บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.32
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8538 out_tok=2654 at=2026-07-27T09:39:35 -->
# FVC กำไรสุทธิ Q2/64 พลิกบวกแรง รับธุรกิจการแพทย์โตสวนโควิด
## รายได้รวมโต 12.52% จากฐานต่ำปีก่อน ขณะที่ธุรกิจการแพทย์ยังคงเป็นดาวเด่น หนุนภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6.68 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 29.87 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 12.52% และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ FVC ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6.68 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 36.55 ล้านบาท หรือ 122.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 29.87 ล้านบาท) มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้รวมที่เติบโต 12.52% และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** โดยเฉพาะการลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 16.87 ล้านบาท หรือ 12.52% มาอยู่ที่ 151.58 ล้านบาท (สำหรับ 3 เดือน) และเพิ่มขึ้น 26.72 ล้านบาท หรือ 9.78% มาอยู่ที่ 299.96 ล้านบาท (สำหรับ 6 เดือน) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3)** ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 38.64 ล้านบาท หรือ 40.53% (สำหรับ 6 เดือน) เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการฟอกเลือดและการขยายสาขาของหน่วยไตเทียม นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากโครงการติดตั้งระบบน้ำและจำหน่ายน้ำยาไตเทียมจากบริษัท เออร์วิงคอร์ปอเรชั่น จำกัด และคำสั่งซื้อระบบท่อลมจากบริษัท เมดิคอลวิชั่น จำกัด ที่ยังคงต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) และกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) มีรายได้ลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ลูกค้าเลื่อนการเข้าทำงานและชะลอการสั่งซื้อ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 16.58 ล้านบาท หรือ 36.73% (สำหรับ 3 เดือน) และลดลง 19.51 ล้านบาท หรือ 25.43% (สำหรับ 6 เดือน) ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก **การลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้การค้า** เนื่องจากบริษัทได้รับชำระเงินจากลูกหนี้การค้าที่ค้างนาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ที่มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและการขยายหน่วยไตเทียมอีก 2-5 แห่งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 นอกจากนี้ ยังมี Backlog จากโครงการติดตั้งระบบท่อลมของบริษัท เมดิคอลวิชั่น จำกัด มูลค่า 26.01 ล้านบาท ที่คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2564 และโครงการติดตั้งระบบน้ำสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 22.41 ล้านบาท ที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2564 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับกลุ่มธุรกิจ B1 และ B2
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** กลับมามีกำไรสุทธิ 6.68 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2564 จากที่ขาดทุน 29.87 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 12.52%:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 151.58 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจบริการทางการแพทย์
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 36.73%:** เป็นผลจากการลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
* **ธุรกิจการแพทย์ (B3) โตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 40.53% จากจำนวนผู้ป่วยและขยายสาขา
* **ธุรกิจ B1 และ B2 ชะลอตัว:** ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ลูกค้าเลื่อนงาน
* **แผนขยายหน่วยไตเทียม:** คาดเปิดเพิ่ม 2-5 แห่งในช่วงครึ่งปีหลัง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 151.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.87 ล้านบาท หรือ 12.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.21% เป็น 41.09 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 36.73% ส่งผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 9.46 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 13.88 ล้านบาทในปีก่อน ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6.68 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 29.87 ล้านบาทในปีก่อน
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 299.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.78% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 15.17 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 38.90 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3):** จำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแผนการขยายหน่วยไตเทียมอีก 2-5 แห่งในช่วงครึ่งปีหลังปี 2564
* **Backlog โครงการติดตั้ง:** มี Backlog จากโครงการติดตั้งระบบท่อลมมูลค่า 26.01 ล้านบาท และโครงการระบบน้ำมูลค่า 22.41 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังปี 2564
* **โอกาสจากเทรนด์สุขภาพ:** ความใส่ใจเรื่องสุขภาพและความสะอาดจากสถานการณ์โควิด-19 สร้างโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโอโซนและเครื่องผลิตน้ำไฮโดรเจนให้แก่กลุ่มลูกค้าอาหารและเครื่องดื่ม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไร
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ B1 และ B2 โดยเฉพาะการเลื่อนการเข้าทำงานและชะลอการสั่งซื้อของลูกค้า
* **การปิดกิจการชั่วคราว:** บริษัท ไฮ เฮลธ์แคร์ เซ็นเตอร์ จำกัด (B4) ยังคงปิดกิจการชั่วคราว ทำให้รายได้จากส่วนนี้ลดลงอย่างมาก
* **ความล่าช้าในการรับรู้รายได้:** การเลื่อนการเข้าทำงานของลูกค้าในกลุ่ม B1 และ B2 อาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ตามแผนที่วางไว้
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจบริการทางการแพทย์และการจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์มีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเปิดหน่วยไตเทียมใหม่:** ความคืบหน้าในการเปิดหน่วยไตเทียม 2-5 แห่งในช่วงครึ่งปีหลังปี 2564
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จากโครงการติดตั้งระบบท่อลมและระบบน้ำตามกำหนด
* **ผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19:** การเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาครัฐที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ B1 และ B2
* **แนวโน้มการชำระหนี้ของลูกหนี้การค้า:** การได้รับชำระเงินจากลูกหนี้การค้าที่ค้างนาน จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญ
* **การกลับมาดำเนินงานของธุรกิจ B4:** โอกาสและแผนการกลับมาเปิดดำเนินการของธุรกิจคลินิกเวชกรรมด้านสุขภาพและความงาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ B1 (อุตสาหกรรมและระบบน้ำ):** ลดลง 17.16% เนื่องจากลูกค้าเลื่อนงานโครงการระบบน้ำขนาดใหญ่จากผลกระทบโควิด-19 แต่มี Backlog 9 โครงการ มูลค่า 22.41 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ Q3-Q4/64
* **รายได้ B2 (พาณิชย์และที่พักอาศัย):** ลดลง 1.18% จากการชะลอคำสั่งซื้อของร้านอาหารและเครื่องดื่ม แต่มีโอกาสจากเทรนด์สุขภาพในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอโซน
* **รายได้ B3 (บริการทางการแพทย์):** เพิ่มขึ้น 40.53% จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและการขยายสาขาหน่วยไตเทียม ปัจจุบันมี 16 แห่ง (183 เครื่อง) และมีแผนขยายเพิ่ม 2-5 แห่งในครึ่งปีหลัง
* **รายได้ B4 (สุขภาพและความงาม):** ลดลง 99.18% เนื่องจากปิดกิจการชั่วคราวตั้งแต่ปลายปี 2563
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 10.05% เป็น 810.94 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 61.24 ล้านบาท จากการรับเงินเพิ่มทุนของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด หนี้สินรวมลดลง 4.99% เป็น 402.02 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 30.33% เป็น 408.92 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มทุนและการดำเนินงานที่เป็นกำไรของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด
## สรุปท้าย
FVC พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ที่สามารถชดเชยผลกระทบจากโควิด-19 ในกลุ่มธุรกิจอื่นได้ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ แม้ว่าความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงมีอยู่ แต่ด้วย Backlog ที่รอรับรู้รายได้และการขยายธุรกิจหน่วยไตเทียม ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลังปี 2564
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FVC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
308.64
ล้านบาท
↑ 13% YoY
กำไรขั้นต้น
77.25
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.03
%
กำไรสุทธิ
-2.69
ล้านบาท
↓ 158.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
309
↑ + 13%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77
↑ + 20.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -158.3%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FVC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.98
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
0.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FVC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-152
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+403
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FVC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.72
+618.71%
|
-21.11
-108.77%
|
240.84
-1,215.52%
|
-21.59
-146.71%
|
46.22
-57.65%
|
109.15
+162.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
402.77
-3,636.17%
|
-11.39
-70.68%
|
-38.85
-58.94%
|
-94.61
+162.51%
|
-36.04
-25.29%
|
-48.24
+657.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-268.10
-589.14%
|
54.81
+94.98%
|
28.11
-88.13%
|
236.74
+252.24%
|
67.21
+380.76%
|
13.98
-151.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.71
-1,778.14%
|
1.83
-99.16%
|
218.95
-17.10%
|
264.10
-578.70%
|
-55.17
-183.95%
|
65.72
+709.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|
10.79
+2.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.03
-1.83%
|
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|