บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
1.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรหลักๆ เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 7.63%YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ งานให้บริการ และ งานกลุ่มรองเท้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้จาการขายและบริการลดลงเล็กน้อย 0.33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และ Wet Blue ที่ลดลง
กําไรขั้นต้นเท่ากับ 88.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 4.64% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยอัตรากําไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายและบริการใน ไตรมาสที่ 1/2565 เท่ากับ 18.75% ซึ่งอัตรากําไรขั้นต้นของช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 20.01% เนื่องจาก ต้นทุนวัตถุดิบที่มีการปรับราคาสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=6512 out_tok=1801 at=2026-08-14T19:50:56 -->
# IHL เผยผลงาน Q2/2569 กำไรสุทธิ 25.80 ล้านบาท รับแรงกดดันจากต้นทุนระบายสินค้าคงเหลือ
## รายได้จากการขายปรับตัวตามทิศทางเศรษฐกิจโลก ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับโครงสร้างสินค้าคงคลังเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้จากการขาย 518.13 ล้านบาท ลดลง 13.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากผลกระทบของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 25.80 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขายสินทรัพย์ประเภทที่ดิน ซึ่งช่วยพยุงภาพรวมผลประกอบการให้ยังคงเป็นบวกท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้ คือ **"การดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อระบายสินค้าคงเหลือ (Inventory Clearing)"** ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้น 50.43 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ แต่ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็สามารถสร้างรายได้อื่นจากการขายที่ดินได้สูงถึง 164.38 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้บริษัทฯ ยังคงมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การระบายสินค้า:** บริษัทฯ ตัดสินใจระบายสินค้ากลุ่มที่ตกรุ่นหรือล้าสมัยออกไป เพื่อลดความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสนี้ให้ติดลบ
* **ปัจจัยกดดันภายนอก:** รายได้จากการขายหนังผืนตัดเป็นชิ้นสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ลดลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ประกอบกับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น (เฉลี่ย 32.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 33.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน) ซึ่งกระทบต่อรายได้จากการส่งออกที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก
* **ต้นทุนการผลิต:** หากไม่รวมรายการระบายสินค้าคงเหลือ อัตรากำไรขั้นต้นปกติจะอยู่ที่ 20.04% ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 21.91% ในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าเสื่อมราคาที่เป็นต้นทุนคงที่ในขณะที่ปริมาณการผลิตลดลง และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
* **ลักษณะครั้งคราว:** การบันทึกรายได้จากการขายที่ดินเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time) ส่วนการระบายสินค้าคงเหลือกลุ่มตกรุ่นถือเป็นการปรับโครงสร้างเพื่อลดภาระในระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลังในอนาคต
* **แนวโน้มในอนาคต:** บริษัทฯ มีการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้าต่างประเทศ ซึ่งเห็นสัญญาณการเติบโตจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 5.37% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาพลังงานและค่าเงินบาทที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย:** 518.13 ล้านบาท ลดลง 13.15% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5.37% QoQ
* **กำไรสุทธิ:** 25.80 ล้านบาท ลดลง 42.00% YoY แต่เพิ่มขึ้น 56.24% QoQ
* **รายได้อื่น:** พุ่งสูงขึ้นเป็น 172.15 ล้านบาท จากการขายที่ดิน 164.38 ล้านบาท
* **สถานะสินค้าคงเหลือ:** ลดลงเหลือ 1,755.85 ล้านบาท จากการเร่งระบายสินค้าตกรุ่น
* **ภาระหนี้สิน:** เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินลดลง 208.15 ล้านบาท จากการชำระคืนหนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 690.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.51% YoY โดยได้รับอานิสงส์จากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้หลักจากการขายจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการหนี้สินได้ดีขึ้น เห็นได้จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว
## โอกาส
* การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยผลักดันรายได้ QoQ ให้ปรับตัวดีขึ้น
* การลดภาระหนี้สินและดอกเบี้ยจ่ายจากการชำระคืนเงินกู้ยืม ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น กระทบต่อรายได้จากการส่งออก
* สภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อและการบริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. ความคืบหน้าของคำสั่งซื้อในกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้าว่าจะสามารถชดเชยรายได้จากกลุ่มรถยนต์ได้มากน้อยเพียงใด
2. การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Unit Cost) ท่ามกลางราคาพลังงานที่ผันผวน
3. ทิศทางของค่าเงินบาทที่จะส่งผลต่อรายได้จากการส่งออกในไตรมาสถัดไป
4. ระดับสินค้าคงเหลือที่เหลืออยู่ว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไรต่อไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
บริษัทฯ เน้นการปรับตัวโดยการระบายสินค้าคงคลังที่เป็นสินค้าตกรุ่นเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และปรับเปลี่ยนสัดส่วนสินค้าคงเหลือสำหรับหนังหมูเพื่อรองรับคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มรองเท้า การใช้กำลังการผลิต (Utilization) ในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณการผลิตที่ลดลง ส่งผลให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้นเล็กน้อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,101.92 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลงเหลือ 2,364.45 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 33.94 ล้านบาท และได้รับกระแสเงินสดจากการขายสินทรัพย์ (ที่ดิน) 182.64 ล้านบาท ซึ่งถูกนำไปใช้ในการชำระคืนเงินกู้ยืมเป็นหลัก
## สรุปท้าย
IHL ผ่านไตรมาส 2/2569 มาได้ด้วยการปรับโครงสร้างสินค้าคงคลังและการขายสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง แม้กำไรจากการดำเนินงานปกติจะถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การมุ่งเน้นขยายธุรกิจในกลุ่มรองเท้าและการลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความพยายามของฝ่ายจัดการในการประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวไปได้ โดยนักลงทุนควรติดตามความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักในไตรมาสถัดไปเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IHL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
410.34
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
80.67
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.66
%
กำไรสุทธิ
-0.23
ล้านบาท
↓ 101.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.06
%
D/E Ratio
1.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
410
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
81
↓ -13.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -101.6%
YoY
D/E Ratio
1.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IHL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.47
ROE (%)
6.78
ROA (%)
5.32
Book Value/หุ้น
2.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IHL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+102
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IHL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
134.17
-1.25%
|
135.87
-178.38%
|
-173.35
-11.77%
|
-196.47
-182.94%
|
236.88
-0.71%
|
238.57
+317.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
101.72
+70.27%
|
59.74
+68.90%
|
35.37
-53.70%
|
76.39
-161.13%
|
-124.96
-14.53%
|
-146.21
-56.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-229.83
+12.49%
|
-204.31
-247.19%
|
138.81
-19.99%
|
173.49
-304.30%
|
-84.92
-3.59%
|
-88.08
-132.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.35
-173.92%
|
-8.59
-1,122.62%
|
0.84
-98.43%
|
53.42
+97.93%
|
26.99
+530.61%
|
4.28
-237.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|
1.90
-62.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4.12
-78.42%
|
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|