KBANK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KBANK
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
242.00
10.00 (3.97%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากตั้งสำรองลดลง และมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.13% หลักๆ เกิดจากการให้ สินเชื่อใหม่ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพและมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยการเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้า สามารถกลับมาดําเนินธุรกิจได้ปกติ รวมทั้งลูกค้าบางส่วนยังอยู่ภายใต้มาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ย ทําให้ธนาคารยังคง ต้องมีการบริหารจัดการดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่อเนื่อง สําหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจํานวน 1,910 ล้านบาท หรือ 4.17% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการ จําหน่ายหลักทรัพย์ และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=39273 out_tok=2961 at=2026-07-25T18:54:10 --> # KBANK กำไร Q1/2566 พุ่ง 236% รับผลสำรองลด - รายได้ดอกเบี้ยทรงตัว ## กำไรสุทธิโตแรงจากสำรองฯ ลดลง ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัวตามต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 10,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 236.63% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงอย่างมาก ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตและภาษีเงินได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ชะลอตัวลงตามต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ KBANK ในไตรมาส 1 ปี 2566 พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL)** ซึ่งลดลงถึง 44.29% หรือ 10,092 ล้านบาท ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในทางกลับกัน กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตและภาษีเงินได้กลับลดลง 5.56% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ชะลอตัวลง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง** เกิดจากในไตรมาส 4 ปี 2565 ธนาคารได้ตั้งสำรองในระดับสูงตามหลักความระมัดระวังและสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ทำให้ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถลดการตั้งสำรองลงได้ อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่าธนาคารพบลูกค้าธุรกิจรายใหญ่รายหนึ่งที่มีสัญญาณคุณภาพหนี้เสื่อมถอย และได้มีการตั้งสำรองสำหรับหนี้ส่วนนี้ไว้แล้ว และอาจพิจารณาตั้งสำรองเพิ่มเติมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ส่วน **กำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง** เกิดจาก: * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ลดลง 3.52%** เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการปรับอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) กลับสู่อัตราปกติที่ 0.46% ต่อปี และต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้น แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้สินเชื่อจะเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงและปริมาณสินเชื่อที่เติบโต * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 11.72%** ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาด (Mark to Market) ของสินทรัพย์ทางการเงินของบริษัทย่อยที่ลดลงตามภาวะตลาด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือ การลดลงของการตั้งสำรอง ECL ซึ่งเป็นผลมาจากการตั้งสำรองที่สูงผิดปกติในไตรมาสก่อนหน้า จึงมีแนวโน้มที่จะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดียวกันนี้อีกในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์ของลูกค้ารายใหญ่ที่กล่าวถึง และอาจต้องพิจารณาตั้งสำรองเพิ่มเติมหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น สำหรับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ชะลอตัวลงนั้น มีแนวโน้มที่จะได้รับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะปรับขึ้นอีก ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลงจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินนั้น เป็นไปตามภาวะตลาดซึ่งมีความผันผวนสูง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q1/2566 พุ่ง 10,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236.63% QoQ** จากการตั้งสำรอง ECL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ * **กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ และภาษี ลดลง 5.56% QoQ** โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 3.52% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 11.72% * **NIM อยู่ที่ 3.46%** ลดลงจาก 3.62% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น * **NPL Ratio อยู่ที่ 3.04%** ลดลงจาก 3.19% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนการบริหารจัดการคุณภาพหนี้เชิงรุก * **Coverage Ratio อยู่ที่ 156.68%** สะท้อนความแข็งแกร่งในการรองรับหนี้ด้อยคุณภาพ * **อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 18.90%** สูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะเงินกองทุน ## ภาพรวมผลประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 10,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236.63% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่ลดลง 4.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้ (Pre-provision Operating Profit) กลับลดลง 5.56% QoQ และเพิ่มขึ้น 15.32% YoY โดยปัจจัยกดดันหลักคือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ลดลง 3.52% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 9.84% YoY และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ที่ลดลง 11.72% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 32.00% YoY อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 42.50% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ รวมถึงการใช้จ่ายผ่านบัตรต่างๆ * **การเติบโตของสินเชื่อดิจิทัล:** ธนาคารมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน * **การขยายธุรกิจในภูมิภาค AEC+3:** การลงทุนในสตาร์ทอัพและพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว * **การให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน:** สอดคล้องกับกลยุทธ์ "Bank of Sustainability" และเทรนด์ ESG ที่กำลังเติบโต * **การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม:** ผ่าน KBTG เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัล ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและไทย:** แรงกดดันจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ของลูกค้า * **ปัญหาหนี้ครัวเรือน:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อและการชำระหนี้ของลูกค้าบุคคล * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมธนาคาร:** ทั้งจากธนาคารพาณิชย์ด้วยกันและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหม่ (Neo-banks, Fintech) * **ความเสี่ยงด้านไซเบอร์:** การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ และการโจมตีทางไซเบอร์ * **การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และกฎหมาย:** โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคล ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **คุณภาพสินทรัพย์ของลูกค้ารายใหญ่:** การติดตามสถานการณ์หนี้ของลูกค้ารายใหญ่ที่ระบุในเอกสาร และการตั้งสำรองเพิ่มเติมหากจำเป็น * **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารกลางหลักทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลต่อ NIM และต้นทุนทางการเงิน * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การแข่งขันในการรับฝากเงินและการออกตราสารหนี้เพื่อบริหารสภาพคล่อง * **การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** โดยเฉพาะจากธุรกิจประกันและธุรกิจลงทุน ที่ยังคงมีความผันผวนตามภาวะตลาด * **ความคืบหน้าในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์:** โดยเฉพาะการขยายธุรกิจในต่างประเทศ และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **NIM:** อยู่ที่ 3.46% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า (3.62%) แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน (3.19%) สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับอัตราดอกเบี้ย FIDF และดอกเบี้ยเงินฝาก แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น * **NPL Ratio:** ลดลงมาอยู่ที่ 3.04% จาก 3.19% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการคุณภาพหนี้เชิงรุก * **Coverage Ratio:** อยู่ที่ 156.68% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง สะท้อนความแข็งแกร่งในการรองรับหนี้ด้อยคุณภาพ * **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย:** ลดลง 11.72% QoQ ส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินตามภาวะตลาด แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจะเติบโตเล็กน้อย * **ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน:** Cost to Income Ratio อยู่ที่ 42.50% ทรงตัวใกล้เคียงเดิม โดยมีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อย 0.20% QoQ มาอยู่ที่ 4,238,084 ล้านบาท โดยมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ลดลง 1.20% ขณะที่เงินลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 2.12% * **หนี้สินรวม:** ลดลง 0.48% QoQ มาอยู่ที่ 3,661,550 ล้านบาท โดยเงินรับฝากลดลง 1.28% ขณะที่ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 30.66% * **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 1.82% QoQ มาอยู่ที่ 512,421 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ * **อัตราส่วนเงินกองทุน (BIS Ratio):** อยู่ที่ 18.90% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานะเงินกองทุน * **อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก (LDR):** อยู่ที่ 90.85% ทรงตัวใกล้เคียงเดิม ## สรุปท้าย KBANK ในไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิที่โดดเด่นจากการลดลงของการตั้งสำรอง ECL ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว ขณะที่ผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ผันผวนตามภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง และธนาคารมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเติบโตผ่านช่องทางดิจิทัล การขยายธุรกิจในต่างประเทศ และการให้สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KBANK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
51,808.95 ล้านบาท
↓ 26.1% YoY
กำไรขั้นต้น
224,886.17 ล้านบาท
↓ 8.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
434.07 %
กำไรสุทธิ
5,306.47 ล้านบาท
↓ 49.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
10.24 %
D/E Ratio
6.68
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
51,809
↓ -26.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
224,886
↓ -8.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
5,306
↓ -49.4% YoY
D/E Ratio
6.68

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
51,808.95
-26.12%
70,130.44
+0.09%
70,064.11
+3.08%
67,973.47
+10.97%
61,254.21
-1.87%
62,421.52
-1.55%
กำไรขั้นต้น —
224,886.17
-8.23%
245,053.40
-1.21%
248,057.77
+5.92%
234,197.60
+11.64%
209,786.39
+3.73%
202,237.47
-2.49%
ค่าใช้จ่ายรวม —
33,831.25
-1.66%
34,403.46
-2.52%
35,292.22
+20.34%
29,326.06
-1.06%
29,639.65
+256.12%
8,322.90
-81.73%
กำไรสุทธิ —
5,306.47
-49.43%
10,494.06
+16.51%
9,006.89
+1,756.41%
485.18
-93.69%
7,691.35
-45.26%
14,051.58
+29.05%
กำไรต่อหุ้น —
2.24
-49.42%
4.43
+16.52%
3.80
+1,754.15%
0.21
-93.68%
3.25
-45.27%
5.93
+29.05%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
434.07
+24.22%
349.43
-1.30%
354.04
+2.76%
344.54
+0.60%
342.48
+5.71%
323.99
-0.96%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
65.30
+33.10%
49.06
-2.60%
50.37
+16.76%
43.14
-10.85%
48.39
+263.02%
13.33
-81.45%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
10.24
-31.55%
14.96
+16.33%
12.86
+1,711.27%
0.71
-94.35%
12.56
-44.20%
22.51
+31.10%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
16.51
0.00
0.00
ROE(%) —
8.62
-4.33%
9.01
+10.01%
8.19
+12.19%
7.30
-12.05%
8.30
+19.08%
6.97
-21.06%
ROA(%) —
2.38
-4.03%
2.48
+16.43%
2.13
+36.54%
1.56
-10.86%
1.75
+1.74%
1.72
-28.03%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
5.77
+0.87%
5.72
-7.44%
6.18
-4.78%
6.49
-2.41%
6.65
+3.10%
6.45
+6.44%
P/E —
9.20
+18.56%
7.76
-12.12%
8.83
+7.29%
8.23
+1.35%
8.12
-24.11%
10.70
+9.41%
P/BV —
0.78
+16.42%
0.67
+9.84%
0.61
-12.86%
0.70
-2.78%
0.72
+9.09%
0.66
-26.67%
BV —
248.73
+6.93%
232.61
+4.94%
221.65
+4.98%
211.13
+7.72%
195.99
+13.62%
172.50
+2.94%
YIELD(%) —
6.20
+48.33%
4.18
+41.22%
2.96
+34.55%
2.20
+25.00%
1.76
-60.27%
4.43
+67.17%
ราคาหุ้น —
194.50
+25.08%
155.50
+15.19%
135.00
-8.47%
147.50
+3.87%
142.00
+23.48%
115.00
-23.84%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.68
ROE (%)
8.62
ROA (%)
2.38
Book Value/หุ้น
245.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
4,558,618.07
+5.01%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
3,884,849.99
+5.13%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
581,146.31
+2.18%
—
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E —
6.68
— — — — —
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.62
—
8.19
7.30
8.30
8.83
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.38
—
2.13
1.56
1.75
2.39
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88,535
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127,860
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KBANK

รายการ 2567 2565 2560 2559 2558 2557 2556
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-88,535.44
-151.65%
171,419.92
-403.24%
-56,530.31
-182.45%
68,566.99
-53.12%
146,246.58
+113.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
127,860.01
-174.35%
-171,972.65
-339.61%
71,772.51
-207.36%
-66,851.90
-42.19%
-115,650.59
-1.37%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
-32,082.53
-753.03%
4,912.88
-128.86%
-17,023.20
-208.58%
15,678.19
-162.43%
-25,113.13
-181.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00