บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
1.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรหลักๆ เกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 7.63%YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ งานให้บริการ และ งานกลุ่มรองเท้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้จาการขายและบริการลดลงเล็กน้อย 0.33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้จากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และ Wet Blue ที่ลดลง
กําไรขั้นต้นเท่ากับ 88.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 4.64% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดยอัตรากําไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายและบริการใน ไตรมาสที่ 1/2565 เท่ากับ 18.75% ซึ่งอัตรากําไรขั้นต้นของช่วงเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 20.01% เนื่องจาก ต้นทุนวัตถุดิบที่มีการปรับราคาสูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4835 out_tok=2699 at=2026-07-25T17:51:46 -->
# IHL กำไรสุทธิ Q1/2566 ดิ่ง 70% รับต้นทุนพุ่ง-ยอดขายแผ่ว
## รายได้ทรงตัวแต่กำไรขั้นต้นหดหนัก ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนสูง-เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการทรงตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ IHL ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมากถึง 70.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 18.75% ในปีก่อน เหลือเพียง 12.98% ในไตรมาสนี้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การปรับตัวขึ้นของต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าการปรับขึ้นของราคาขาย** ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะยังเติบโตได้ 8.29% YoY มาอยู่ที่ 508.91 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายหนังผืนสำเร็จรูปสำหรับอุตสาหกรรมรองเท้า เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์ของเล่นสุนัข แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทัน ทำให้กำไรสุทธิลดลงจาก 46.36 ล้านบาท ใน Q1/2565 เหลือเพียง 13.67 ล้านบาท ใน Q1/2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่มีการปรับราคาสูงขึ้น** ประกอบกับ **ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากค่าพลังงานเชื้อเพลิง และค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้น** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย ทำให้ GPM หดตัวลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินยังเพิ่มขึ้น 1.56 ล้านบาท YoY จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังอยู่ในระดับสูง แต่ก็มีนโยบายที่จะพยายามลดต้นทุนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า และมุ่งเน้นการขายสินค้าในกลุ่มที่กำไรสูงขึ้นเพื่อชดเชยต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าเงินบาทและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM และผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 70.52% YoY** อยู่ที่ 13.67 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 8.29% YoY เป็น 508.91 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวแรง** จาก 18.75% ใน Q1/2565 เหลือ 12.98% ใน Q1/2566 เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าแรงที่สูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น** 28.96 ล้านบาท QoQ อยู่ที่ 1,233.38 ล้านบาท คิดเป็น 33.17% ของสินทรัพย์รวม
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น** 81.05 ล้านบาท QoQ เป็น 1,155.34 ล้านบาท สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
* **ภาพรวมเศรษฐกิจโลกชะลอตัว** และความผันผวนของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยที่ฝ่ายจัดการต้องปรับตัวรับมือในปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 508.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 13.77% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมอยู่ที่ 512.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.64% YoY แต่ลดลง 11.59% QoQ
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 25.06% YoY อยู่ที่ 66.04 ล้านบาท และลดลง 12.90% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 12.98% เทียบกับ 18.75% ในปีก่อน
กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 87.61 ล้านบาท ลดลง 25.65% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8.17% QoQ
กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 13.67 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 70.52% YoY และเพิ่มขึ้น 481.03% QoQ โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.69% เทียบกับ 9.87% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว ซึ่งอาจส่งผลดีต่อกำลังซื้อภายในประเทศ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่า:** นโยบายของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น และมุ่งเน้นการขายสินค้ากลุ่มกำไรสูง อาจช่วยชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อควบคุมต้นทุนการผลิต จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานสูงต่อเนื่อง:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าส่งออก
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและรายได้จากการส่งออก
* **ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตทั่วโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือไม่ และบริษัทจะมีมาตรการรับมืออย่างไร
* **การปรับขึ้นราคาขายสินค้า:** จะสามารถปรับขึ้นราคาเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อสภาพคล่องและการหมุนเวียนของเงินทุนหรือไม่
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
* **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้ากำไรสูง:** จะสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มนี้ได้ตามเป้าหมายหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายหนังผืนสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างดีในบางส่วน
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book ที่ชัดเจน
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลลบต่อ GPM โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีการปรับราคาสูงขึ้น
* **GPM:** หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.75% เป็น 12.98% เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **ส่งออก:** แม้จะไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก แต่การที่ยอดขายหนังผืนสำเร็จรูปสำหรับรองเท้าและเฟอร์นิเจอร์เพิ่มขึ้น อาจรวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย
* **ค่าเงิน:** ฝ่ายจัดการระบุถึงความผันผวนของค่าเงินบาทเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณา
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 28.96 ล้านบาท QoQ อยู่ที่ 1,233.38 ล้านบาท คิดเป็น 33.17% ของสินทรัพย์รวม ซึ่งอาจสะท้อนถึงการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับต้นทุนที่อาจสูงขึ้น หรือการผลิตเพื่อรอคำสั่งซื้อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,717.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.02 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,044.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,672.64 ล้านบาท
ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 25.59 ล้านบาท QoQ เป็น 259.28 ล้านบาท สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 28.96 ล้านบาท QoQ เป็น 1,233.38 ล้านบาท ที่ดินอาคารและอุปกรณ์สุทธิอยู่ที่ 2,139.62 ล้านบาท
ด้านหนี้สิน เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 81.05 ล้านบาท QoQ เป็น 1,155.34 ล้านบาท ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 94.49 ล้านบาท QoQ เป็น 545.27 ล้านบาทจากการจ่ายคืนตามกำหนด
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.88 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (Quick Ratio) อยู่ที่ 0.15 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 1 บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนอย่างใกล้ชิด
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.22 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.19 เท่าในปีก่อน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ IHL ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น อันเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะยังเติบโตได้ แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทัน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้จะมีโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการปรับกลยุทธ์ของฝ่ายจัดการ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงต่อเนื่องและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุน การปรับราคาขาย และการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรสูง จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IHL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
410.34
ล้านบาท
↓ 30% YoY
กำไรขั้นต้น
80.67
ล้านบาท
↓ 13.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.66
%
กำไรสุทธิ
-0.23
ล้านบาท
↓ 101.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.06
%
D/E Ratio
1.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
410
↓ -30%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
81
↓ -13.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -101.6%
YoY
D/E Ratio
1.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IHL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.47
ROE (%)
6.78
ROA (%)
5.32
Book Value/หุ้น
2.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IHL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+134
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+102
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IHL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
134.17
-1.25%
|
135.87
-178.38%
|
-173.35
-11.77%
|
-196.47
-182.94%
|
236.88
-0.71%
|
238.57
+317.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
101.72
+70.27%
|
59.74
+68.90%
|
35.37
-53.70%
|
76.39
-161.13%
|
-124.96
-14.53%
|
-146.21
-56.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-229.83
+12.49%
|
-204.31
-247.19%
|
138.81
-19.99%
|
173.49
-304.30%
|
-84.92
-3.59%
|
-88.08
-132.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.35
-173.92%
|
-8.59
-1,122.62%
|
0.84
-98.43%
|
53.42
+97.93%
|
26.99
+530.61%
|
4.28
-237.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|
1.90
-62.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
4.12
-78.42%
|
19.09
+45.39%
|
13.13
+171.28%
|
4.84
-85.39%
|
33.12
+439.41%
|
6.14
+223.16%
|