สวัสดีครับ พบกับการสรุปกิจกรรม Opportunity Day (Oppday) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 โดยบริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK ซึ่งเป็นการรายงานผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมา (Year-end) สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2568 โดยมีผู้บริหารเข้าร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ คุณมิทวัต อัคระพงษ์พิศักดิ์, คุณวิชชพงศ์ อัคระพงษ์พิศักดิ์ และคุณพรทิพา วงศ์พัวงา
ภาพรวมธุรกิจของ LHK นั้น Product หลักของบริษัท คือ สแตนเลสสตีล (Stainless Steel) ประมาณ 80% ของกลุ่ม และมีบริษัทในเครือที่ขายในกลุ่มทองเหลือง ทองแดง โดยเฉพาะทองแดง และอะลูมิเนียม โดย Product จะเป็นรูปแบบ Flat Product (แผ่น) และท่อ
Sector หลักที่สร้างยอดขาย:
แม้ว่ายอดการผลิตรถยนต์โดยรวมจะยังต่ำกว่าปีที่แล้ว แต่ในช่วงไตรมาสแรกของปีปัจจุบัน ตัวเลขเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และมีสัญญาณการฟื้นตัวของรถกระบะจากนโยบายของรัฐบาล (บสย.) ที่มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ
เป้าหมายปีนี้เป็นอย่างไร
ผู้บริหาร: จะพยายาม Maintain ให้ดีที่สุด ให้ได้เหมือนปีที่แล้ว
อเมริกาขึ้นภาษี เราได้หรือเสียอย่างไร และจีนเข้ามามีผลกระทบอย่างไรกับเรา
ผู้บริหาร: อเมริกาขึ้นภาษี -> เสียก็เสียเหมือนกันหมด ไม่ได้เสียคนเดียว จีนเข้ามา -> ของถูกลงในการจัดซื้อ
อะไรคือ New S Curve ของบริษัทบ้าง
ผู้บริหาร: - ธุรกิจหลัก (เหล็ก) -> เป็น Service Provider ใน Supply Chain - Strategy: Maintain Position ที่เป็นเจ้าตลาดให้ได้นานที่สุด - มองหา New Market (Medical, Tech)
บริษัทคิดว่าเราลดต้นทุนของโรงงานจนไม่สามารถลดลงอีกได้ไหม
ผู้บริหาร: - Fixed Cost -> กดถึงระดับหนึ่งแล้ว - Variable Cost -> ลดต้นทุนด้วยการผลิตมากขึ้น (volume) - Raw Material -> หา Supplier ใหม่ ๆ จากจีน
คู่แข่งของเราจะเป็นบริษัทในไทย หรือจีน หรือประเทศอื่น ๆ
ผู้บริหาร: คู่แข่งคือตัวเอง เราต้องชนะตัวเองให้ได้ก่อน
แผนลงทุน Capex ซ่อมปัญหาคอขวด เพิ่มพลังผลิตเท่าไหร่ปีนี้
ผู้บริหาร: - ไม่ได้ลง Capex ในบริษัทแม่, แต่ลงในบริษัทลูก (Auto Metal) เพื่ออัพเกรด Machine หลัก - บริษัทแม่ -> Save งบส่วนหนึ่ง, และลง Cash เพื่อเพิ่ม Working Capital (Inventory) เพราะมองว่าจะดันยอดขายให้มีมากขึ้น
แผนการลงทุน ROE หรือไม่
ผู้บริหาร: ไม่ได้มี
เงินปันผลจะยังจ่ายในระดับสูงเหมือนเดิมหรือไม่
ผู้บริหาร: พยายามครับ จะ reflect กับเรื่องยอดขาย
โดยสรุป LHK ยังคงมุ่งเน้นการรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ในขณะเดียวกันก็มองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดที่มีศักยภาพ และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว