บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
1.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรหลักๆ เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 7.63%YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ งานให้บริการ และ งานกลุ่มรองเท้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้จาการขายและบริการลดลงเล็กน้อย 0.33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และ Wet Blue ที่ลดลง
กําไรขั้นต้นเท่ากับ 88.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 4.64% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยอัตรากําไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายและบริการใน ไตรมาสที่ 1/2565 เท่ากับ 18.75% ซึ่งอัตรากําไรขั้นต้นของช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 20.01% เนื่องจาก ต้นทุนวัตถุดิบที่มีการปรับราคาสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6026 out_tok=2793 at=2026-07-25T16:58:58 -->
# IHL กำไรสุทธิ Q3/2566 ดิ่ง 65% รับต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยขาขึ้น
## รายได้หด 14.69% ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่ง กดดัน GPM วูบ ขณะดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มกระทบกำไรสุทธิ
บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการ 481.90 ล้านบาท ลดลง 14.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยและความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9.03 ล้านบาท ลดลงถึง 65.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำใหกำไรสุทธิของ IHL ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงถึง 65.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ **1) ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และค่าพลังงาน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง และ **2) ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 12.02% ลดลงจาก 13.24% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 14.69% แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยตรง
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 1.89 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิให้ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากเอกสารที่ระบุถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4/2566 แต่ยังมีความเสี่ยงจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนตัวลง อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและอาหาร ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่าบริษัทกำลังพยายามหาช่องทางขายผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงและมีการแข่งขันไม่รุนแรง เพื่อชดเชยต้นทุนที่แนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการขยายธุรกิจอาหารเสริมที่มีกำไรสูง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานช่วงแรกสูง แต่คาดว่าจะสร้างความมั่นคงในระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินอาจยังคงอยู่ แต่บริษัทกำลังปรับกลยุทธ์เพื่อบรรเทาผลกระทบ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 14.69% YoY** อยู่ที่ 481.90 ล้านบาท จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก
* **กำไรขั้นต้นลดลง 22.54% YoY** อยู่ที่ 57.92 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 12.02% ลดลงจาก 13.24%
* **กำไรสุทธิลดลง 65.27% YoY** อยู่ที่ 9.03 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 1.87%
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 1.89 ล้านบาท YoY** จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับสูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือลดลง 86.46 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,117.96 ล้านบาท
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น** จาก 1,074.29 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1,202.99 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL มีรายได้จากการขายและบริการรวม 481.90 ล้านบาท ลดลง 14.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.51% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมสุทธิอยู่ที่ 483.19 ล้านบาท ลดลง 16.70% YoY และ 2.25% QoQ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 57.92 ล้านบาท ลดลง 22.54% YoY แต่เพิ่มขึ้น 14.08% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.02% ลดลงจาก 13.24% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และค่าพลังงานที่สูงขึ้น กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 79.47 ล้านบาท ลดลง 28.77% YoY แต่เพิ่มขึ้น 4.50% QoQ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 2.84 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 1.89 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 9.03 ล้านบาท ลดลง 65.27% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิเพียง 1.87%
## โอกาส
* **การเติบโตจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV):** แม้ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้ายังเน้นการแข่งขันด้านราคา แต่ IHL มองว่าเป็นโอกาสในการเติบโต โดยบริษัทฯ กำลังหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อชดเชยการพึ่งพารายได้จากธุรกิจรถยนต์แบบดั้งเดิม
* **การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์:** บริษัทฯ มีการเพิ่มสัดส่วนการขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น เช่น รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับสัตว์ เพื่อกระจายความเสี่ยง
* **ธุรกิจอาหารเสริม:** การขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มอาหารเสริมที่มีอัตราการทำกำไรสูง คาดว่าจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและลดความเสี่ยงของธุรกิจในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจ:** เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง รวมถึงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ราคาวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง และค่าพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า:** ความต้องการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ในรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเน้นด้านราคาเป็นหลัก ทำให้การทำกำไรในส่วนนี้อาจยังจำกัด
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น กระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือมีแนวโน้มลดลง
* **กลยุทธ์การปรับขึ้นราคาขาย:** บริษัทฯ จะสามารถปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความคืบหน้าและการตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มรองเท้า เฟอร์นิเจอร์ อาหารเสริมสัตว์ และอาหารเสริม
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารสภาพคล่องและหนี้สินท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ:** ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากรายได้ที่ลดลง 14.69% YoY อาจบ่งชี้ถึงปริมาณการผลิตหรือคำสั่งซื้อที่ลดลง
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูล Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบปรับราคาสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 13.24% ใน Q3/2565 เป็น 12.02% ใน Q3/2566
* **การส่งออก:** ไม่มีการระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 86.46 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,117.96 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,526.15 ล้านบาท ลดลง 168.28 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 สินทรัพย์หมุนเวียนประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่า 4.95 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้า 212.91 ล้านบาท (ลดลง 20.78 ล้านบาท) และสินค้าคงเหลือ 1,117.96 ล้านบาท (ลดลง 86.46 ล้านบาท) ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิอยู่ที่ 2,112.25 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,899.60 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 1,202.99 ล้านบาท (จาก 1,074.29 ล้านบาท) ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวลดลงเหลือ 408.70 ล้านบาท จากการทยอยชำระคืน ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,626.55 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.01 เท่า (เมื่อคำนวณจากหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) หรือ 1.23 เท่า (เมื่อคำนวณจากหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.81 เท่า
## สรุปท้าย
IHL เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในไตรมาส 3/2566 จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวและค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น จนกำไรสุทธิลดลงถึง 65.27% แม้บริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุนและมองหาโอกาสในการเติบโตจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และธุรกิจอาหารเสริม แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและต้นทุนที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ทำให้ต้องจับตาแนวโน้มการปรับกลยุทธ์และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IHL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
410.34
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
80.67
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.66
%
กำไรสุทธิ
-0.23
ล้านบาท
↓ 101.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.06
%
D/E Ratio
1.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
410
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
81
↓ -13.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -101.6%
YoY
D/E Ratio
1.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IHL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.47
ROE (%)
6.78
ROA (%)
5.32
Book Value/หุ้น
2.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IHL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+102
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IHL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
134.17
-1.25%
|
135.87
-178.38%
|
-173.35
-11.77%
|
-196.47
-182.94%
|
236.88
-0.71%
|
238.57
+317.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
101.72
+70.27%
|
59.74
+68.90%
|
35.37
-53.70%
|
76.39
-161.13%
|
-124.96
-14.53%
|
-146.21
-56.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-229.83
+12.49%
|
-204.31
-247.19%
|
138.81
-19.99%
|
173.49
-304.30%
|
-84.92
-3.59%
|
-88.08
-132.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.35
-173.92%
|
-8.59
-1,122.62%
|
0.84
-98.43%
|
53.42
+97.93%
|
26.99
+530.61%
|
4.28
-237.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|
1.90
-62.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4.12
-78.42%
|
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|