บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.32
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7792 out_tok=2823 at=2026-07-25T16:14:45 -->
# FVC พลิกกำไรโต 144% รับธุรกิจบริการการแพทย์หนุน-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้-กำไรฟื้นตัวชัดเจนในรอบปี 2564 จากการฟื้นตัวของธุรกิจบริการทางการแพทย์และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 42.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 144.24% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 96.72 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการมองว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและมีทิศทางที่ดีขึ้นในปี 2565
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ FVC พลิกกลับมามีกำไรในปี 2564 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 46.31% และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการบริหารถึง 18.70% ประกอบกับการหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวของกลุ่มธุรกิจคลินิกเวชกรรมด้านสุขภาพและความงาม (B4) ซึ่งส่งผลให้ขาดทุนลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) เติบโต:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจนี้ แต่กลับมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้น ทำให้การดำเนินงานต้องมีมาตรการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายสาขาของหน่วยไตเทียม ส่งผลให้รายได้ในกลุ่มนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** สาเหตุหลักมาจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้การค้าลดลง เนื่องจากการตั้งค่าเผื่อที่ลดลงและการได้รับชำระเงินจากลูกหนี้ที่ค้างนาน ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การหยุดดำเนินกิจการของ B4:** บริษัท ไฮ เฮลธ์แคร์ เซ็นเตอร์ จำกัด (B4) ซึ่งประสบผลขาดทุนต่อเนื่อง ได้ตัดสินใจปิดกิจการทุกสาขาเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ปลายปี 2563 ส่งผลให้รายการขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก (Discontinued Operations) ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ที่มีแผนขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่องในปี 2565 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตต่อไป นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังมองเห็นโอกาสในการกลับมารับรู้รายได้ในกลุ่มธุรกิจ B1 และ B2 จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดดำเนินการของ B4 ยังคงขึ้นอยู่กับโอกาสทางธุรกิจและทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 42.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144.24% จากปีก่อนที่ขาดทุน 96.72 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้จากการขายและบริการรวม 645.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.50% จากปีก่อน
* **ธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) แข็งแกร่ง:** รายได้กลุ่ม B3 เพิ่มขึ้น 46.31% เป็น 309.44 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 47.89% ของรายได้รวม
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 18.70% เหลือ 111.07 ล้านบาท จากการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 39.14% เป็น 436.54 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและผลประกอบการที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 645.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.50% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ที่เติบโตถึง 46.31% จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและการขยายสาขา ขณะที่กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและระบบน้ำ (B1) และกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) มีรายได้ลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าชะลอการลงทุนและขยายสาขา
ในด้านค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.46% แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 18.70% ซึ่งเป็นผลมาจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลงและการได้รับชำระหนี้คืน ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) พลิกจากขาดทุน 5.15 ล้านบาทในปี 2563 เป็นกำไร 55.60 ล้านบาทในปี 2564
สำหรับกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 42.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมาก 144.24% จากปีก่อนที่ขาดทุน 96.72 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากการหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวของกลุ่มธุรกิจคลินิกเวชกรรมด้านสุขภาพและความงาม (B4) ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกไปได้อย่างมาก
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและที่พักอาศัยสามารถกลับมาเปิดกิจการได้
* **การขยายธุรกิจบริการทางการแพทย์:** บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด มีแผนขยายสาขาหน่วยไตเทียม 3-7 แห่ง และเพิ่มเครื่องไตเทียม 50-80 เครื่องในปี 2565 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และฐานลูกค้า
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่และเทคโนโลยี:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโอโซน เช่น เครื่องผลิตน้ำดื่มไฮโดรเจนและน้ำโอโซนให้กับลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการเป็นผู้นำในเทคโนโลยีบำบัดและฆ่าเชื้อในน้ำ
* **คำสั่งซื้อโครงการต่อเนื่อง:** มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก 8 โครงการ มูลค่ารวม 12.04 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ใน Q1/2565 และมีคำสั่งซื้อจากบริษัท เออร์วิงคอร์ปอเรชั่น จำกัด 6 โครงการ มูลค่า 5.39 ล้านบาท และบริษัท เมดิคอลวิชั่น จำกัด 5 โครงการ มูลค่า 6.68 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จใน Q1/2565
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกำลังซื้อของลูกค้าได้
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการแพทย์:** การขยายตัวของธุรกิจหน่วยไตเทียมอาจนำไปสู่การแข่งขันที่สูงขึ้น
* **ความล่าช้าในการดำเนินโครงการ:** การดำเนินโครงการระบบน้ำและระบบท่อลมอาจมีความล่าช้าจากปัจจัยภายนอก เช่น การควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง หรือการอนุมัติโครงการ
* **ความไม่แน่นอนของธุรกิจ B4:** การกลับมาเปิดดำเนินการของบริษัท ไฮ เฮลธ์แคร์ เซ็นเตอร์ จำกัด (B4) ยังคงขึ้นอยู่กับโอกาสทางธุรกิจและทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การติดตั้งและรับรู้รายได้จากโครงการที่ได้รับคำสั่งซื้อใหม่ๆ ในปี 2565 โดยเฉพาะโครงการมูลค่า 12.04 ล้านบาทในกลุ่ม B1 ที่คาดรับรู้ใน Q1/2565
* **การขยายสาขาและเครื่องไตเทียมของ KTMS:** ความคืบหน้าในการขยายสาขา 3-7 แห่ง และการเพิ่มเครื่องไตเทียม 50-80 เครื่องของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด
* **ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงมาตรการควบคุมโควิด-19 และนโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจต่างๆ
* **การกลับมาดำเนินงานของ B4:** ความชัดเจนและกรอบเวลาในการกลับมาเปิดดำเนินการของบริษัท ไฮ เฮลธ์แคร์ เซ็นเตอร์ จำกัด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโต 15.50% เป็น 645.43 ล้านบาท โดยกลุ่ม B3 (บริการทางการแพทย์) เติบโตโดดเด่น 46.31% เป็น 309.44 ล้านบาท ขณะที่ B1 (อุตสาหกรรม/ระบบน้ำ) ลดลง 6.91% และ B2 (พาณิชย์/ที่พักอาศัย) ลดลง 1.56%
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 22.29% เป็น 179.94 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนการบริหารต้นทุนสินค้าและบริการที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 18.70% เป็น 111.07 ล้านบาท จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง
* **จำนวนสาขา/Capacity (B3):** ปัจจุบันมีหน่วยไตเทียม 18 แห่ง จำนวน 228 เครื่อง และมีแผนขยายเพิ่ม 3-7 แห่ง และ 50-80 เครื่องในปี 2565
* **Backlog:** มีคำสั่งซื้อโครงการรวมมูลค่ากว่า 24.11 ล้านบาท ที่คาดรับรู้รายได้ใน Q1/2565
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 843.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.51% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 16.33 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและการรับเงินกู้ยืม แม้จะมีการจ่ายชำระค่าเครื่องไตเทียมและอุปกรณ์ต่างๆ หนี้สินรวมลดลง 3.75% เป็น 407.28 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 39.14% เป็น 436.54 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนและการดำเนินงานที่พลิกมีกำไร
## สรุปท้าย
FVC พลิกเกมกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจในปี 2564 ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจบริการทางการแพทย์ที่เติบโตแข็งแกร่งและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการหยุดดำเนินกิจการที่ขาดทุนของธุรกิจเสริมความงาม แม้ธุรกิจหลักบางส่วนยังคงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่แนวโน้มในปี 2565 ดูสดใสขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การขยายธุรกิจหน่วยไตเทียม และการมี Backlog โครงการที่รอรับรู้รายได้ นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าในการขยายธุรกิจและคำสั่งซื้อใหม่ๆ รวมถึงความเสี่ยงจากการแข่งขันและสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจกลับมาอีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FVC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
308.64
ล้านบาท
↑ 13% YoY
กำไรขั้นต้น
77.25
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.03
%
กำไรสุทธิ
-2.69
ล้านบาท
↓ 158.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
309
↑ + 13%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77
↑ + 20.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -158.3%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FVC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.98
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
0.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FVC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-152
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+403
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FVC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.72
+618.71%
|
-21.11
-108.77%
|
240.84
-1,215.52%
|
-21.59
-146.71%
|
46.22
-57.65%
|
109.15
+162.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
402.77
-3,636.17%
|
-11.39
-70.68%
|
-38.85
-58.94%
|
-94.61
+162.51%
|
-36.04
-25.29%
|
-48.24
+657.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-268.10
-589.14%
|
54.81
+94.98%
|
28.11
-88.13%
|
236.74
+252.24%
|
67.21
+380.76%
|
13.98
-151.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.71
-1,778.14%
|
1.83
-99.16%
|
218.95
-17.10%
|
264.10
-578.70%
|
-55.17
-183.95%
|
65.72
+709.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|
10.79
+2.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.03
-1.83%
|
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|