บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
38.50
+0.25 (+0.65%)
สรุปสั้น
KTC ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และการลดเพดาน อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เป็นผลให้พอร์ตลูกหนี้รวมโตไม่มากนัก ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 92,636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% (yoy)
ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทในรอบปีมีจํานวน 195,727 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ -0.7% (yoy) มีรายได้รวมลดลง -2.8% (yoy) จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ก็สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงไป -7.8% (yoy)
โดยต้นทุนทางการเงิน และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงไปในอัตรา -7.7% และ 17.4% ตามลําดับ ตลอดจนรายได้หนี้สูญ ได้รับคืนมีอัตราเพิ่มขึ้นที่ 4.7% อัตราส่วน NPL รวมลดลงเป็น 3.6% จากไตรมาสสามที่อยู่ที่ 3.8% เป็นผลจากการ บริหารพอร์ตลูกหนี้ให้มีคุณภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยทั้งหลายนี้เป็นผลให้กําไรสุทธิทั้งปี 2564 ของบริษัทเพิ่มขึ้น 10.2% (yoy)
โดยกําไรในงบการเงินรวมมีมูลค่าต่ํากว่างบการเงินเฉพาะกิจการ เนื่องจากราคาซื้อขายในบริษัท กรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง จํากัด (“KTBL”) ที่เกิดขึ้นจริงต่ํากว่าที่คาดการณ์ไว้ และเพื่อให้สะท้อนมูลค่าจริงของพอร์ต จึงมี การตั้งสํารองเพิ่มขึ้นใน KTBL เป็นจํานวน 539 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4209 out_tok=2403 at=2026-07-25T19:01:16 -->
# G J Steel พลิกขาดทุนน้อยลง Q3/66 รับต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง
## ต้นทุนเศษเหล็กที่ลดลงช่วยชดเชยราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลง หนุนกำไรขั้นต้นดีขึ้น
บริษัท จี เจสตีล จำกัด (มหาชน) หรือ GJS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายของอุปสงค์ในตลาดเหล็กโลกที่ยังคงทรงตัวในระดับต่ำ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ G J Steel ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น** แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง แต่บริษัทสามารถลดผลขาดทุนสุทธิจาก 86 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 มาอยู่ที่ 16 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากการที่ **ต้นทุนเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ลดลงถึงร้อยละ 17** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงร้อยละ 11 ได้มากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมดีขึ้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง 186 ล้านบาท (หรือร้อยละ 5) มาอยู่ที่ 3,316 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แต่ปริมาณการขายกลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 หรือ 8 พันตัน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการนำเข้าที่ลดลงในช่วงปลายไตรมาส อันเป็นผลมาจากการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงโดยกรมการค้าต่างประเทศ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์เก่าจำนวน 16 ล้านบาท ก็เป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไรเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาไฟฟ้าที่ลดลงในเดือนกันยายน 2566 จะช่วยบรรเทาต้นทุนสาธารณูปโภคและมีแนวโน้มจะช่วยลดต้นทุนการผลิตในอนาคต แต่ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการปรับตัวของกำไรขั้นต้นคือต้นทุนเศษเหล็กที่ลดลง ซึ่งเป็นราคา commodity ที่มีความผันผวนสูง และอุปสงค์ของเหล็กแผ่นรีดร้อนทั่วโลกที่ยังคงลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาขายในระยะต่อไป การที่กรมการค้าต่างประเทศเริ่มการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้า อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่ไม่เป็นธรรมในอนาคต แต่ผลกระทบที่ชัดเจนยังต้องรอการพิจารณา
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 70 ล้านบาท:** จาก 86 ล้านบาทใน Q3/65 เป็น 16 ล้านบาทใน Q3/66
* **รายได้จากการขายลดลง 5%:** อยู่ที่ 3,316 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยลดลง 11%
* **ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 6%:** หรือ 8 พันตัน เทียบกับ Q3/65 ได้รับผลจากการนำเข้าที่ลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** จาก 0.6% เป็น 4.1% เนื่องจากต้นทุนเศษเหล็ก (วัตถุดิบหลัก) ลดลง 17% ชดเชยราคาขายที่ลดลงได้
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** 27 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์เก่า 16 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15%:** จาก 792 ล้านบาท ณ สิ้นปี 65 เป็น 914 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/66 โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท จี เจสตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 3,316 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงร้อยละ 11 แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ก็ตาม อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกจากผลขาดทุนสุทธิ 86 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 มาเป็นขาดทุนสุทธิ 16 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น โดยต้นทุนเศษเหล็กที่ลดลงร้อยละ 17 สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้ดีกว่า
## โอกาส
* **การสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้า:** การที่กรมการค้าต่างประเทศเริ่มการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออัลลอย์จากประเทศจีน อาจช่วยลดการนำเข้าที่ไม่เป็นธรรมในอนาคต และสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น
* **ราคาไฟฟ้าที่ลดลง:** การลดลงของราคาไฟฟ้าในเดือนกันยายน 2566 จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนสาธารณูปโภค และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตในไตรมาสถัดไป
## ความเสี่ยง
* **อุปสงค์เหล็กโลกที่ลดลง:** สภาพแวดล้อมการดำเนินงานโดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ของเหล็กแผ่นรีดร้อนทั่วโลกที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและราคาขายในอนาคต
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ได้
* **การแข่งขันด้านราคา:** แม้จะมีการสอบสวนการนำเข้า แต่การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ผลการพิจารณาการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงสินค้านำเข้าจากประเทศจีน
* แนวโน้มราคาเศษเหล็กและราคาขายเหล็กแผ่นรีดร้อนในตลาดโลกและในประเทศ
* ผลกระทบจากการลดลงของราคาไฟฟ้าต่อต้นทุนการผลิต
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการปรับลดสต็อกตามแผน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้จากการขายและต้นทุนขาย:** บริษัทมีรายได้จากการขาย 3,316 ล้านบาท ลดลง 186 ล้านบาท (ร้อยละ 5) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุจากราคาขายโดยเฉลี่ยลดลงร้อยละ 11 หักกลบลบกันบางส่วนกับปริมาณการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ปริมาณขายเหล็กแผ่นรีดร้อนเพิ่มขึ้น 8 พันตัน เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่แล้วเนื่องจากการนำเข้าลดลงในช่วงปลายไตรมาสปัจจุบันอันเป็นผลมาจากการเริ่มให้มีการสอบสวนการต่อต้านการหลีกเลี่ยงโดยกรมการค้าต่างประเทศ บริษัทบันทึกผลขาดทุน 16 ล้านบาท เมื่อเทียบกับขาดทุน 86 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ผลขาดทุนที่ลดลงส่วนใหญ่แล้วมาจากอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น เป็นผลมาจากราคาขายที่ลดลงร้อยละ 11 ซึ่งถูกชดเชยที่มากกว่าจากต้นทุนเศษเหล็กที่ลดลงร้อยละ 17
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารในไตรมาส 3 ปี 2566 จำนวน 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สาเหตุส่วนใหญ่แล้วมาจากขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ตัวเก่าจำนวน 16 ล้านบาทซึ่งถูกแทนที่ด้วยสินทรัพย์ตัวใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 13,249 ล้านบาท ลดลง 246 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ 419 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลง 265 ล้านบาท ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 341 ล้านบาท
**หนี้สินรวม:** ณ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีหนี้สินทั้งสิ้น 914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122 ล้านบาท (ร้อยละ 15) เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า 56 ล้านบาท และเจ้าหนี้อื่นและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 53 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 12,335 ล้านบาท ลดลง 368 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดนี้
## สรุปท้าย
G J Steel ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนเศษเหล็กที่ลดลงสามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ปรับตัวลดลงได้ แม้ว่าภาพรวมอุปสงค์ในตลาดเหล็กโลกจะยังคงเผชิญความท้าทาย โอกาสจากมาตรการภาครัฐและการลดลงของต้นทุนพลังงานจะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่ความผันผวนของราคา commodity และการแข่งขันยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7,145.03
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
กำไรขั้นต้น
5,881.26
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
82.31
%
กำไรสุทธิ
2,107.22
ล้านบาท
↑ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
29.49
%
D/E Ratio
1.51
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,145
↑ + 1.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,881
↑ + 1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,107
↑ + 11.6%
YoY
D/E Ratio
1.51
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.51
ROE (%)
18.54
ROA (%)
10.97
Book Value/หุ้น
17.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,334
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-779
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTC
| รายการ | 2564 | 2559 | 2558 | 2557 | 2556 | 2554 | 2553 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
8,334.26
|
-4,510.08
+99.87%
|
-2,256.55
-0.69%
|
-2,272.26
+692.23%
|
-286.82
|
797.55
+635.14%
|
108.49
-97.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-778.69
|
-437.74
+59.56%
|
-274.34
+8.50%
|
-252.85
+268.75%
|
-68.57
|
-536.00
+128.02%
|
-235.07
+54.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-7,390.07
|
5,172.40
+89.03%
|
2,736.33
+67.18%
|
1,636.72
+205.91%
|
535.03
|
-284.10
-86.82%
|
-2,154.85
+86.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
165.50
|
224.58
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
179.65
|
-22.55
-99.01%
|
-2,281.42
-198.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,197.39
+39.81%
|
940.55
+27.95%
|
735.12
-54.72%
|
1,623.52
+12.44%
|
1,443.87
+91.17%
|
777.82
-74.57%
|
3,059.24
+309.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
2,362.88
+7.53%
|
1,165.13
+23.88%
|
940.55
+27.95%
|
735.12
-54.72%
|
1,623.52
+12.44%
|
755.26
-2.90%
|
777.82
-74.57%
|