บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
5.20
0.10 (1.89%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9808 out_tok=2785 at=2026-07-25T16:00:32 -->
# GUNKUL Q3/2566 กำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 92% รับแรงหนุนธุรกิจก่อสร้าง-พลังงานลม
## รายได้รวมหด 27% แต่กำไรปกติโตเด่น จากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการดำเนินงานที่ดีขึ้น
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 461.91 ล้านบาท ลดลง 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 92.32% เป็น 426.26 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจก่อสร้างและบริการ รวมถึงปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโครงการพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GUNKUL ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกำไรจากการดำเนินงานปกติที่เพิ่มขึ้น 92.32%** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **การฟื้นตัวและเติบโตของธุรกิจก่อสร้างและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 33.26%** และ **ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโครงการพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้รวมจะลดลง 27.77% เนื่องจากผลกระทบจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในโครงการพลังงานลมที่เปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจก่อสร้างและให้บริการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ในส่วนนี้ถึง 33.26% ในไตรมาส 3 และ 38.81% ในงวด 9 เดือน มาจากการรับรู้รายได้โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับลูกค้าภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดี
* **โครงการพลังงานลม:** แม้ว่า GUNKUL จะถือสัดส่วนเพียง 50% ในกลุ่มโครงการลมหลังจากการปรับโครงสร้างเมื่อเดือนกรกฎาคม 2565 และเปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานลมมาเป็นส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วม แต่ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโครงการเหล่านี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 เดือนและ 9 เดือนของปี 2566 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาวะอากาศที่ดี ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 3 โครงการสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงถึง 290.62 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 69.22 ล้านหน่วยเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 82.61% ในไตรมาส 3 และ 211.04% ในงวด 9 เดือน
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การเปลี่ยนแปลงส่วนได้เสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้าของโครงการลม ส่งผลให้ GUNKUL ไม่ได้บันทึกรายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานลมในงบการเงินรวม แต่รับรู้ในส่วนแบ่งกำไรแทน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมและกำไรสุทธิลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายการกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงส่วนได้เสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้าจำนวน 1,330.72 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของ **ธุรกิจก่อสร้างและให้บริการ** ที่มีแนวโน้มเติบโตตามการรับรู้รายได้โครงการที่เพิ่มขึ้น สำหรับ **โครงการพลังงานลม** แม้จะรับรู้รายได้ในรูปแบบส่วนแบ่งกำไร แต่หากสภาวะอากาศยังคงเอื้ออำนวยและโรงไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าได้ในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง ก็จะส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไรของบริษัทฯ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านสภาวะอากาศเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้และอาจมีความผันผวนในแต่ละช่วงเวลา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรจากการดำเนินงานปกติ (Normalizing Profit) เติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 92.32% ในไตรมาส 3 และ 43.99% ในงวด 9 เดือน สู่ระดับ 426.26 ล้านบาท และ 1,321.31 ล้านบาท ตามลำดับ
* **รายได้รวมลดลง 27.77% ในไตรมาส 3 และ 24.41% ในงวด 9 เดือน:** เป็นผลหลักจากการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานลมที่เปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้
* **รายได้ธุรกิจก่อสร้างและให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** เติบโต 33.26% ในไตรมาส 3 และ 38.81% ในงวด 9 เดือน จากการรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ให้ลูกค้าเอกชน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นสูง:** เติบโต 82.61% ในไตรมาส 3 และ 211.04% ในงวด 9 เดือน จากการรับรู้ผลประกอบการของโครงการพลังงานลมภายหลังการปรับโครงสร้าง
* **กำไรสุทธิลดลง 70% ในไตรมาส 3 และ 51.46% ในงวด 9 เดือน:** เป็นผลจากการไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงส่วนได้เสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้าเหมือนปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 GUNKUL มีรายได้รวม 2,409.17 ล้านบาท ลดลง 27.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายไฟฟ้า 19.13% และการไม่มีรายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานลมเนื่องจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการก่อสร้างและให้บริการเพิ่มขึ้น 33.26% และรายได้จากการขายทรัพย์สินตามสัญญาเช่าเงินทุนเพิ่มขึ้นถึง 860.39% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานตามปกติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 204.62 ล้านบาท หรือ 92.32% เป็น 426.26 ล้านบาท
ในส่วนของกำไรสุทธิ GUNKUL รายงานกำไรสุทธิ 461.91 ล้านบาท ลดลง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงส่วนได้เสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้าจำนวน 1,330.72 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 6,055.78 ล้านบาท ลดลง 24.41% โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้น 43.99% เป็น 1,321.31 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 51.46% เป็น 1,369.43 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจก่อสร้างและให้บริการ:** การรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับลูกค้าภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรที่มั่นคง
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการพลังงานลม:** หากสภาวะอากาศยังคงเอื้ออำนวยและโรงไฟฟ้าสามารถผลิตไฟฟ้าได้ในปริมาณสูง จะส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทฯ จะได้รับ
* **การขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** GUNKUL มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ และมีโอกาสในการเข้าประมูลโครงการใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
* **รายได้จากการขายทรัพย์สินตามสัญญาเช่าเงินทุน:** การปรับปรุงมาตรฐานบัญชี TFRS 16 ทำให้การรับรู้รายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการขายไฟฟ้าบนหลังคาให้กับภาคเอกชน ซึ่งเป็นสัญญาระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสภาวะอากาศ:** ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโครงการพลังงานลม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อส่วนแบ่งกำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิจะลดลง แต่การมีหนี้สินเงินกู้ในสกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการในเวียดนาม ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงาน:** นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในอนาคต
* **การแข่งขันในธุรกิจก่อสร้างและให้บริการ:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นของโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และกำไรจากธุรกิจก่อสร้างและให้บริการ:** การรับรู้รายได้จาก Backlog และการได้งานใหม่ๆ
* **ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโครงการพลังงานลม:** ติดตามสภาวะอากาศและประสิทธิภาพการผลิตอย่างใกล้ชิด
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน
* **การลงทุนในโครงการใหม่ๆ:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียน
* **การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและนโยบายพลังงาน:** ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาขายไฟฟ้า (ASP) โดยตรง แต่รายได้จากการขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศและต่างประเทศค่อนข้างทรงตัว ขณะที่รายได้จากพลังงานลมลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการปรับโครงสร้าง
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโครงการพลังงานลม 3 โครงการเพิ่มขึ้น 69.22 ล้านหน่วย ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนจากการขายไฟฟ้าลดลง 36.95% ในงวด 9 เดือน สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจ
* **กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุตัวเลขกำลังการผลิตติดตั้งโดยตรง แต่ระบุว่าโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการผลิตไฟฟ้าได้ 290.62 ล้านหน่วยใน 9 เดือนแรก
* **โครงการลงทุน:** มีการกล่าวถึงโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับลูกค้าภาคเอกชน และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มีการกล่าวถึงการปรับปรุงมาตรฐานบัญชี TFRS 16 ที่ส่งผลต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนสัญญาเช่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 10.20% ในไตรมาส 3 และ 26.03% ในงวด 9 เดือน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานลม
## สรุปท้าย
GUNKUL ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นของกำไรจากการดำเนินงานปกติที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 92.32% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจก่อสร้างและบริการที่กลับมาเติบโต และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากโครงการพลังงานลม แม้ว่ากำไรสุทธิจะลดลงอย่างมากเนื่องจากผลกระทบจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและไม่มีรายการกำไรพิเศษเหมือนปีก่อน แต่แนวโน้มการดำเนินงานปกติที่แข็งแกร่ง ประกอบกับโอกาสในการเติบโตจากโครงการใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด โดยต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาวะอากาศและอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กันไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GUNKUL ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,539.09
ล้านบาท
↑ 23.2% YoY
กำไรขั้นต้น
675.67
ล้านบาท
↑ 150.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.61
%
กำไรสุทธิ
460.10
ล้านบาท
↓ 11.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.12
%
D/E Ratio
1.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,539
↑ + 23.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
676
↑ + 150.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
460
↓ -11.5%
YoY
D/E Ratio
1.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GUNKUL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.23
ROE (%)
12.66
ROA (%)
8.49
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GUNKUL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,585
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+385
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GUNKUL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,584.75
-561.64%
|
343.29
-39.34%
|
565.93
-172.13%
|
-784.62
-6.41%
|
-838.33
-79.46%
|
-4,080.69
+494.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
384.94
-147.30%
|
-813.86
-189.44%
|
909.98
-43.55%
|
1,611.97
+160.63%
|
618.48
-77.60%
|
2,761.13
-782.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,747.03
+190.28%
|
601.85
-207.41%
|
-560.31
-296.04%
|
285.82
-95.16%
|
5,903.69
+82.37%
|
3,237.24
+119.82%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
547.23
+316.87%
|
131.27
-85.66%
|
915.59
-17.75%
|
1,113.17
-80.42%
|
5,683.86
+196.39%
|
1,917.67
+402.96%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,204.73
-12.96%
|
1,384.11
-37.06%
|
2,199.15
+27.20%
|
1,728.93
-60.63%
|
4,391.92
+174.46%
|
1,600.22
+79.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
894.30
-25.77%
|
1,204.73
-12.96%
|
1,384.11
-37.06%
|
2,199.15
+27.20%
|
1,728.93
-60.63%
|
4,391.92
+174.46%
|