KBANK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KBANK
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
242.00
10.00 (3.97%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากตั้งสำรองลดลง และมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.13% หลักๆ เกิดจากการให้ สินเชื่อใหม่ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพและมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยการเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้า สามารถกลับมาดําเนินธุรกิจได้ปกติ รวมทั้งลูกค้าบางส่วนยังอยู่ภายใต้มาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ย ทําให้ธนาคารยังคง ต้องมีการบริหารจัดการดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่อเนื่อง สําหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจํานวน 1,910 ล้านบาท หรือ 4.17% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการ จําหน่ายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=37692 out_tok=3067 at=2026-07-25T18:06:30 --> # KBANK กำไรสุทธิปี 65 ลดลง 6% รับผลตั้งสำรอง ECL พุ่งสูง ## ฝ่ายจัดการ KBANK ชี้ผลประกอบการปี 2565 ได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 28.7% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและไทย ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนสำรองยังคงเติบโตได้ 6.7% ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 35,770 ล้านบาท ลดลง 6.00% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จำนวน 51,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.73% เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 6.72% เป็น 98,504 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ KBANK ในปี 2565 ปรับตัวลดลงคือ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเพิ่มขึ้นถึง 28.73% หรือ 11,587 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิ แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตจะยังคงเติบโตได้ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นไปตาม **หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง** เพื่อให้เพียงพอรองรับความเสี่ยงจากแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า รวมถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเปราะบาง นอกจากนี้ ยังเป็นการ **เสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์** เพื่อเตรียมพร้อมในการดูแลช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ ตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร การตั้งสำรองที่สูงขึ้นนี้สะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกของธนาคารภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์แวดล้อมในระยะข้างหน้า และมีแผนรับมือผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น การตั้งสำรอง ECL ที่สูงขึ้นนี้เป็นไปตามหลักความระมัดระวังเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังคงมีความเปราะบางและเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพอร์ตสินทรัพย์จึงเป็นสิ่งที่ธนาคารจะยังคงให้ความสำคัญต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 35,770 ล้านบาท ลดลง 6.00% YoY** จากปีก่อนหน้า * **การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 28.73% เป็น 51,919 ล้านบาท** เพื่อรองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ * **กำไรจากการดำเนินงานก่อนหัก ECL เพิ่มขึ้น 6.72% เป็น 98,504 ล้านบาท** * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 11.40%** จากการเติบโตของสินเชื่อและ NIM ที่สูงขึ้น * **NIM อยู่ที่ระดับ 3.33%** ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะอัตราดอกเบี้ย * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 8.42%** จากค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน, นายหน้า, และประกันภัยที่ลดลง * **อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สุทธิ (Cost to Income Ratio) ปรับดีขึ้นเป็น 43.15%** * **อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 18.81%** สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 ธนาคารกสิกรไทยมีกำไรสุทธิ 35,770 ล้านบาท ลดลง 6.00% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 28.73% เป็น 51,919 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเปราะบาง อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตและภาษีเงินได้ยังคงเติบโตได้ 6.72% เป็น 98,504 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เพิ่มขึ้น 11.40% จากการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ รวมถึงการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลให้ Net Interest Margin (NIM) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.33% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ปรับลดลง 8.42% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน ค่า นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลงตามสภาวะตลาด ด้านค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 5.22% ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สุทธิ (Cost to Income Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 43.15% ## โอกาส * **การเติบโตของสินเชื่อ** โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการที่เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัล * **การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย** ส่งผลดีต่อ Net Interest Margin (NIM) * **การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินมาใช้** เพื่อขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและภูมิภาค AEC+3 * **การผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ** เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ * **การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ความยั่งยืน** โดยคำนึงถึงมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย** ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ของลูกค้า * **ความเสี่ยงด้านเครดิต** จากการที่คู่สัญญาหรือผู้กู้ยืมไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา * **ความเสี่ยงด้านตลาด** จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาตราสารทุน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ * **ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง** จากการไม่สามารถจัดหาเงินทุนได้เพียงพอ * **ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ** จากความผิดพลาดของกระบวนการ พนักงาน ระบบงาน หรือเหตุการณ์ภายนอก * **ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง** จากการรับรู้เชิงลบของสาธารณชน * **ความเสี่ยงด้านดิจิทัล** จากการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล การจัดการข้อมูล และภัยคุกคามทางไซเบอร์ * **ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์** จากการกำหนดและการดำเนินแผนกลยุทธ์ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์** และการตั้งสำรอง ECL ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน * **การเติบโตของสินเชื่อ** โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ ผ่านช่องทางดิจิทัล * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน** และการแข่งขันด้านเงินฝาก * **การพัฒนาและนำเทคโนโลยีทางการเงินมาใช้** เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายฐานลูกค้า * **ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์** และภาวะเงินเฟ้อต่อเศรษฐกิจโลกและไทย * **การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกฎหมายใหม่ ๆ** ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **NIM และ NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโต 11.40% เป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการ ประกอบกับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ Net Interest Margin (NIM) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.33% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร **Non-NII:** รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ปรับลดลง 8.42% โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน ค่า นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ชะลอตัวลงในบางส่วน **NPL และ Coverage Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุ NPL Ratio ณ สิ้นปี 2565 โดยตรง แต่ระบุว่าอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ของระบบธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม KBANK ยังคงตั้งสำรอง ECL ในระดับสูง โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ระดับ 154.26% ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งในการรองรับความเสียหาย **Credit Cost:** การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 28.73% เป็น 51,919 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิ **สัดส่วนสินเชื่อและเงินฝาก:** สินเชื่อรวม ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,495,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.03% โดยสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจเติบโต 3.16% ขณะที่สินเชื่อกลุ่มลูกค้าบุคคลลดลง 1.18% ด้านเงินรับฝากรวมเพิ่มขึ้น 5.77% เป็น 2,748,685 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากออมทรัพย์ **CASA:** ไม่ได้ระบุสัดส่วน CASA โดยตรง แต่ระบุว่าเงินรับฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น 6.32% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ CASA **CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวม (CAR) ตามเกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 18.81% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะเงินทุน **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมรับลดลง 8.42% โดยเฉพาะจากธุรกิจจัดการกองทุน นายหน้า และประกันภัย **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่พบข้อมูลกำไรพิเศษครั้งเดียวในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 4,246,369 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.48% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ และเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ ขณะที่เงินลงทุนสุทธิลดลง หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 3.16% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝาก ในขณะที่ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมลดลง ส่วนของเจ้าของ (เฉพาะส่วนของธนาคาร) เพิ่มขึ้น 5.57% จากกำไรสุทธิหลังหักปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (เฉพาะส่วนของธนาคาร) อยู่ที่ 7.31 เท่า เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 504 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ## สรุปท้าย KBANK ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ทำให้ต้องตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงรักษาการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิได้จากสินเชื่อที่ขยายตัวและ NIM ที่ดีขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ Cost to Income Ratio ปรับตัวดีขึ้น ความแข็งแกร่งของฐานะเงินกองทุนและสภาพคล่องยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ธนาคารยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเป็น Challenger Bank และมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรมและพันธมิตรทางธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBANK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
51,808.95 ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
224,886.17 ล้านบาท
↓ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
434.07 %
กำไรสุทธิ
5,306.47 ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.24 %
D/E Ratio
6.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
51,809
↓ -26.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
224,886
↓ -8.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,306
↓ -49.4% YoY
D/E Ratio
6.68

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
51,808.95
-26.12%
70,130.44
+0.09%
70,064.11
+3.08%
67,973.47
+10.97%
61,254.21
-1.87%
62,421.52
-1.55%
กำไรขั้นต้น —
224,886.17
-8.23%
245,053.40
-1.21%
248,057.77
+5.92%
234,197.60
+11.64%
209,786.39
+3.73%
202,237.47
-2.49%
ค่าใช้จ่ายรวม —
33,831.25
-1.66%
34,403.46
-2.52%
35,292.22
+20.34%
29,326.06
-1.06%
29,639.65
+256.12%
8,322.90
-81.73%
กำไรสุทธิ —
5,306.47
-49.43%
10,494.06
+16.51%
9,006.89
+1,756.41%
485.18
-93.69%
7,691.35
-45.26%
14,051.58
+29.05%
กำไรต่อหุ้น —
2.24
-49.42%
4.43
+16.52%
3.80
+1,754.15%
0.21
-93.68%
3.25
-45.27%
5.93
+29.05%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
434.07
+24.22%
349.43
-1.30%
354.04
+2.76%
344.54
+0.60%
342.48
+5.71%
323.99
-0.96%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
65.30
+33.10%
49.06
-2.60%
50.37
+16.76%
43.14
-10.85%
48.39
+263.02%
13.33
-81.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.24
-31.55%
14.96
+16.33%
12.86
+1,711.27%
0.71
-94.35%
12.56
-44.20%
22.51
+31.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
16.51
0.00
0.00
ROE(%) —
8.62
-4.33%
9.01
+10.01%
8.19
+12.19%
7.30
-12.05%
8.30
+19.08%
6.97
-21.06%
ROA(%) —
2.38
-4.03%
2.48
+16.43%
2.13
+36.54%
1.56
-10.86%
1.75
+1.74%
1.72
-28.03%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
5.77
+0.87%
5.72
-7.44%
6.18
-4.78%
6.49
-2.41%
6.65
+3.10%
6.45
+6.44%
P/E —
9.20
+18.56%
7.76
-12.12%
8.83
+7.29%
8.23
+1.35%
8.12
-24.11%
10.70
+9.41%
P/BV —
0.78
+16.42%
0.67
+9.84%
0.61
-12.86%
0.70
-2.78%
0.72
+9.09%
0.66
-26.67%
BV —
248.73
+6.93%
232.61
+4.94%
221.65
+4.98%
211.13
+7.72%
195.99
+13.62%
172.50
+2.94%
YIELD(%) —
6.20
+48.33%
4.18
+41.22%
2.96
+34.55%
2.20
+25.00%
1.76
-60.27%
4.43
+67.17%
ราคาหุ้น —
194.50
+25.08%
155.50
+15.19%
135.00
-8.47%
147.50
+3.87%
142.00
+23.48%
115.00
-23.84%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.68
ROE (%)
8.62
ROA (%)
2.38
Book Value/หุ้น
245.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
4,558,618.07
+5.01%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
3,884,849.99
+5.13%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
581,146.31
+2.18%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E —
6.68
— — — — —
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.62
—
8.19
7.30
8.30
8.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.38
—
2.13
1.56
1.75
2.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88,535
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127,860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2567 2565 2560 2559 2558 2557 2556
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-88,535.44
-151.65%
171,419.92
-403.24%
-56,530.31
-182.45%
68,566.99
-53.12%
146,246.58
+113.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
127,860.01
-174.35%
-171,972.65
-339.61%
71,772.51
-207.36%
-66,851.90
-42.19%
-115,650.59
-1.37%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
-32,082.53
-753.03%
4,912.88
-128.86%
-17,023.20
-208.58%
15,678.19
-162.43%
-25,113.13
-181.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00