
7.62
อัตราส่วนสภาพคล่อง
3.01
2.93
—
2.93
2.75
3.21
3.21
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.02
1.74
—
1.67
1.54
2.06
2.06
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
84.98
73.25
—
0.00
0.00
77.69
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
93.93
89.59
—
0.00
0.00
100.75
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
64.67
62.92
—
0.00
0.00
68.41
0.00
วงจรเงินสด
114.24
99.92
—
0.00
0.00
110.03
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+186
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-13
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — LHK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
185.94
+300.82%
46.39
—
235.31
+71.85%
136.93
-42.81%
239.43
-17.41%
289.91
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-12.66
+192.38%
-4.33
—
-3.36
-106.65%
50.54
+149.21%
20.28
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-95.41
-1.25%
-96.62
—
-280.72
+29.39%
-216.96
+41.67%
-153.15
-23.94%
-201.35
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
361.44
-13.17%
416.26
+73.72%
—
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%
314.32
-35.72%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
439.23
+21.52%
361.44
-13.17%
—
239.61
-16.92%
288.42
-9.25%
317.82
+50.40%
211.32
-32.77%