บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.32
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8936 out_tok=2929 at=2026-07-25T16:36:20 -->
FVC Q3/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 52.9% รับแรงหนุนจากธุรกิจบริการทางการแพทย์และพาณิชย์
รายได้และกำไรโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการชี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิดเป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนยังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 10.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติของผู้คน ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนจากภาวะเงินเฟ้อและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FVC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) และกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2)** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้ในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) ได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3):** รายได้เติบโต 18.61% YoY ในไตรมาส 3/2565 และ 28.53% YTD โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเข้ารับบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายสาขาของหน่วยไตเทียมของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) รวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังคงได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง
* **กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2):** รายได้เติบโต 30.53% QoQ ในไตรมาส 3/2565 และ 21.52% YTD เนื่องจากลูกค้าหลัก เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ ทำให้มีความต้องการในการขายและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ระบบน้ำเพิ่มสูงขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1):** แม้รายได้จะลดลง 32.56% QoQ ในไตรมาส 3/2565 เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่รับรู้รายได้ไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก และมูลค่าโครงการในปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน แต่การขายวัสดุอุปกรณ์ระบบน้ำสำหรับงานซ่อมบำรุงยังคงเติบโตได้ดี
* **ต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้รายได้จะเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.37% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของลูกหนี้การค้าและรายได้ค้างรับของบริษัทใหญ่ รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานของบริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ก็เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ที่มีแผนขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/2565 และกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการโควิดและการกระตุ้นการท่องเที่ยว ทำให้ลูกค้าในกลุ่มนี้ทยอยเปิดกิจการและมีความต้องการผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม (B1) อาจต้องรอการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 10.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.92% YoY และ 28.65% YTD
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น:** รายได้จากการขายและบริการรวม 183.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.97% YoY ในไตรมาส 3/2565 และ 19.83% YTD
* **ธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) เป็นดาวเด่น:** รายได้กลุ่ม B3 เติบโต 18.61% YoY ในไตรมาส 3/2565 และ 28.53% YTD จากผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและการขยายสาขา
* **ธุรกิจพาณิชย์ (B2) ฟื้นตัวดี:** รายได้กลุ่ม B2 เติบโต 30.53% QoQ ในไตรมาส 3/2565 และ 21.52% YTD จากการกลับมาเปิดกิจการของลูกค้า
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.37% QoQ จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัท FVC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 183.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้ธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) และธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) มีรายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม (B1) จะลดลงก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 19.60% YoY สู่ระดับ 49.48 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 52.92% YoY เป็น 10.75 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 554.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.83% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 28.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.65% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคบริการ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และโรงแรม ซึ่งเป็นลูกค้าของกลุ่ม B2
* **การขยายธุรกิจบริการทางการแพทย์:** บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีแผนขยายสาขาและเพิ่มเครื่องไตเทียมอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/2565 เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
* **การลงทุนในระบบบำบัดน้ำ:** ลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มเตรียมโครงการลงทุนในระบบบำบัดน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่ม B1 ในอนาคต
* **การขยายผลิตภัณฑ์และบริการ:** บริษัทฯ มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบท่อลมรับ-ส่งเอกสารและพัสดุในโรงพยาบาล
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและต้นทุน:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน สินค้า และบริการของกลุ่มบริษัทฯ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1.89 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 สะท้อนถึงความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
* **การรับรู้รายได้โครงการ (B1):** รายได้จากงานโครงการในกลุ่ม B1 ลดลง เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่รับรู้รายได้ไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก และมูลค่าโครงการในปี 2565 น้อยกว่าปี 2564
* **การดำเนินงานที่ยกเลิก (B4):** กลุ่มธุรกิจคลินิกเวชกรรมด้านสุขภาพและความงาม (B4) ยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้กลุ่ม B1:** การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่ได้รับคำสั่งซื้อแล้วมูลค่า 13.30 ล้านบาท คาดว่าจะติดตั้งและรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2565
* **การขยายสาขาของ KTMS:** การขยายสาขาประมาณ 2-3 แห่ง และเพิ่มเครื่องไตเทียม 16-24 เครื่องในไตรมาส 4/2565 จะส่งผลต่อรายได้และต้นทุนของกลุ่ม B3
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและค่าเงินบาทที่ผันผวน
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** การติดตามสถานะของลูกหนี้เช็คคืนที่อยู่ระหว่างการเจรจาผ่อนชำระ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโต 12.97% YoY ในไตรมาส 3/2565 โดยกลุ่ม B3 (บริการทางการแพทย์) มีสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ 52.28% และเติบโต 18.61% YoY ตามมาด้วยกลุ่ม B2 (พาณิชย์และที่พักอาศัย) ที่ 31.71% และเติบโต 30.53% QoQ
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 19.60% YoY สะท้อนการบริหารต้นทุนขายที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโต
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 9.37% QoQ โดยมีรายการสำคัญคือการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 3.52 ล้านบาท และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.89 ล้านบาท
* **จำนวนหน่วยไตเทียม:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 มีหน่วยไตเทียม 20 แห่ง (254 เครื่อง) ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้ของกลุ่ม B3
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 859.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.84% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินสดลดลง 45.01 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 21.59 ล้านบาท เพื่อรองรับการกลับมาเปิดกิจการของลูกค้า และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 37.13 ล้านบาท จากการซื้อที่ดิน อาคาร และเครื่องมือแพทย์
หนี้สินรวมลดลง 3.69% สู่ระดับ 392.25 ล้านบาท โดยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 20.33 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าลดลง 19.71 ล้านบาท ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 33.51 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.00% เป็น 467.11 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
FVC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 52.92% YoY เป็นผลมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างโดดเด่นในกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์และธุรกิจพาณิชย์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติของผู้คน แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนจากเงินเฟ้อและค่าเงินบาทอ่อนค่า แต่การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มบริการทางการแพทย์ และการกลับมาของลูกค้าในกลุ่มพาณิชย์ ทำให้บริษัทฯ มีแนวโน้มที่ดีในการรักษาการเติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุน และการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FVC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
308.64
ล้านบาท
↑ 13% YoY
กำไรขั้นต้น
77.25
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.03
%
กำไรสุทธิ
-2.69
ล้านบาท
↓ 158.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
309
↑ + 13%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77
↑ + 20.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -158.3%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FVC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.98
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
0.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FVC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-152
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+403
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FVC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.72
+618.71%
|
-21.11
-108.77%
|
240.84
-1,215.52%
|
-21.59
-146.71%
|
46.22
-57.65%
|
109.15
+162.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
402.77
-3,636.17%
|
-11.39
-70.68%
|
-38.85
-58.94%
|
-94.61
+162.51%
|
-36.04
-25.29%
|
-48.24
+657.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-268.10
-589.14%
|
54.81
+94.98%
|
28.11
-88.13%
|
236.74
+252.24%
|
67.21
+380.76%
|
13.98
-151.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.71
-1,778.14%
|
1.83
-99.16%
|
218.95
-17.10%
|
264.10
-578.70%
|
-55.17
-183.95%
|
65.72
+709.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|
10.79
+2.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.03
-1.83%
|
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|