บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
5.20
0.10 (1.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7230 out_tok=2577 at=2026-07-25T16:07:08 -->
# GUNKUL กำไรสุทธิปี 65 โต 35% รับส่วนแบ่งกำไร-ตราสารอนุพันธ์หนุน
## รายได้รวมหดเล็กน้อย แต่กำไรสุทธิพุ่งแรง จากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,010.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.05% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 2.59% เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในโครงการพลังงานลมและการบันทึกกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ GUNKUL ในปี 2565 ให้เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 35.05% มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าในโครงการพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการพลิกจากขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ในปี 2564 มาเป็นกำไรในปี 2565
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
1. **การปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การร่วมค้า:** ในปี 2565 บริษัทฯ ได้ปรับสัดส่วนการถือหุ้นในกลุ่มโครงการพลังงานลม 3 แห่ง จากเดิมที่ถือเป็นบริษัทย่อยเต็ม 100% เปลี่ยนเป็นการร่วมค้าในสัดส่วน 50% กับบริษัท กัลฟ์ รีเทล เอ็นเนอร์จี จำกัด โดยการปรับโครงสร้างนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้บันทึกสินทรัพย์และหนี้สินของโครงการเหล่านี้ในงบการเงินรวมอีกต่อไป แต่จะรับรู้เป็น "ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า" แทน ซึ่งในปี 2565 นี้ มีการบันทึกส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวสูงถึง 510.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 134.41% และยังมีการบันทึก "กำไรจากการเปลี่ยนแปลงส่วนได้เสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้า" อีกจำนวน 1,330.72 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่เปลี่ยนสถานะ
2. **ผลบวกจากตราสารอนุพันธ์:** กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์พลิกจากขาดทุน 377.40 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นกำไร 618.03 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้น 63.76% ปัจจัยนี้เกิดจากการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ (FX Swap) สำหรับโครงการพลังงานลมในอดีต และสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Swap) จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของมูลค่ายุติธรรมของตราสารเหล่านี้ส่งผลบวกต่อผลประกอบการในปีนี้
อย่างไรก็ตาม รายได้รวมของบริษัทฯ กลับลดลง 2.59% เป็น 9,515.10 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานลมถึง 53.16% เนื่องจากปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ลดลงจากฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับการปรับสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการลมดังกล่าว ทำให้รายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานลมถูกบันทึกตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง (บางส่วน) แต่ต้องจับตา**
* **ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้า:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการลมในฐานะบริษัทร่วมค้า จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ตราบใดที่โครงการยังดำเนินการผลิตและสร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม การบันทึกกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงส่วนได้เสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้าจำนวน 1,330.72 ล้านบาทนั้น เป็นรายการครั้งเดียว (One-time) ที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างในปี 2565 เท่านั้น จะไม่เกิดขึ้นอีกในปีถัดไป
* **ตราสารอนุพันธ์:** ผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์มีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงอัตราดอกเบี้ย การที่ผลประกอบการพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในปีนี้ เป็นผลดี แต่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะต่อเนื่องในระดับเดียวกันหรือไม่ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่:** 3,010.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.05% YoY
* **รายได้รวม:** 9,515.10 ล้านบาท ลดลง 2.59% YoY
* **รายได้จากการขายสินค้า:** เพิ่มขึ้น 24.02% YoY จากยอดขายอุปกรณ์ไฟฟ้า
* **รายได้จากการขายไฟฟ้า:** ลดลง 27.55% YoY โดยเฉพาะไฟฟ้าพลังงานลมที่ลดลง 53.16% จากปริมาณผลิตและปรับโครงสร้างการถือหุ้น
* **กำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้าง:** บันทึกกำไร 1,330.72 ล้านบาท จากการเปลี่ยนสถานะโครงการลมเป็นบริษัทร่วมค้า
* **ตราสารอนุพันธ์:** พลิกจากขาดทุน 377.40 ล้านบาท เป็นกำไร 618.03 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,010.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.05% เมื่อเทียบกับ 2,229.27 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีรายได้รวม 9,515.10 ล้านบาท ลดลง 2.59% จาก 9,768.42 ล้านบาทในปี 2564 การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในโครงการพลังงานลม ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานลมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมค้า และกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ได้เข้ามาช่วยชดเชยและผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้ดี
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า:** รายได้จากการขายอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น Gas Switch, Surge Arrester เพิ่มขึ้น 24.02% แสดงถึงความต้องการในตลาดและศักยภาพของธุรกิจนี้
* **การรองรับการลงทุนในอนาคต:** หลังจากการปรับโครงสร้าง ทำให้บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนลดลงจาก 1.78 เท่า เหลือ 0.92 เท่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับการลงทุนใหม่ๆ ได้มากกว่า 40,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี
* **การเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่:** บริษัทฯ พร้อมเข้าร่วมการยื่นขอเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศขนาด 5.5 กิกะวัตต์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากพลังงานลม:** การพึ่งพารายได้จากพลังงานลมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ สะท้อนถึงความเสี่ยงจากปัจจัยฤดูกาลและปริมาณการผลิต
* **ความผันผวนของตราสารอนุพันธ์:** ผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์มีความไม่แน่นอนสูง และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) โดยเฉพาะในโครงการที่เวียดนาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางรายได้จากพลังงานลม:** การฟื้นตัวของปริมาณการผลิตและรายได้จากโครงการพลังงานลมในปีถัดไป
* **ผลการเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียน:** ความสำเร็จในการได้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในโครงการใหม่ 5.5 กิกะวัตต์
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน:** การติดตามผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยต่อผลประกอบการ
* **การเติบโตของธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าและบริการ:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้ในส่วนนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า:** รายได้จากการขายไฟฟ้าลดลง 27.55% เป็น 3,448.85 ล้านบาท โดยรายได้จากพลังงานลมลดลงถึง 53.16% เป็น 1,110.04 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการผลิตที่ลดลงตามฤดูกาล และการปรับเปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้จากการร่วมค้าในโครงการลม
* **การขายสินค้า:** รายได้จากการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 24.02% เป็น 1,829.22 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของธุรกิจนี้
* **การบริหารต้นทุน:** ต้นทุนจากการขายและการให้บริการลดลง 15.20% เป็น 4,726.44 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้รวมที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมลดลง 23.90% มาอยู่ที่ 32,331.46 ล้านบาท และหนี้สินรวมลดลง 37.70% มาอยู่ที่ 18,191.72 ล้านบาท การลดลงของสินทรัพย์และหนี้สินส่วนใหญ่มาจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในโครงการพลังงานลม ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 1.78 เท่า เหลือ 0.92 เท่า ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.45% เป็น 14,139.74 ล้านบาท
## สรุปท้าย
GUNKUL ปิดปี 2565 ด้วยผลกำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้รายได้รวมจะเผชิญแรงกดดันจากการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานลมและปัจจัยฤดูกาล แต่การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรพิเศษจากการร่วมค้าและการพลิกฟื้นของผลกำไรจากตราสารอนุพันธ์ได้เข้ามาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นพร้อมรองรับการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต นักลงทุนควรจับตาการเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนและการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้และตราสารทางการเงิน เพื่อประเมินทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GUNKUL ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,539.09
ล้านบาท
↑ 23.2% YoY
กำไรขั้นต้น
675.67
ล้านบาท
↑ 150.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.61
%
กำไรสุทธิ
460.10
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.12
%
D/E Ratio
1.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,539
↑ + 23.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
676
↑ + 150.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
460
↓ -11.5%
YoY
D/E Ratio
1.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GUNKUL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.23
ROE (%)
12.66
ROA (%)
8.49
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GUNKUL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,585
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+385
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GUNKUL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,584.75
-561.64%
|
343.29
-39.34%
|
565.93
-172.13%
|
-784.62
-6.41%
|
-838.33
-79.46%
|
-4,080.69
+494.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
384.94
-147.30%
|
-813.86
-189.44%
|
909.98
-43.55%
|
1,611.97
+160.63%
|
618.48
-77.60%
|
2,761.13
-782.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,747.03
+190.28%
|
601.85
-207.41%
|
-560.31
-296.04%
|
285.82
-95.16%
|
5,903.69
+82.37%
|
3,237.24
+119.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
547.23
+316.87%
|
131.27
-85.66%
|
915.59
-17.75%
|
1,113.17
-80.42%
|
5,683.86
+196.39%
|
1,917.67
+402.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,204.73
-12.96%
|
1,384.11
-37.06%
|
2,199.15
+27.20%
|
1,728.93
-60.63%
|
4,391.92
+174.46%
|
1,600.22
+79.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
894.30
-25.77%
|
1,204.73
-12.96%
|
1,384.11
-37.06%
|
2,199.15
+27.20%
|
1,728.93
-60.63%
|
4,391.92
+174.46%
|