บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.32
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9661 out_tok=2652 at=2026-07-25T05:40:16 -->
# FVC กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 71.8% รับแรงกดดันต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้โตตามเศรษฐกิจฟื้น แต่กำไรหดหนัก เหตุ GPM ลด-บริหารต้นทุนสูงขึ้น
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 218.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 71.81% มาอยู่ที่ 1.92 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ FVC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมาก คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** โดย GPM ลดลงจาก 24.68% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 20.78% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 18.89% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลงถึง 70.38% และกำไรสุทธิลดลง 71.81%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เป็นผลมาจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขาย ทำให้ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนทั้งหมดไปยังราคาขายได้ทันที
ส่วน **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างงานใหม่และการปรับเงินเดือน รวมถึงค่าบริจาคการกุศลของ KTMS ให้กับโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานปกติและกิจกรรมเพื่อสังคม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องติดตามการบริหารต้นทุน** ปัจจัยด้านต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่จากภาวะเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการขยายงานในส่วนของบริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ในกลุ่มธุรกิจ B1 และ B2 รวมถึงการขยายสาขาและการเพิ่มเครื่องไตเทียมของกลุ่ม KTMS (B3) ซึ่งหากสามารถเพิ่มปริมาณการขายและบริการได้ตามแผน ก็อาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในอนาคต ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากพนักงานและการปรับเงินเดือนมีแนวโน้มที่จะเป็นต้นทุนประจำ แต่ค่าบริจาคอาจเป็นรายการที่ไม่ต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 20.48% YoY** แตะ 218.82 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภาคเอกชน
* **กำไรสุทธิลดลง 71.81% YoY** เหลือ 1.92 ล้านบาท เป็นผลจาก GPM หดตัวและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
* **GPM ลดลงจาก 24.68% เป็น 20.78%** สาเหตุหลักจากต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 18.89% YoY** จากค่าใช้จ่ายพนักงานและการบริจาค
* **กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ยังคงเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 23.67% YoY จากการขยายสาขาและจำนวนผู้ป่วยฟอกไตที่เพิ่มขึ้น
* **KTMS มีแผนขยายสาขา 4-8 แห่ง และเครื่องไตเทียม 60-70 เครื่อง** ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 FVC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 218.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเพียง 1.43% มาอยู่ที่ 45.47 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.68% เป็น 20.78% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 31.70% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 18.89% ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ลดลง 56.37% มาอยู่ที่ 4.66 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 71.81% มาอยู่ที่ 1.92 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 16.60% เป็น 432.83 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 36.27% เป็น 11.35 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเช่นเดียวกัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคบริการ:** การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักและการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัว ส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) โดยเฉพาะร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านสะดวกซื้อ
* **การขยายตัวของธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3):** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ KTMS จากการขยายสาขาและจำนวนผู้ป่วยฟอกไตที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **งานโครงการและบริการบำรุงรักษา:** การได้งานโครงการระบบน้ำขนาดใหญ่ในกลุ่ม B1 และการขยายงานบริการบำรุงรักษาเชิงป้องกันในกลุ่ม B1 และ B2 จะช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
* **ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม:** โอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโอโซน เช่น เครื่องผลิตน้ำดื่มไฮโดรเจนและน้ำโอโซนให้กับกลุ่มผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม
* **แผนขยายธุรกิจ KTMS:** การตั้งเป้าขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมในครึ่งปีหลังปี 2566 จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ภาวะเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการแพทย์:** แม้ KTMS จะเติบโตได้ดี แต่การแข่งขันในธุรกิจนี้ยังคงมีอยู่
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการเมือง:** อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจบางส่วน
* **การดำเนินงานที่ยกเลิก:** กลุ่มธุรกิจคลินิกเวชกรรมด้านสุขภาพและความงาม (B4) ยังคงประสบผลขาดทุนและปิดกิจการชั่วคราว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่ หรือจะยังคงถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าในการขยายสาขาและเครื่องไตเทียมของ KTMS:** จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ และจะส่งผลต่อรายได้มากน้อยเพียงใด
* **การรับรู้รายได้จากงานโครงการ:** โครงการที่ได้รับคำสั่งซื้อจะสามารถติดตั้งและรับรู้รายได้ได้ตามกำหนดหรือไม่
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความสำเร็จในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโอโซนและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อเพิ่มยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโต 20.48% YoY โดยกลุ่ม B1 (อุตสาหกรรมระบบน้ำ) เพิ่ม 33.40% จากงานโครงการและบริการบำรุงรักษา กลุ่ม B2 (พาณิชย์และที่พักอาศัย) เพิ่ม 11.15% จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวและงานซ่อมบำรุง กลุ่ม B3 (บริการทางการแพทย์) เพิ่ม 23.67% จากการขยายสาขาและจำนวนผู้ป่วยฟอกไตที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 24.68% เป็น 20.78% ในไตรมาส 2 ปี 2566 เนื่องจากต้นทุนสินค้าสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 18.89% จากค่าใช้จ่ายพนักงานและการบริจาค
* **จำนวนสาขา/Capacity:** KTMS มีหน่วยไตเทียม 24 แห่ง (299 เครื่อง) และมีแผนขยายเพิ่ม 4-8 แห่ง และ 60-70 เครื่องในครึ่งปีหลัง
* **Backlog:** มีคำสั่งซื้อสำหรับกลุ่ม B1 มูลค่า 53.52 ล้านบาท (16 งาน), กลุ่ม B2 มูลค่า 15.28 ล้านบาท, กลุ่ม IRV (B3) มูลค่า 6.77 ล้านบาท (11 โครงการ) และกลุ่ม MV (B3) มูลค่า 10.88 ล้านบาท (7 โครงการ) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2566 หรือต้นปี 2567
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 1,124.39 ล้านบาท ลดลง 1.34% จากสิ้นปี 2565 โดยเงินสดลดลง 208.94 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร เครื่องไตเทียม และการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 24.28 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 16.28 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 5.14% มาอยู่ที่ 406.61 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 25.75 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.95% เป็น 717.78 ล้านบาท จากกำไรสะสม
## สรุปท้าย
FVC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรที่ชัดเจน แม้รายได้จะเติบโตได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นและการบริหารค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (KTMS) และแผนการขยายธุรกิจในครึ่งปีหลัง รวมถึงการได้งานโครงการในกลุ่ม B1 และ B2 เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่า จะสามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนและผลักดันการเติบโตในระยะต่อไปได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FVC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
308.64
ล้านบาท
↑ 13% YoY
กำไรขั้นต้น
77.25
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.03
%
กำไรสุทธิ
-2.69
ล้านบาท
↓ 158.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
309
↑ + 13%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77
↑ + 20.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -158.3%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FVC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.98
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
0.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FVC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-152
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+403
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FVC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.72
+618.71%
|
-21.11
-108.77%
|
240.84
-1,215.52%
|
-21.59
-146.71%
|
46.22
-57.65%
|
109.15
+162.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
402.77
-3,636.17%
|
-11.39
-70.68%
|
-38.85
-58.94%
|
-94.61
+162.51%
|
-36.04
-25.29%
|
-48.24
+657.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-268.10
-589.14%
|
54.81
+94.98%
|
28.11
-88.13%
|
236.74
+252.24%
|
67.21
+380.76%
|
13.98
-151.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.71
-1,778.14%
|
1.83
-99.16%
|
218.95
-17.10%
|
264.10
-578.70%
|
-55.17
-183.95%
|
65.72
+709.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|
10.79
+2.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.03
-1.83%
|
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|