บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
1.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรหลักๆ เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 7.63%YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ งานให้บริการ และ งานกลุ่มรองเท้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้จาการขายและบริการลดลงเล็กน้อย 0.33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และ Wet Blue ที่ลดลง
กําไรขั้นต้นเท่ากับ 88.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 4.64% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยอัตรากําไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายและบริการใน ไตรมาสที่ 1/2565 เท่ากับ 18.75% ซึ่งอัตรากําไรขั้นต้นของช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 20.01% เนื่องจาก ต้นทุนวัตถุดิบที่มีการปรับราคาสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4892 out_tok=2341 at=2026-07-25T17:05:02 -->
# IHL กำไรสุทธิปี 65 หด 29% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าเงินผันผวน
## รายได้รวมโต 20% แต่ GPM แผ่ว ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงาน-ค่าแรงกดดันหนัก
บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,070.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 29.00% มาอยู่ที่ 99.93 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ IHL ในปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการผลิต** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 19.38% ในปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 15.50% แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 20.82% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้น มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19, สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน, ภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนหนังและวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 ยังได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากค่าพลังงานเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นเป็น 84.50% ของรายได้จากการขายและบริการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและมีความผันผวนสูง เช่น สถานการณ์สงคราม ภาวะเงินเฟ้อ และค่าเงินบาท แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการลงทุนในเครื่องจักรและปรับปรุงอาคาร แต่ค่าเสื่อมราคาที่รับรู้ก็สูงกว่าการลงทุนใหม่ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการเบิกเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อาจบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องท่ามกลางต้นทุนที่สูงขึ้น จึงยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าแรง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 20.37%** แตะ 2,070.96 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายหนังพื้นและงานให้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรสุทธิหดตัว 29.00%** เหลือ 99.93 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 19.38% ในปีก่อนหน้า เหลือ 15.50% เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบ เคมีภัณฑ์ พลังงาน และค่าแรงที่สูงขึ้น
* **EBITDA ลดลง 5.38%** มาอยู่ที่ 417.43 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุน
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง** จาก 53.66 ล้านบาท เหลือ 52.36 ล้านบาท จากภาระหนี้สินที่ลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 1,658.96 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงาน หักด้วยเงินปันผลจ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 IHL มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,070.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายหนังพื้น (เพิ่มขึ้น 321%) และรายได้จากงานให้บริการ (เพิ่มขึ้น 100%) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.38% ในปี 2564 เหลือ 15.50% ในปี 2565 ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 3.37% มาอยู่ที่ 317.90 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปรับลดลง 5.38% มาอยู่ที่ 417.43 ล้านบาท และส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2565 อยู่ที่ 99.93 ล้านบาท ลดลง 29.00% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากหนังพื้นและงานให้บริการ:** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในสองส่วนนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดและฐานลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายทางการเงินลงได้ จากการบริหารจัดการภาระหนี้สินที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ต้นทุนหนัง วัตถุดิบเคมีภัณฑ์ และพลังงานเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก เช่น สงคราม เงินเฟ้อ และค่าเงินบาท เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำ:** การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มภาระต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2565 แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทก็ส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบที่นำเข้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหนังและเคมีภัณฑ์ รวมถึงราคาพลังงานเชื้อเพลิง
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการผลิต เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* ทิศทางค่าเงินบาท และผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้า
* การเติบโตของรายได้จากกลุ่มหนังพื้นและงานให้บริการ
* แผนการลงทุนและการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายหนังพื้นและงานให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนดังกล่าว
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนหนังและวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 19.38% เหลือ 15.50%
* **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 1,057.11 ล้านบาท เป็น 1,204.42 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับต้นทุนที่สูงขึ้น หรือการผลิตที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 IHL มีสินทรัพย์รวม 3,694.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า (233.69 ล้านบาท) และสินค้าคงเหลือ (1,204.42 ล้านบาท) ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 33.12 ล้านบาท เหลือ 4.84 ล้านบาท ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิลดลงเป็น 2,163.07 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาสูงกว่าการลงทุนใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,035.46 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้น 1,074.29 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาว 639.76 ล้านบาท ซึ่งเงินกู้ระยะยาวลดลงจากการจ่ายคืนตามกำหนด ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,658.96 ล้านบาท จากผลกำไรสะสมและหักเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 4.88 เท่า และหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.23 เท่า
## สรุปท้าย
IHL เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 จากปัจจัยภายนอกหลายประการ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของธุรกิจหนังพื้นและงานให้บริการ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าแรง ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการเติบโตของรายได้ในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่ต้องติดตามต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IHL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
410.34
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
80.67
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.66
%
กำไรสุทธิ
-0.23
ล้านบาท
↓ 101.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.06
%
D/E Ratio
1.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
410
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
81
↓ -13.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -101.6%
YoY
D/E Ratio
1.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IHL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.47
ROE (%)
6.78
ROA (%)
5.32
Book Value/หุ้น
2.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IHL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+102
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IHL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
134.17
-1.25%
|
135.87
-178.38%
|
-173.35
-11.77%
|
-196.47
-182.94%
|
236.88
-0.71%
|
238.57
+317.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
101.72
+70.27%
|
59.74
+68.90%
|
35.37
-53.70%
|
76.39
-161.13%
|
-124.96
-14.53%
|
-146.21
-56.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-229.83
+12.49%
|
-204.31
-247.19%
|
138.81
-19.99%
|
173.49
-304.30%
|
-84.92
-3.59%
|
-88.08
-132.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.35
-173.92%
|
-8.59
-1,122.62%
|
0.84
-98.43%
|
53.42
+97.93%
|
26.99
+530.61%
|
4.28
-237.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|
1.90
-62.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4.12
-78.42%
|
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|