ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
242.00
10.00 (3.97%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากตั้งสำรองลดลง และมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.13% หลักๆ เกิดจากการให้ สินเชื่อใหม่ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพและมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยการเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้า สามารถกลับมาดําเนินธุรกิจได้ปกติ รวมทั้งลูกค้าบางส่วนยังอยู่ภายใต้มาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ย ทําให้ธนาคารยังคง ต้องมีการบริหารจัดการดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่อเนื่อง
สําหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจํานวน 1,910 ล้านบาท หรือ 4.17% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการ จําหน่ายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=36917 out_tok=3062 at=2026-07-25T19:32:47 -->
# KBANK กำไร Q3/64 ลดลง 2.96% เหตุรายได้ค่าธรรมเนียมหดตัว แต่ NIM ทรงตัว
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหนุน แต่กำไรสุทธิลดลงจากผลกระทบตลาดการเงินและสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 8,631 ล้านบาท ลดลง 2.96% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ KBANK ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คือ **การลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินตามภาวะตลาดที่ผันผวน ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะยังคงเติบโตได้จากการขยายตัวของสินเชื่อ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง:** สาเหตุหลักมาจาก **การปรับมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) ของสินทรัพย์ทางการเงิน** ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนของภาวะตลาดในช่วงไตรมาสนี้ นอกจากนี้ รายได้สุทธิจากการรับประกันภัยก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
* **การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น:** ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 4.53% จากไตรมาสก่อนหน้า เพื่อเตรียมรองรับความไม่แน่นอนจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น:** ปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงผลประกอบการ คือ การเติบโตของ **เงินให้สินเชื่อ** ซึ่งส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 3.45% โดยมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ระดับ 3.23% ซึ่งทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับ ECL และ NIM)**
* **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** การปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินเป็นปัจจัยที่มี **ลักษณะครั้งคราว** ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา
* **การตั้งสำรอง ECL:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทย และธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก
* **NIM:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** ที่จะทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม เนื่องจากธนาคารยังคงบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อบางส่วนจะเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงนัก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64:** 8,631 ล้านบาท ลดลง 2.96% QoQ
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 3.45% QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ
* **NIM:** อยู่ที่ 3.23% ทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อน
* **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** ลดลง 17.38% QoQ หลักจาก Mark to Market สินทรัพย์ทางการเงิน
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** ลดลง 0.61% QoQ Cost to Income Ratio อยู่ที่ 42.47%
* **การตั้งสำรอง ECL:** เพิ่มขึ้น 4.53% QoQ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **เงินกองทุน:** CAR อยู่ที่ 18.82% สูงกว่าเกณฑ์ BOT
## ภาพรวมผลประกอบการ
ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 จำนวน 8,631 ล้านบาท ลดลง 2.96% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินตามภาวะตลาดที่ผันผวน ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 4.53% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโตได้ 3.45% จากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ โดยมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ระดับ 3.23% ซึ่งทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงเล็กน้อย 0.61% ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 42.47%
สำหรับผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 28,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 73.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง 28.28% จากปีก่อนที่ตั้งสำรองในระดับสูงเพื่อรองรับวิกฤตโควิด-19
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ คาดว่าจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 และต่อเนื่องในปี 2565
* **การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล:** ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เช่น K PLUS ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ Ecosystem ของลูกค้า และการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การขยายธุรกิจในภูมิภาค AEC+3:** ธนาคารมีเป้าหมายเป็น Regional Digital Bank โดยการร่วมลงทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าจำนวนมาก และการเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นและเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่และมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวด ยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และจำกัดกรอบการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจหลัก
* **คุณภาพสินทรัพย์:** สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ยังคงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารต้องติดตามและให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินมีแนวโน้มทวีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **ความผันผวนของตลาดการเงิน:** ความไม่แน่นอนของการปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและอัตราดอกเบี้ยในประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการตั้งสำรอง ECL:** การบริหารจัดการสำรองฯ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตามและบริหารจัดการ NPL ที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพและสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง
* **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** ความสามารถในการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น
* **การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ดิจิทัล:** การพัฒนา K PLUS และแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและสร้างการเติบโต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM:** อยู่ที่ 3.23% ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าสินเชื่อส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อธุรกิจเพื่อช่วยเหลือด้านสภาพคล่องซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงนัก
* **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 3.45% จากการเติบโตของสินเชื่อ ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 17.38% เป็นผลหลักจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินตามภาวะตลาด
* **NPL:** สัดส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 3.85% ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 3.95% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ธนาคารยังคงติดตามและดูแลคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด
* **Coverage Ratio:** อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 156.96% เพิ่มขึ้นจาก 154.09% ในไตรมาสก่อน สะท้อนการตั้งสำรองที่เพียงพอ
* **Credit Cost:** ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 4.53% QoQ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 2.55% QoQ โดยสินเชื่อธุรกิจเติบโต 2.10% และสินเชื่อบุคคลเติบโต 1.35%
* **เงินฝาก:** เงินรับฝากรวมเพิ่มขึ้น 2.04% QoQ โดยเงินฝากออมทรัพย์ยังคงเป็นสัดส่วนหลัก
* **CASA:** สัดส่วนเงินฝากกระแสรายวัน (CASA) อยู่ที่ 5.77% ของเงินรับฝากรวม
* **CAR/Basel:** อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 18.82% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย 0.18% QoQ แม้จะมีแรงหนุนจากค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุน แต่ถูกหักล้างด้วยค่าธรรมเนียมบัตรและค่าธรรมเนียมโอนเงินที่ลดลง
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่มีรายการกำไรพิเศษครั้งเดียวที่มีนัยสำคัญในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 4,029,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.68% QoQ จากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนสุทธิและเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 3,507,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.99% QoQ จากการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝาก รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงิน และตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม
* **ส่วนของเจ้าของ:** (เฉพาะส่วนของธนาคาร) อยู่ที่ 464,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.65% QoQ จากกำไรสุทธิในไตรมาส
* **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 7.55 เท่า
* **เงินสด:** ข้อมูลกระแสเงินสดไม่ได้ระบุรายละเอียดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
KBANK ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของตลาดการเงินที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และการตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะยังคงเติบโตได้จากการขยายตัวของสินเชื่อและ NIM ที่ทรงตัว อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งด้วยเงินกองทุนที่สูงกว่าเกณฑ์ และเดินหน้าพัฒนาดิจิทัลแบงกิ้งอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBANK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
51,808.95
ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
224,886.17
ล้านบาท
↓ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
434.07
%
กำไรสุทธิ
5,306.47
ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.24
%
D/E Ratio
6.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
51,809
↓ -26.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
224,886
↓ -8.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,306
↓ -49.4%
YoY
D/E Ratio
6.68
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBANK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.68
ROE (%)
8.62
ROA (%)
2.38
Book Value/หุ้น
245.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBANK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
4,558,618.07
+5.01%
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
3,884,849.99
+5.13%
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
581,146.31
+2.18%
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| D/E | — |
6.68
|
— | — | — | — | — |
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
8.62
|
— |
8.19
|
7.30
|
8.30
|
8.83
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
2.38
|
— |
2.13
|
1.56
|
1.75
|
2.39
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
— |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88,535
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127,860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBANK
| รายการ | 2567 | 2565 | 2560 | 2559 | 2558 | 2557 | 2556 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-88,535.44
-151.65%
|
171,419.92
-403.24%
|
-56,530.31
-182.45%
|
68,566.99
-53.12%
|
146,246.58
+113.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
127,860.01
-174.35%
|
-171,972.65
-339.61%
|
71,772.51
-207.36%
|
-66,851.90
-42.19%
|
-115,650.59
-1.37%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-32,082.53
-753.03%
|
4,912.88
-128.86%
|
-17,023.20
-208.58%
|
15,678.19
-162.43%
|
-25,113.13
-181.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|