บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.32
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9855 out_tok=2894 at=2026-07-25T16:33:20 -->
# FVC กำไรสุทธิ Q3/2564 พลิกโตแรง รับธุรกิจการแพทย์หนุน-มาตรการคลายล็อก
## รายได้รวมโต 18.64% สวนทางโควิดฯ หลังธุรกิจบริการทางการแพทย์ฟื้นตัว-กลุ่ม B2 เริ่มกลับมา
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.82 ล้านบาท หรือ 203.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 6.78 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 162.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.64% เป็นผลมาจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ที่เติบโตต่อเนื่อง และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่เริ่มส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2)
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ FVC พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ประกอบกับการกลับมาของรายได้ในกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) หลังมาตรการผ่อนคลาย**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) เติบโตโดดเด่น:** รายได้ในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 27.85 ล้านบาท หรือ 51.11% (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการขยายสาขาของหน่วยไตเทียม ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของกลุ่มบริษัทฯ
2. **กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) เริ่มฟื้นตัว:** แม้รายได้รวมในกลุ่ม B2 จะลดลง 6.08 ล้านบาท หรือ 10.53% (YoY) ในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าในช่วงเดือนกันยายน 2564 เริ่มมีรายได้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์เข้ามาจากการที่ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารเริ่มกลับมาเปิดกิจการได้ นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้ลูกค้ามีความใส่ใจเรื่องสุขภาพและความสะอาดมากขึ้น ส่งผลดีต่อโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโอโซน
3. **กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) มีสัญญาณบวก:** แม้รายได้สะสม 9 เดือนจะลดลง แต่ในไตรมาส 3/2564 รายได้ในกลุ่ม B1 เพิ่มขึ้น 3.78 ล้านบาท หรือ 14.42% (YoY) เนื่องจากสามารถเข้าดำเนินการงานโครงการระบบน้ำขนาดใหญ่บางโครงการได้ในช่วงเดือนกันยายน และมีคำสั่งซื้อใหม่จากโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมูลค่ารวม 19.84 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2564
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ที่มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและแผนขยายเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่อง ส่วนกลุ่ม B1 มีคำสั่งซื้อใหม่มูลค่าสูงที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2564 และกลุ่ม B2 มีแนวโน้มรายได้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์ที่คาดว่าจะค่อยๆ กลับมา อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกลุ่ม B2 และ B1 ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และกำลังซื้อของลูกค้า
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกโต 203.83%:** จากขาดทุน 6.78 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็นกำไร 7.04 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้รวมเพิ่ม 18.64%:** อยู่ที่ 162.59 ล้านบาท จาก 137.05 ล้านบาทใน Q3/2563
* **ธุรกิจการแพทย์ (B3) เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 51.11% จากผู้ป่วยฟอกไตที่เพิ่มขึ้นและการขยายสาขา
* **ธุรกิจพาณิชย์ (B2) เริ่มฟื้นตัว:** รายได้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์กลับมาจากการเปิดร้านของลูกค้า
* **ธุรกิจอุตสาหกรรม (B1) รับอานิสงส์คลายล็อก:** สามารถเข้าดำเนินงานโครงการได้ และมีคำสั่งซื้อใหม่มูลค่า 19.84 ล้านบาท คาดรับรู้ Q4/2564
* **ธุรกิจสุขภาพและความงาม (B4) หยุดชะงัก:** รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการปิดกิจการชั่วคราว
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 162.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 20.58% เป็น 41.37 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 0.96% เป็น 27.85 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 706.67% มาอยู่ที่ 9.68 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีแล้ว ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 7.04 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 6.78 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 463.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.68% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 22.20 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 45.68 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3):** จำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายหน่วยไตเทียมของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรที่สำคัญ
* **การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2):** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ลูกค้ากลุ่มร้านอาหารและเครื่องดื่มกลับมาดำเนินกิจการได้ ส่งผลดีต่อรายได้บริการบำรุงรักษาและจำหน่ายอุปกรณ์ รวมถึงโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความสะอาด
* **คำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม (B1):** การได้รับคำสั่งซื้อโครงการระบบน้ำมูลค่ารวม 19.84 ล้านบาทจากโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก จะช่วยหนุนรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2564
* **การขยายธุรกิจในกลุ่ม B3:** บริษัท เออร์วิงคอร์ปอเรชั่น จำกัด มีคำสั่งซื้อ 3 โครงการ มูลค่า 2.67 ล้านบาท และบริษัท เมดิคอลวิชั่น จำกัด มีคำสั่งซื้อ 4 โครงการ มูลค่า 18.81 ล้านบาท คาดทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2564
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้จะมีการผ่อนคลายมาตรการ แต่การกลายพันธุ์ของไวรัสหรือการระบาดระลอกใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่ม B1 และ B2
* **การดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจคลินิกเวชกรรม (B4):** บริษัท ไฮ เฮลธ์แคร์ เซ็นเตอร์ จำกัด ยังคงปิดกิจการชั่วคราว ทำให้ธุรกิจส่วนนี้ไม่มีรายได้ และอาจมีค่าใช้จ่ายในการคืนเงินให้กับลูกค้า
* **ความล่าช้าในการดำเนินงานโครงการ:** การเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง หรือข้อจำกัดด้านแรงงาน อาจทำให้การรับรู้รายได้จากโครงการต่างๆ ล่าช้าออกไป
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการแพทย์:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจหน่วยไตเทียม อาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่ม B1:** มูลค่า 19.84 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2564
* **การขยายเครื่องไตเทียมของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด:** จำนวน 10-15 เครื่องในไตรมาส 4/2564 และผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **แนวโน้มการกลับมาของรายได้ในกลุ่ม B2:** จากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
* **การดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ B4:** ความคืบหน้าในการหาทำเลใหม่เพื่อกลับมาเปิดดำเนินการ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในกลุ่ม B3 ที่มีการขยายตัว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 18.64% YoY โดยกลุ่ม B3 เติบโตโดดเด่น 51.11% ขณะที่ B1 เพิ่มขึ้น 14.42% และ B2 ลดลง 10.53% (YoY) แต่มีสัญญาณฟื้นตัวในเดือนกันยายน
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 20.58% YoY สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 0.96% YoY โดยเฉพาะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลงจากการได้รับชำระหนี้
* **จำนวนสาขา/Capacity:** หน่วยไตเทียมมี 18 แห่ง (220 เครื่อง) และมีแผนเพิ่ม 10-15 เครื่องใน Q4/2564
* **Backlog:** มีคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่ม B1 มูลค่า 19.84 ล้านบาท และในกลุ่ม B3 (B. Irving, B. Medical) มูลค่ารวม 21.48 ล้านบาท คาดรับรู้ใน Q4/2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 827.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.24% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 22.7B ล้านบาท จากการเพิ่มทุนของบริษัทย่อยและการรับเงินกู้ยืม ขณะที่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 54.8D ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยในกลุ่ม B3 และงานก่อสร้างในกลุ่ม B1 สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 10.51 ล้านบาท เพื่อรองรับการกลับมาของลูกค้าและแผนขยายสาขา
หนี้สินรวมลดลง 2.83% มาอยู่ที่ 411.18 ล้านบาท โดยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลงจากการชำระคืน ส่วนเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นจากการรับเงินกู้ใหม่เพื่อซื้อเครื่องไตเทียม
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 32.57% มาอยู่ที่ 415.95 ล้านบาท หลักๆ มาจากการเพิ่มทุนของบริษัทย่อยและการดำเนินงานที่กลับมามีกำไร
## สรุปท้าย
FVC พลิกฟื้นผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการขับเคลื่อนของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ที่แข็งแกร่งและการกลับมาของรายได้ในกลุ่มธุรกิจพาณิชย์หลังมาตรการคลายล็อก ประกอบกับมีคำสั่งซื้อใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการดำเนินงานที่หยุดชะงักของธุรกิจสุขภาพและความงามยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FVC ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
308.64
ล้านบาท
↑ 13% YoY
กำไรขั้นต้น
77.25
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.03
%
กำไรสุทธิ
-2.69
ล้านบาท
↓ 158.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
309
↑ + 13%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77
↑ + 20.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -158.3%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FVC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.98
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
0.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FVC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-152
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+403
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FVC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.72
+618.71%
|
-21.11
-108.77%
|
240.84
-1,215.52%
|
-21.59
-146.71%
|
46.22
-57.65%
|
109.15
+162.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
402.77
-3,636.17%
|
-11.39
-70.68%
|
-38.85
-58.94%
|
-94.61
+162.51%
|
-36.04
-25.29%
|
-48.24
+657.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-268.10
-589.14%
|
54.81
+94.98%
|
28.11
-88.13%
|
236.74
+252.24%
|
67.21
+380.76%
|
13.98
-151.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.71
-1,778.14%
|
1.83
-99.16%
|
218.95
-17.10%
|
264.10
-578.70%
|
-55.17
-183.95%
|
65.72
+709.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|
10.79
+2.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.03
-1.83%
|
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|