KBANK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KBANK
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
242.00
10.00 (3.97%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากตั้งสำรองลดลง และมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.13% หลักๆ เกิดจากการให้ สินเชื่อใหม่ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพและมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยการเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้า สามารถกลับมาดําเนินธุรกิจได้ปกติ รวมทั้งลูกค้าบางส่วนยังอยู่ภายใต้มาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ย ทําให้ธนาคารยังคง ต้องมีการบริหารจัดการดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่อเนื่อง สําหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจํานวน 1,910 ล้านบาท หรือ 4.17% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการ จําหน่ายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=38049 out_tok=3154 at=2026-07-27T10:23:40 --> # KBANK กำไรสุทธิ Q2/64 ลดลง 16.3% จากตั้งสำรองเพิ่ม รับผลกระทบโควิด-19 ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิโต 5.6% หนุนผลดำเนินงานก่อนสำรอง ขณะที่คุณภาพหนี้ยังเป็นปัจจัยจับตา ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 8,894 ล้านบาท ลดลง 16.31% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 24.93% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบต่อคุณภาพหนี้ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 104.40% เนื่องจากมีการตั้งสำรองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิของ KBANK ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 16.31% QoQ แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตและภาษีจะยังคงเติบโต 1.23% QoQ ก็ตาม ในทางกลับกัน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 104.40% เป็นผลมาจากการ **ตั้งสำรอง ECL ที่ลดลงอย่างมาก** หลังจากที่ปีก่อนได้ตั้งสำรองไว้ในระดับสูง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2564** เกิดจากการที่ฝ่ายจัดการต้องการ **รองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบต่อคุณภาพหนี้ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป** จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สาม ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ทำให้ธนาคารต้องบริหารจัดการเพื่อร่วมประคับประคองธุรกิจและสถานะทางการเงินของลูกค้าตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ในทางตรงกันข้าม **การตั้งสำรอง ECL ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในงวดแรกปี 2564 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน** เป็นผลมาจาก **การตั้งสำรองที่สูงมากในงวดแรกของปีก่อน** (32,064 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในการตั้งสำรอง ECL ในระดับที่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจาก **ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง** จากความกังวลและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการกระจายวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ฝ่ายจัดการได้ระบุว่า **ยังคงยึดหลักความระมัดระวัง** ในการตั้งสำรองเพื่อให้สามารถรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคโควิด-19 และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ซึ่งรวมถึงการให้สินเชื่อใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ลูกค้าตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ท่ามกลางความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/64 อยู่ที่ 8,894 ล้านบาท ลดลง 16.31% QoQ** แต่เพิ่มขึ้น 104.40% YoY * **การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 24.93% QoQ** เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.63% QoQ** จากการเติบโตของสินเชื่อ * **NIM อยู่ที่ 3.22%** ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 6.36% QoQ** จากค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ลดลง * **ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.25% QoQ** ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ * **อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 18.19%** สูงกว่าเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด ## ภาพรวมผลประกอบการ ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 จำนวน 23,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.23% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 16.31% มาอยู่ที่ 8,894 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น 24.93% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและผลต่อคุณภาพหนี้ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ธนาคารมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 104.40% เนื่องจากมีการตั้งสำรอง ECL ลดลง 39.32% หลังจากที่งวดเดียวกันปีก่อนได้ตั้งสำรองไว้ในจำนวนที่สูงมาก รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.63% จากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ส่งผลให้ NIM อยู่ที่ 3.22% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 6.36% จากค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ลดลง รวมถึงการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 3.25% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 41.78% ## โอกาส * **การเติบโตของสินเชื่อ:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการเติบโตของสินเชื่อ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร * **การลงทุนด้านเทคโนโลยี:** การเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต * **การช่วยเหลือลูกค้า:** มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งสินเชื่อฟื้นฟูและมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ อาจช่วยประคับประคองคุณภาพสินทรัพย์และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว * **การขยายบริการดิจิทัล:** การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น K PLUS, LINE BK, MAKE by KBank และบริการอื่น ๆ จะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและสร้างรายได้จากช่องทางใหม่ ๆ ## ความเสี่ยง * **คุณภาพสินทรัพย์:** ความเสี่ยงด้านเครดิตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อความเปราะบางของภาคธุรกิจและครัวเรือน * **การตั้งสำรอง ECL:** การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะสั้น * **ความผันผวนของตลาด:** ความเสี่ยงด้านตลาดจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19 และการเคลื่อนย้ายเงินทุน อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานจากการลงทุน * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ภาวะอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งจากธนาคารพาณิชย์ด้วยกันเองและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหม่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการตั้งสำรอง ECL:** ติดตามการตั้งสำรองในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์และกำไรสุทธิ * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** จับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และประสิทธิภาพของวัคซีนในการควบคุมโรค ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ * **การเติบโตของสินเชื่อและ NIM:** ติดตามการเติบโตของสินเชื่อและ NIM เพื่อประเมินรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ * **การพัฒนาบริการดิจิทัล:** ประเมินความสำเร็จของการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ ๆ และการขยายฐานลูกค้า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **NIM:** อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.22% ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 3.16% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 5.63% QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 6.36% QoQ ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ **NPL:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข NPL โดยตรง แต่กล่าวถึง "คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ยังถดถอยลงตามความเสี่ยงเศรษฐกิจ โดยสัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ขยับสูงขึ้น" ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่คุณภาพสินทรัพย์อาจแย่ลง **Coverage Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Coverage Ratio โดยตรง แต่การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้น 24.93% QoQ บ่งชี้ถึงการเพิ่มความแข็งแกร่งในการรองรับผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น **Credit Cost:** Credit Cost ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 10,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.93% QoQ **สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจเติบโต 2.36% QoQ และกลุ่มลูกค้าบุคคลเติบโต 5.21% QoQ **เงินฝาก:** เงินรับฝากรวมเพิ่มขึ้น 3.34% QoQ โดยเงินรับฝากออมทรัพย์ยังคงมีสัดส่วนสูงสุด **CASA:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วน CASA โดยตรง แต่เงินรับฝากกระแสรายวันเพิ่มขึ้น 10.72% QoQ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ CASA **CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ตามเกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 18.19% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนด **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง 6.36% QoQ **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่พบข้อมูลกำไรพิเศษครั้งเดียวในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 3.47% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากและรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน * **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 1.06% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เกิดจากกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากการจ่ายเงินปันผล * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ:** อยู่ที่ 7.38 เท่า * **เงินรับฝาก:** เพิ่มขึ้น 3.34% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเงินรับฝากระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี) มีสัดส่วนสูงถึง 99.32% * **เงินให้สินเชื่อ:** เพิ่มขึ้น 3.52% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจคิดเป็น 58.53% และสินเชื่อรายย่อยคิดเป็น 42.11% * **สภาพคล่อง:** ธนาคารดำรงเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและเงินสดที่ศูนย์เงินสดรวม 31,066 ล้านบาท ## สรุปท้าย KBANK ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้ต้องตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยหนุนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และการลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว แม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ธนาคารสามารถประคับประคองธุรกิจและลูกค้าให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBANK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
51,808.95 ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
224,886.17 ล้านบาท
↓ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
434.07 %
กำไรสุทธิ
5,306.47 ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.24 %
D/E Ratio
6.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
51,809
↓ -26.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
224,886
↓ -8.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,306
↓ -49.4% YoY
D/E Ratio
6.68

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
51,808.95
-26.12%
70,130.44
+0.09%
70,064.11
+3.08%
67,973.47
+10.97%
61,254.21
-1.87%
62,421.52
-1.55%
กำไรขั้นต้น —
224,886.17
-8.23%
245,053.40
-1.21%
248,057.77
+5.92%
234,197.60
+11.64%
209,786.39
+3.73%
202,237.47
-2.49%
ค่าใช้จ่ายรวม —
33,831.25
-1.66%
34,403.46
-2.52%
35,292.22
+20.34%
29,326.06
-1.06%
29,639.65
+256.12%
8,322.90
-81.73%
กำไรสุทธิ —
5,306.47
-49.43%
10,494.06
+16.51%
9,006.89
+1,756.41%
485.18
-93.69%
7,691.35
-45.26%
14,051.58
+29.05%
กำไรต่อหุ้น —
2.24
-49.42%
4.43
+16.52%
3.80
+1,754.15%
0.21
-93.68%
3.25
-45.27%
5.93
+29.05%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
434.07
+24.22%
349.43
-1.30%
354.04
+2.76%
344.54
+0.60%
342.48
+5.71%
323.99
-0.96%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
65.30
+33.10%
49.06
-2.60%
50.37
+16.76%
43.14
-10.85%
48.39
+263.02%
13.33
-81.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.24
-31.55%
14.96
+16.33%
12.86
+1,711.27%
0.71
-94.35%
12.56
-44.20%
22.51
+31.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
16.51
0.00
0.00
ROE(%) —
8.62
-4.33%
9.01
+10.01%
8.19
+12.19%
7.30
-12.05%
8.30
+19.08%
6.97
-21.06%
ROA(%) —
2.38
-4.03%
2.48
+16.43%
2.13
+36.54%
1.56
-10.86%
1.75
+1.74%
1.72
-28.03%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
5.77
+0.87%
5.72
-7.44%
6.18
-4.78%
6.49
-2.41%
6.65
+3.10%
6.45
+6.44%
P/E —
9.20
+18.56%
7.76
-12.12%
8.83
+7.29%
8.23
+1.35%
8.12
-24.11%
10.70
+9.41%
P/BV —
0.78
+16.42%
0.67
+9.84%
0.61
-12.86%
0.70
-2.78%
0.72
+9.09%
0.66
-26.67%
BV —
248.73
+6.93%
232.61
+4.94%
221.65
+4.98%
211.13
+7.72%
195.99
+13.62%
172.50
+2.94%
YIELD(%) —
6.20
+48.33%
4.18
+41.22%
2.96
+34.55%
2.20
+25.00%
1.76
-60.27%
4.43
+67.17%
ราคาหุ้น —
194.50
+25.08%
155.50
+15.19%
135.00
-8.47%
147.50
+3.87%
142.00
+23.48%
115.00
-23.84%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.68
ROE (%)
8.62
ROA (%)
2.38
Book Value/หุ้น
245.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
4,558,618.07
+5.01%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
3,884,849.99
+5.13%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
581,146.31
+2.18%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E —
6.68
— — — — —
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.62
—
8.19
7.30
8.30
8.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.38
—
2.13
1.56
1.75
2.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88,535
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127,860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2567 2565 2560 2559 2558 2557 2556
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-88,535.44
-151.65%
171,419.92
-403.24%
-56,530.31
-182.45%
68,566.99
-53.12%
146,246.58
+113.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
127,860.01
-174.35%
-171,972.65
-339.61%
71,772.51
-207.36%
-66,851.90
-42.19%
-115,650.59
-1.37%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
-32,082.53
-753.03%
4,912.88
-128.86%
-17,023.20
-208.58%
15,678.19
-162.43%
-25,113.13
-181.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00