KBANK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KBANK
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
242.00
10.00 (3.97%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากตั้งสำรองลดลง และมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.13% หลักๆ เกิดจากการให้ สินเชื่อใหม่ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพและมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยการเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้า สามารถกลับมาดําเนินธุรกิจได้ปกติ รวมทั้งลูกค้าบางส่วนยังอยู่ภายใต้มาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ย ทําให้ธนาคารยังคง ต้องมีการบริหารจัดการดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่อเนื่อง สําหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจํานวน 1,910 ล้านบาท หรือ 4.17% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการ จําหน่ายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=37475 out_tok=2967 at=2026-07-25T19:44:10 --> KBANK กำไรสุทธิ Q2/65 ลดลง 3.7% YoY รับแรงกดดันค่าใช้จ่ายดำเนินงาน-ตั้งสำรองสูงขึ้น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 10,794 ล้านบาท ลดลง 3.72% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อ แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่สูงขึ้น และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ KBANK ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL)** แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะยังคงเติบโตได้จากการขยายตัวของสินเชื่อ แต่ปัจจัยลบดังกล่าวมีน้ำหนักมากกว่า ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น:** เอกสารระบุว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 680 ล้านบาท หรือ 3.90% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เกิดจาก **ค่าใช้จ่ายทางการตลาด และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์** ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 43.53% * **การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น:** ธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 516 ล้านบาท หรือ 5.53% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ และปัจจัยเชิงเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงค่าครองชีพของภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์ อาจเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ของธนาคาร ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นครั้งคราวหรือต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนและการตลาดในอนาคต ส่วนการตั้งสำรอง ECL นั้น มีแนวโน้มที่จะต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิดต่อไป เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าสอดคล้องกับปัจจัยเชิงเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน และการเติบโตของสินเชื่อ ซึ่งหากเศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น การตั้งสำรองอาจยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 10,794 ล้านบาท:** ลดลง 3.72% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 12.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ม 0.82% QoQ:** จากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ โดย NIM อยู่ที่ 3.21% * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่ม 7.17% QoQ:** ส่วนใหญ่มาจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่ม 3.90% QoQ:** จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายอาคารสถานที่และอุปกรณ์ * **ตั้งสำรอง ECL เพิ่ม 5.53% QoQ:** สอดคล้องกับการเติบโตของสินเชื่อและปัจจัยเศรษฐกิจ * **NPL Ratio อยู่ที่ 3.80%:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.78% ในไตรมาสก่อนหน้า * **Coverage Ratio อยู่ที่ 144.61%:** ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนความแข็งแกร่งในการรองรับความเสียหาย ## ภาพรวมผลประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 10,794 ล้านบาท ลดลง 3.72% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.72% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 0.82% จากการเติบโตของสินเชื่อ ทำให้ NIM อยู่ที่ 3.21% ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7.17% จากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน และค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงตามภาวะตลาด ด้านค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.90% จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและค่าใช้จ่ายอาคารสถานที่และอุปกรณ์ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio อยู่ที่ 43.53% ขณะที่การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 5.53% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 หนุนการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ของธนาคาร * **การขยายบริการดิจิทัล:** ธนาคารยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น K PLUS และ K BIZ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและขยายฐานลูกค้า * **การสนับสนุนธุรกิจ ESG:** การออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานสะอาด สอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน * **การขยายธุรกิจในภูมิภาค AEC+3:** กลยุทธ์การรุกขยายสินเชื่อลูกค้าธุรกิจและการใช้ประโยชน์จากพันธมิตรในภูมิภาค ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและไทย:** แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือนและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า * **ความผันผวนของตลาดการเงิน:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก อาจส่งผลต่อมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินของธนาคารและการเคลื่อนย้ายเงินทุน * **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การเติบโตของสินเชื่อควบคู่กับปัจจัยเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด * **ความเสี่ยงด้านดิจิทัลและไซเบอร์:** การขยายบริการดิจิทัลเพิ่มความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้ม NIM:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จะส่งผลต่อ NIM อย่างไร * **คุณภาพสินทรัพย์:** การบริหารจัดการ NPL และการตั้งสำรอง ECL ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ * **การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** ความสามารถในการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการอื่น ๆ เพื่อชดเชยความผันผวนของตลาดทุน * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม * **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** ความคืบหน้าของการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารแมสเปี้ยน และการขยายบริการในภูมิภาค AEC+3 ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **NIM และ NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 0.82% QoQ เป็น 32,012 ล้านบาท โดยมี NIM อยู่ที่ 3.21% ซึ่งถือว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตของสินเชื่อเป็นปัจจัยหนุนหลัก **Non-NII:** รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) เพิ่มขึ้น 7.17% QoQ เป็น 9,499 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย อย่างไรก็ตาม รายได้จากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน และค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงตามภาวะตลาด **NPL:** เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 109,972 ล้านบาท คิดเป็น 3.80% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.78% ในไตรมาสก่อน **Coverage Ratio:** อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 144.61% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนความแข็งแกร่งในการรองรับความเสียหาย **Credit Cost:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 19,188 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.38% YoY โดยมีอัตราส่วน ECL ต่อสินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 1.56% **สัดส่วนสินเชื่อ:** เงินให้สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 1.27% QoQ เป็น 2,489,420 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจเติบโต 1.79% ขณะที่สินเชื่อบุคคลลดลง 0.45% **เงินฝากและ CASA:** เงินรับฝากรวมเพิ่มขึ้น 1.41% QoQ เป็น 2,671,536 ล้านบาท โดยเงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น 2.82% ขณะที่เงินฝากประจำลดลง 4.21% **CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ตามหลักเกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 18.37% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมจากการจัดการกองทุนและค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงตามภาวะตลาด แต่รายได้สุทธิจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงกำไรพิเศษครั้งเดียวที่มีนัยสำคัญในงวดนี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 มีจำนวน 4,187,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.32% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อ * **หนี้สินรวม:** มีจำนวน 3,642,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.59% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝาก * **ส่วนของเจ้าของ:** (เฉพาะส่วนของธนาคาร) มีจำนวน 488,963 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.16% จากไตรมาสก่อนหน้า * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ:** (เฉพาะส่วนของธนาคาร) อยู่ที่ 7.45 เท่า * **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของเงินรับฝากและเงินให้สินเชื่อบ่งชี้ถึงกิจกรรมหลักของธนาคาร ## สรุปท้าย KBANK ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรอง ECL ที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะเติบโตได้จากการขยายตัวของสินเชื่อ แต่ปัจจัยลบดังกล่าวส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยระดับ CAR ที่สูงกว่าเกณฑ์ และ Coverage Ratio ที่เพียงพอต่อการรองรับความเสียหาย โอกาสในการเติบโตยังคงมาจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวและการขยายบริการดิจิทัล แต่ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและภาวะเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBANK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
51,808.95 ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
224,886.17 ล้านบาท
↓ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
434.07 %
กำไรสุทธิ
5,306.47 ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.24 %
D/E Ratio
6.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
51,809
↓ -26.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
224,886
↓ -8.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,306
↓ -49.4% YoY
D/E Ratio
6.68

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
51,808.95
-26.12%
70,130.44
+0.09%
70,064.11
+3.08%
67,973.47
+10.97%
61,254.21
-1.87%
62,421.52
-1.55%
กำไรขั้นต้น —
224,886.17
-8.23%
245,053.40
-1.21%
248,057.77
+5.92%
234,197.60
+11.64%
209,786.39
+3.73%
202,237.47
-2.49%
ค่าใช้จ่ายรวม —
33,831.25
-1.66%
34,403.46
-2.52%
35,292.22
+20.34%
29,326.06
-1.06%
29,639.65
+256.12%
8,322.90
-81.73%
กำไรสุทธิ —
5,306.47
-49.43%
10,494.06
+16.51%
9,006.89
+1,756.41%
485.18
-93.69%
7,691.35
-45.26%
14,051.58
+29.05%
กำไรต่อหุ้น —
2.24
-49.42%
4.43
+16.52%
3.80
+1,754.15%
0.21
-93.68%
3.25
-45.27%
5.93
+29.05%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
434.07
+24.22%
349.43
-1.30%
354.04
+2.76%
344.54
+0.60%
342.48
+5.71%
323.99
-0.96%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
65.30
+33.10%
49.06
-2.60%
50.37
+16.76%
43.14
-10.85%
48.39
+263.02%
13.33
-81.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.24
-31.55%
14.96
+16.33%
12.86
+1,711.27%
0.71
-94.35%
12.56
-44.20%
22.51
+31.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
16.51
0.00
0.00
ROE(%) —
8.62
-4.33%
9.01
+10.01%
8.19
+12.19%
7.30
-12.05%
8.30
+19.08%
6.97
-21.06%
ROA(%) —
2.38
-4.03%
2.48
+16.43%
2.13
+36.54%
1.56
-10.86%
1.75
+1.74%
1.72
-28.03%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
5.77
+0.87%
5.72
-7.44%
6.18
-4.78%
6.49
-2.41%
6.65
+3.10%
6.45
+6.44%
P/E —
9.20
+18.56%
7.76
-12.12%
8.83
+7.29%
8.23
+1.35%
8.12
-24.11%
10.70
+9.41%
P/BV —
0.78
+16.42%
0.67
+9.84%
0.61
-12.86%
0.70
-2.78%
0.72
+9.09%
0.66
-26.67%
BV —
248.73
+6.93%
232.61
+4.94%
221.65
+4.98%
211.13
+7.72%
195.99
+13.62%
172.50
+2.94%
YIELD(%) —
6.20
+48.33%
4.18
+41.22%
2.96
+34.55%
2.20
+25.00%
1.76
-60.27%
4.43
+67.17%
ราคาหุ้น —
194.50
+25.08%
155.50
+15.19%
135.00
-8.47%
147.50
+3.87%
142.00
+23.48%
115.00
-23.84%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.68
ROE (%)
8.62
ROA (%)
2.38
Book Value/หุ้น
245.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
4,558,618.07
+5.01%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
3,884,849.99
+5.13%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
581,146.31
+2.18%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E —
6.68
— — — — —
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.62
—
8.19
7.30
8.30
8.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.38
—
2.13
1.56
1.75
2.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88,535
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127,860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2567 2565 2560 2559 2558 2557 2556
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-88,535.44
-151.65%
171,419.92
-403.24%
-56,530.31
-182.45%
68,566.99
-53.12%
146,246.58
+113.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
127,860.01
-174.35%
-171,972.65
-339.61%
71,772.51
-207.36%
-66,851.90
-42.19%
-115,650.59
-1.37%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
-32,082.53
-753.03%
4,912.88
-128.86%
-17,023.20
-208.58%
15,678.19
-162.43%
-25,113.13
-181.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00