บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.32
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8445 out_tok=2799 at=2026-07-25T16:44:38 -->
FVC กำไรสุทธิ Q2/2565 โต 1.38% รับรายได้บริการทางการแพทย์หนุน
รายได้และกำไรสุทธิของ FVC ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินธุรกิจได้ใกล้เคียงปกติของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ ขณะที่ต้นทุนพลังงานและสินค้าที่สูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FVC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ซึ่งเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ากำไรสุทธิโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 1.38% แต่การเติบโตของรายได้ในส่วนนี้สะท้อนถึงการกลับมาดำเนินธุรกิจได้ใกล้เคียงภาวะปกติก่อนการระบาดของโควิด-19
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเติบโตของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่:
1. **การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม:** บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีหน่วยไตเทียม 19 แห่ง และเครื่องไตเทียม 243 เครื่อง การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการให้บริการ
2. **การขยายสาขาของหน่วยไตเทียม:** บริษัทฯ มีการขยายสาขาของหน่วยไตเทียมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเพิ่ม Capacity ในการให้บริการ และรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
3. **รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์:** บริษัท เออร์วิงคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เมดิคอลวิชั่น จำกัด ยังคงได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ทั้งงานติดตั้งระบบบำบัดน้ำ งานตกแต่งหน่วยไตเทียม และการจำหน่ายน้ำยาไตเทียม รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแผนการขยายธุรกิจของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ที่คาดว่าจะขยายสาขาประมาณ 3-7 แห่ง และเพิ่มเครื่องไตเทียม 50-80 เครื่องในปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทย่อยอื่นๆ ในกลุ่ม B3 ยังคงได้รับคำสั่งซื้อโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2565 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบจากต้นทุนพลังงานและสินค้าที่สูงขึ้นยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เพิ่มขึ้น 19.62% YoY:** อยู่ที่ 181.62 ล้านบาท จาก 151.83 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 1.38% YoY:** อยู่ที่ 6.81 ล้านบาท จาก 6.72 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่อง Q2/2565 เพิ่มขึ้น 26.58% YoY:** อยู่ที่ 6.92 ล้านบาท
* **กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 34.50% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและการขยายสาขา
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.97% ในงวด 6 เดือนแรก:** สาเหตุหลักจากการบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและค่าใช้จ่ายเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทย่อย
* **การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร:** บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิสฯ ซื้อที่ดินและอาคาร รวมถึงเครื่องไตเทียมและอุปกรณ์สำหรับสาขาใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 181.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของลูกค้าในกลุ่มต่างๆ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.43% เป็น 44.82 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 12.85% เป็น 10.68 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ 6.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.38% เมื่อเทียบกับ 6.72 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิไม่เติบโตตามรายได้มากนัก คือ กำไรจากการดำเนินงานที่ยกเลิก (กลุ่มธุรกิจ B4) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 371.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.36% เป็น 98.21 ล้านบาท และกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นถึง 43.86% เป็น 27.71 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 17.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.40% เมื่อเทียบกับ 15.17 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า และโรงแรม ซึ่งเป็นลูกค้าของกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) ทำให้คำสั่งซื้ออะไหล่ อุปกรณ์กรองน้ำ และงานบริการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น
* **การขยายธุรกิจบริการทางการแพทย์:** บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิสฯ มีแผนขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานรายได้ในระยะยาว
* **งานโครงการระบบน้ำ:** กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) ได้รับคำสั่งซื้อโครงการจากโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกหลายแห่ง ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2565
* **การเติบโตของธุรกิจติดตั้งระบบท่อลม:** บริษัท เมดิคอลวิชั่นฯ ได้รับคำสั่งซื้อโครงการติดตั้งระบบท่อลมในสถานพยาบาล ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2565
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนพลังงานและสินค้าที่สูงขึ้น:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนและนโยบายของจีนส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและสินค้า ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและบริการของกลุ่มบริษัทฯ
* **การดำเนินงานที่ยกเลิก:** กลุ่มธุรกิจคลินิกเวชกรรมด้านสุขภาพและความงาม (B4) ยังคงประสบผลขาดทุนและปิดกิจการชั่วคราว ทำให้มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทย่อย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการขยายสาขาและเครื่องไตเทียมของ KTMS:** การดำเนินการตามแผนจะส่งผลต่อการเติบโตของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์
* **การรับรู้รายได้จากโครงการระบบน้ำ:** โครงการที่ได้รับคำสั่งซื้อในกลุ่ม B1 จะสามารถรับรู้รายได้ตามกำหนดได้หรือไม่
* **ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น:** บริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีเพียงใด
* **การกลับมาดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ B4:** มีโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะทำให้กลุ่มธุรกิจนี้กลับมาดำเนินการได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าการติดตั้งระบบท่อลม:** โครงการที่ได้รับคำสั่งซื้อในกลุ่มบริษัท เมดิคอลวิชั่นฯ จะแล้วเสร็จตามกำหนดหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโต 19.62% YoY ใน Q2/2565 โดยกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก มีรายได้เพิ่มขึ้น 34.50% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและการขยายสาขา
* **กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1):** รายได้เพิ่มขึ้น 8.39% ในงวด 6 เดือนแรก จากการรับรู้รายได้งานโครงการระบบน้ำและรายได้จากการขายวัสดุอุปกรณ์
* **กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2):** รายได้เพิ่มขึ้น 17.47% ในงวด 6 เดือนแรก จากการเปิดดำเนินการใกล้เคียงปกติของลูกค้าหลัก เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 24.68% ใน Q2/2565 ลดลงเล็กน้อยจาก 27.23% ในปีก่อน สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 13.97% ในงวด 6 เดือนแรก สาเหตุหลักจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและค่าใช้จ่ายเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทย่อย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 849.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.64% จากสิ้นปี 2564 หนี้สินรวมลดลง 3.54% มาอยู่ที่ 392.86 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.54% เป็น 456.36 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลง 42.49 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อที่ดิน อาคาร เครื่องไตเทียม และอุปกรณ์สำหรับสาขาใหม่ รวมถึงการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
* **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้น 8.24 ล้านบาท จากลูกหนี้การค้าของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิสฯ
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 16.05 ล้านบาท เพื่อรองรับการกลับมาเปิดกิจการของลูกค้า
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์:** เพิ่มขึ้น 25.23 ล้านบาท จากการซื้อที่ดิน อาคาร และเครื่องมือแพทย์สำหรับสาขาใหม่
* **เงินกู้ยืมระยะยาว:** เพิ่มขึ้น 8.24 ล้านบาท จากการกู้เพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และเครื่องไตเทียม
## สรุปท้าย
FVC ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยและการขยายสาขา แม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากผลกระทบของต้นทุนที่สูงขึ้นและรายการที่ยกเลิกไป อย่างไรก็ตาม แผนการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะในกลุ่มบริการทางการแพทย์ และการได้รับคำสั่งซื้อโครงการใหม่ๆ ในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FVC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
308.64
ล้านบาท
↑ 13% YoY
กำไรขั้นต้น
77.25
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.03
%
กำไรสุทธิ
-2.69
ล้านบาท
↓ 158.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
309
↑ + 13%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77
↑ + 20.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -158.3%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FVC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.98
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
0.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FVC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-152
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+403
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FVC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.72
+618.71%
|
-21.11
-108.77%
|
240.84
-1,215.52%
|
-21.59
-146.71%
|
46.22
-57.65%
|
109.15
+162.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
402.77
-3,636.17%
|
-11.39
-70.68%
|
-38.85
-58.94%
|
-94.61
+162.51%
|
-36.04
-25.29%
|
-48.24
+657.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-268.10
-589.14%
|
54.81
+94.98%
|
28.11
-88.13%
|
236.74
+252.24%
|
67.21
+380.76%
|
13.98
-151.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.71
-1,778.14%
|
1.83
-99.16%
|
218.95
-17.10%
|
264.10
-578.70%
|
-55.17
-183.95%
|
65.72
+709.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|
10.79
+2.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.03
-1.83%
|
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|