บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
30.75
+0.50 (+0.00%)
สรุปสั้น
KTC ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และการลดเพดาน อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เป็นผลให้พอร์ตลูกหนี้รวมโตไม่มากนัก ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมี เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 92,636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% (yoy)
ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทในรอบปีมีจํานวน 195,727 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ -0.7% (yoy) มีรายได้รวมลดลง -2.8% (yoy) จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ก็สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงไป -7.8% (yoy)
โดยต้นทุนทางการเงิน และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงไปในอัตรา -7.7% และ 17.4% ตามลําดับ ตลอดจนรายได้หนี้สูญ ได้รับคืนมีอัตราเพิ่มขึ้นที่ 4.7% อัตราส่วน NPL รวมลดลงเป็น 3.6% จากไตรมาสสามที่อยู่ที่ 3.8% เป็นผลจากการ บริหารพอร์ตลูกหนี้ให้มีคุณภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยทั้งหลายนี้เป็นผลให้กําไรสุทธิทั้งปี 2564 ของบริษัทเพิ่มขึ้น 10.2% (yoy)
โดยกําไรในงบการเงินรวมมีมูลค่าต่ํากว่างบการเงินเฉพาะกิจการ เนื่องจากราคาซื้อขายในบริษัท กรุงไทยธุรกิจ ลีสซิ่ง จํากัด (“KTBL”) ที่เกิดขึ้นจริงต่ํากว่าที่คาดการณ์ไว้ และเพื่อให้สะท้อนมูลค่าจริงของพอร์ต จึงมี การตั้งสํารองเพิ่มขึ้นใน KTBL เป็นจํานวน 539 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของหุ้น KTC ไตรมาส 1 ปี 2567
**สรุปสั้น:** บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567 โดยมีกำไรสุทธิ 1,803 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากไตรมาส 4 ปี 2566 และลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566. NIM อยู่ที่ 6.4%, NPL ที่ 2.0% และ Coverage Ratio อยู่ที่ 353.8% สำหรับกลุ่มบริษัท และ 1.5% และ 434.7% สำหรับงบเฉพาะกิจการ. KTC มีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับรวม 105,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2566 และมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นคงเหลือ 24,991 ล้านบาท.
**เศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ปี 2567 เติบโตช้ากว่าที่คาด โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทย สำหรับปี 2567 และ 2568 อยู่ที่ 2.6% และ 3.0% ตามลำดับ แม้ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นจากปี 2566 (1.9%) จากแรงหนุนของการบริโภคภาคเอกชน ภาคการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ยังมีแรงกดดันจากความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง.
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:** กำไรสุทธิของ KTC ในไตรมาส 1 ปี 2567 เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยรายได้รวมเติบโต 11.7% จากรายได้ดอกเบี้ย รายได้ค่าธรรมเนียม และหนี้สูญได้รับคืน. อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 20.4% ตามการขยายตัวของปริมาณธุรกรรมและมูลค่าการตัดหนี้สูญที่มากขึ้นจากการเปลี่ยนกรอบเวลาการตัดหนี้สูญให้เร็วขึ้น.
**สินเชื่อและสัดส่วน:** พอร์ตสินเชื่อรวมของ KTC ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2567 อยู่ที่ 105,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2566 โดยแบ่งเป็นพอร์ตบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโต 2.3% และ 2.4% ตามลำดับ. สินเชื่อ "พี่เปิ้ม" รถแลกเงิน มีสินเชื่อใหม่จำนวน 611 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.6% แต่พอร์ตสินเชื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่าในบริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด หดตัว 9.6% เนื่องจากหยุดปล่อยสินเชื่อใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566. KTC ยังคงสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี มี Coverage Ratio อยู่ในระดับสูงที่ 353.8% สำหรับกลุ่มบริษัท และ 434.7% สำหรับงบเฉพาะกิจการ ขณะที่ NPL ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 2.0% และของงบเฉพาะกิจการอยู่ที่ 1.5% ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2566.
**แหล่งเงินทุน:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2567 กลุ่มบริษัทมีเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 59,344 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น 23.3% และเงินกู้ยืมระยะยาว 76.7%. KTC มีแหล่งที่มาของเงินกู้ยืมที่หลากหลาย โดยแบ่งเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน 3,980 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารกรุงไทย 10,500 ล้านบาท และหุ้นกู้ 44,864 ล้านบาท. อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.83 เท่า ลดลงจาก 2.00 เท่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า. นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังมีวงเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินรวมทั้งสินจำนวน 28,871 ล้านบาท (รวมวงเงินจากธนาคารกรุงไทย 18,561 ล้านบาท) โดยกลุ่มบริษัทใช้วงเงินระยะสั้นไปจำนวน 3,880 ล้านบาท ทำให้มีวงเงินคงเหลือทั้งสิ้น 24,991 ล้านบาท.
**กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน:** KTC ได้บูรณาการกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากร เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ สร้างความไว้วางใจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินแก่สังคมไทย บรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ.
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:** ปัจจัยความเสี่ยงหลักของ KTC คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน อัตราการว่างงาน และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า. โอกาสในการลงทุนคือ การเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเพิ่มขึ้นของฐานลูกค้าที่มีรายได้สูง. KTC มีการปรับกรอบเวลาการตัดหนี้สูญให้เร็วขึ้นเพื่อให้พอร์ตสินเชื่อสะท้อนภาพความเป็นจริงมากขึ้น และเน้นขยายพอร์ตสินเชื่อพร้อมกับควบคุมคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง.
**สรุปสั้นท้ายสุด:** กำไรของ KTC ในไตรมาส 1 ปี 2567 ได้รับผลกระทบจากการเติบโตของรายได้ที่ช้าลงและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย. NIM อยู่ที่ 6.4% และการเติบโตของสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.0% ซึ่งเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์ในการขยายพอร์ตสินเชื่อ. NPL อยู่ที่ 2.0% และ Coverage Ratio อยู่ที่ 353.8% KTC มีการจัดการความเสี่ยงที่ดี โดยการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสํารองไว้ล่วงหน้า. อนาคตของ KTC ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและการเติบโตของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล. KTC มีการบริหารจัดการด้านเงินทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่อยู่ในระดับที่เหมาะสม. นอกจากนี้ KTC ยังมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างรับผิดชอบ สร้างความไว้วางใจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7,145.03
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
กำไรขั้นต้น
5,881.26
ล้านบาท
↑ 1.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
82.31
%
กำไรสุทธิ
2,107.22
ล้านบาท
↑ 11.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
29.49
%
D/E Ratio
1.51
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,145
↑ + 1.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,881
↑ + 1.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,107
↑ + 11.6%
YoY
D/E Ratio
1.51
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.51
ROE (%)
18.54
ROA (%)
10.97
Book Value/หุ้น
17.97
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+8,334
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-779
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTC
| รายการ | 2564 | 2559 | 2558 | 2557 | 2556 | 2554 | 2553 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
8,334.26
|
-4,510.08
+99.87%
|
-2,256.55
-0.69%
|
-2,272.26
+692.23%
|
-286.82
|
797.55
+635.14%
|
108.49
-97.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-778.69
|
-437.74
+59.56%
|
-274.34
+8.50%
|
-252.85
+268.75%
|
-68.57
|
-536.00
+128.02%
|
-235.07
+54.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-7,390.07
|
5,172.40
+89.03%
|
2,736.33
+67.18%
|
1,636.72
+205.91%
|
535.03
|
-284.10
-86.82%
|
-2,154.85
+86.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
165.50
|
224.58
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
179.65
|
-22.55
-99.01%
|
-2,281.42
-198.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
2,197.39
+39.81%
|
940.55
+27.95%
|
735.12
-54.72%
|
1,623.52
+12.44%
|
1,443.87
+91.17%
|
777.82
-74.57%
|
3,059.24
+309.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
2,362.88
+7.53%
|
1,165.13
+23.88%
|
940.55
+27.95%
|
735.12
-54.72%
|
1,623.52
+12.44%
|
755.26
-2.90%
|
777.82
-74.57%
|