LHK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
LHK
บริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
3.54
+0.00 (+0.00%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)

สรุป OPPDAY หุ้น LHK: วิเคราะห์ผลกระทบ, โอกาส, ความเสี่ยง และแนวโน้มธุรกิจปี 2568



สวัสดีครับ พบกับการสรุปกิจกรรม Opportunity Day (Oppday) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 โดยบริษัท โลหะกิจ เม็ททอล จำกัด (มหาชน) หรือ LHK ซึ่งเป็นการรายงานผลประกอบการในรอบปีที่ผ่านมา (Year-end) สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2568 โดยมีผู้บริหารเข้าร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ คุณมิทวัต อัคระพงษ์พิศักดิ์, คุณวิชชพงศ์ อัคระพงษ์พิศักดิ์ และคุณพรทิพา วงศ์พัวงา



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)



ภาพรวมธุรกิจของ LHK นั้น Product หลักของบริษัท คือ สแตนเลสสตีล (Stainless Steel) ประมาณ 80% ของกลุ่ม และมีบริษัทในเครือที่ขายในกลุ่มทองเหลือง ทองแดง โดยเฉพาะทองแดง และอะลูมิเนียม โดย Product จะเป็นรูปแบบ Flat Product (แผ่น) และท่อ



  • ยอดขายรวมของทั้งปี (เมษายน 2567 ถึง มีนาคม 2568) อยู่ที่ 2,690.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากปี 2566 (2,632 ล้านบาท)

  • Volume การขายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น 8.5% โดยเฉพาะในกลุ่มสแตนเลสและเหล็กเคลือบสังกะสี

  • Gross Margin ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 12.24% ปรับตัวดีขึ้น 1.21% จากปี 2566 เนื่องจากการควบคุมต้นทุนและการจัดซื้อวัตถุดิบที่เหมาะสม

  • Net Profit กำไรสุทธิประจำปี 2567 อยู่ที่ 105.8 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปี 2566 (79 ล้านบาท) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มธุรกิจ S.K.A และโลหะกิจเอง ที่มีการทำกำไรที่ดีขึ้น



Sector หลักที่สร้างยอดขาย:



  1. ยานยนต์ 43% (ปีที่แล้ว 48%) สัดส่วนลดลงเนื่องจากสถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะการผลิตในประเทศ

    • รถยนต์ 58% (ลดลงจาก 60% ในปีก่อน)

    • รถจักรยานยนต์ 42% (เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปีก่อน)



  2. ก่อสร้าง 23%

  3. เครื่องใช้ไฟฟ้า 22% (ใกล้เคียงเดิม)

  4. Stockist (ธุรกิจซื้อมาขายไป) เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 8% ในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่เน้นเรื่อง Volume



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)



แม้ว่ายอดการผลิตรถยนต์โดยรวมจะยังต่ำกว่าปีที่แล้ว แต่ในช่วงไตรมาสแรกของปีปัจจุบัน ตัวเลขเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และมีสัญญาณการฟื้นตัวของรถกระบะจากนโยบายของรัฐบาล (บสย.) ที่มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ



  • ตลาดรถจักรยานยนต์มีการฟื้นตัวที่ชัดเจน ยอดผลิตแซงปีที่แล้ว และยอด 4 เดือนเป็นบวกแล้ว

  • การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงเป็นบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Transformer และหม้อหุงข้าว ซึ่งไทยผลิตเพื่อส่งออกเป็นหลัก (เกิน 70%)

  • การที่จีนเข้ามาจำหน่ายสินค้าจำนวนมากในตลาด ทำให้ LHK สามารถจัดซื้อวัตถุดิบได้ในราคาที่ถูกลง และสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)




  • ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องการปล่อยสินเชื่อที่ยังเข้มงวด อัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 50% ในปัจจุบัน เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือน

  • กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงเนื่องจากภาระหนี้สิน

  • แนวโน้มการปรับลดลงของยอดผลิตเพื่อส่งออกของรถยนต์

  • ภาคก่อสร้างเอกชนยังคงติดลบต่อเนื่องจากปัญหาอสังหาริมทรัพย์และภาพรวมตลาดที่ไม่ดี

  • ความผันผวนของนโยบายการค้าจากต่างประเทศ (เช่น นโยบายของทรัมป์) ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)




  • ควบคุมต้นทุนการผลิตและจัดซื้อวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

  • ให้ความสำคัญกับการพูดคุยและช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

  • เน้นการเพิ่ม Volume การขายเพื่อชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลง

  • ขยายตลาดไปยังกลุ่ม Stockist เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

  • ปรับตัวให้เข้ากับตลาด โดยเน้นความยืดหยุ่น (Flexibility) และความคล่องตัว (Agility) ในการดำเนินงาน



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)




  • SWOT: LHK เลือกใช้ S (strength) และ O (opportunity) พยายาม maintain จุดแข็งและกำไรของบริษัท

  • การประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2568 ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีสัญญาณปรับลดลงเนื่องจากยอดส่งออกลดลง

  • บริษัทมุ่งเน้นการ Maintain Position ในตลาด และมองหา New S-Curve ในกลุ่ม Medical และ Tech โดยใช้ Product เดิม

  • บริษัทไม่ได้มีแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ แต่จะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน Variable Cost เป็นหลัก

  • บริษัทมีแผนที่จะอัพเกรดเครื่องจักรหลัก และจะต่อตัว CAC เป็น 3 ดาวในคราวหน้า



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 42:19]



เป้าหมายปีนี้เป็นอย่างไร


ผู้บริหาร: จะพยายาม Maintain ให้ดีที่สุด ให้ได้เหมือนปีที่แล้ว



อเมริกาขึ้นภาษี เราได้หรือเสียอย่างไร และจีนเข้ามามีผลกระทบอย่างไรกับเรา


ผู้บริหาร: อเมริกาขึ้นภาษี -> เสียก็เสียเหมือนกันหมด ไม่ได้เสียคนเดียว
จีนเข้ามา -> ของถูกลงในการจัดซื้อ



อะไรคือ New S Curve ของบริษัทบ้าง


ผู้บริหาร:

- ธุรกิจหลัก (เหล็ก) -> เป็น Service Provider ใน Supply Chain


- Strategy: Maintain Position ที่เป็นเจ้าตลาดให้ได้นานที่สุด


- มองหา New Market (Medical, Tech)



บริษัทคิดว่าเราลดต้นทุนของโรงงานจนไม่สามารถลดลงอีกได้ไหม


ผู้บริหาร:

- Fixed Cost -> กดถึงระดับหนึ่งแล้ว


- Variable Cost -> ลดต้นทุนด้วยการผลิตมากขึ้น (volume)


- Raw Material -> หา Supplier ใหม่ ๆ จากจีน



คู่แข่งของเราจะเป็นบริษัทในไทย หรือจีน หรือประเทศอื่น ๆ


ผู้บริหาร: คู่แข่งคือตัวเอง เราต้องชนะตัวเองให้ได้ก่อน



แผนลงทุน Capex ซ่อมปัญหาคอขวด เพิ่มพลังผลิตเท่าไหร่ปีนี้


ผู้บริหาร:

- ไม่ได้ลง Capex ในบริษัทแม่, แต่ลงในบริษัทลูก (Auto Metal) เพื่ออัพเกรด Machine หลัก


- บริษัทแม่ -> Save งบส่วนหนึ่ง, และลง Cash เพื่อเพิ่ม Working Capital (Inventory) เพราะมองว่าจะดันยอดขายให้มีมากขึ้น



แผนการลงทุน ROE หรือไม่


ผู้บริหาร: ไม่ได้มี



เงินปันผลจะยังจ่ายในระดับสูงเหมือนเดิมหรือไม่


ผู้บริหาร: พยายามครับ จะ reflect กับเรื่องยอดขาย



โดยสรุป LHK ยังคงมุ่งเน้นการรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ในขณะเดียวกันก็มองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดที่มีศักยภาพ และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ผู้เขียน: Admin AiO
2. Financial & KPI Analysis — Q4/2568