บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.32
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9769 out_tok=2796 at=2026-07-25T15:00:30 -->
# FVC กำไรสุทธิ Q3/66 ดิ่ง 45% รับมาร์จิ้นหด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมโต 26% แต่กำไรสุทธิหดหนัก เหตุต้นทุนสินค้า-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 231.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 45.49% มาอยู่ที่ 5.86 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ FVC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมาก ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าสาเหตุหลักเกิดจาก **ต้นทุนของสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น** ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 26.94% ใน Q3/65 มาอยู่ที่ 22.14% ใน Q3/66 สำหรับงวด 3 เดือน และลดลงจาก 26.62% มาอยู่ที่ 22.58% สำหรับงวด 9 เดือน
2. **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.97% ในไตรมาส 3 และ 12.16% ในงวด 9 เดือน สาเหตุหลักมาจากการ **รับพนักงานเพิ่ม** ในช่วงปี 2565-2566 รวมถึงการ **ปรับเงินเดือนประจำปี** และในส่วนของ KTMS มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจาก **ค่าบริจาคการกุศล** ให้กับโรงพยาบาลของรัฐ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนค่าใช้จ่ายพนักงานและการปรับเงินเดือนมีแนวโน้มที่จะเป็นต้นทุนประจำปี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ KTMS จากค่าบริจาคการกุศลอาจเป็นรายการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่การขยายสาขาและบุคลากรของ KTMS ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายบริหารยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 26.23% YoY:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 231.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 183.67 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิหดตัว 45.49% YoY:** กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 5.86 ล้านบาท ลดลงจาก 10.75 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** GPM งวด 3 เดือน ลดลงจาก 26.94% เป็น 22.14% และงวด 9 เดือน ลดลงจาก 26.62% เป็น 22.58%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.97% ในไตรมาส 3 และ 12.16% ในงวด 9 เดือน
* **KTMS เติบโตต่อเนื่อง:** กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) โดยเฉพาะ KTMS มีรายได้เติบโต 22.28% ในไตรมาส 3 จากการขยายสาขาและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
* **มี Backlog รองรับ:** กลุ่มธุรกิจ B1 มีคำสั่งซื้อ 8 งาน มูลค่ารวม 50.94 ล้านบาท และกลุ่ม B2 มีคำสั่งซื้อ 29.53 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 FVC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 231.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่ม B1 (อุตสาหกรรมและระบบน้ำ) เติบโต 48.02% จากงานโครงการและบริการบำรุงรักษา, กลุ่ม B2 (พาณิชย์และที่พักอาศัย) เติบโต 25.32% จากกำลังซื้อภายในประเทศและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น, และกลุ่ม B3 (บริการทางการแพทย์) เติบโต 22.28% จากการขยายสาขาและจำนวนผู้ป่วยของ KTMS
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเพียง 3.72% เป็น 51.32 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 26.94% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 22.14% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินเฟ้อ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 16.97% จากการจ้างพนักงานเพิ่มและการปรับเงินเดือน ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน ลดลง 45.49% มาอยู่ที่ 5.86 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมเติบโต 19.79% เป็น 664.67 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 39.74% เป็น 17.21 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน หนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ B2 (พาณิชย์และที่พักอาศัย)
* **การขยายธุรกิจ KTMS:** การขยายสาขาและจำนวนเครื่องไตเทียมของ KTMS อย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3)
* **งานโครงการและบริการบำรุงรักษา:** กลุ่ม B1 ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้มีงานโครงการและงานบริการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายสู่บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
* **ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม:** การให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะอาดของผู้บริโภค เปิดโอกาสให้ FVC จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโอโซน เช่น เครื่องผลิตน้ำดื่มไฮโดรเจนและน้ำโอโซน
* **Backlog รองรับรายได้:** มีคำสั่งซื้อรอรับรู้รายได้ในกลุ่ม B1 และ B2 ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงปลายปี 2566 และต้นปี 2567
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนสินค้าผันผวน:** ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราเงินเฟ้อที่ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นต่อไป
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การจ้างพนักงานเพิ่ม การปรับเงินเดือน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการแพทย์:** แม้ KTMS จะเติบโต แต่การแข่งขันในธุรกิจบริการทางการแพทย์ยังคงมีอยู่
* **เศรษฐกิจโลกเปราะบาง:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและกำลังซื้อโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จับตาดูว่าต้นทุนสินค้าจะยังคงสูงต่อเนื่องหรือไม่ และบริษัทจะมีมาตรการในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะส่งผลต่อกำไรสุทธิในระยะยาวอย่างไร
* **การขยายสาขาของ KTMS:** ความคืบหน้าในการเปิดสาขาใหม่และจำนวนเครื่องไตเทียมที่เพิ่มขึ้น จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของกลุ่ม B3
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การส่งมอบงานโครงการตามกำหนดเวลาและมูลค่าที่คาดการณ์ไว้
* **กลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่:** ความสามารถในการสร้างรายได้เพิ่มจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น เครื่องผลิตน้ำดื่มไฮโดรเจนและน้ำโอโซน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้ B1 (อุตสาหกรรมและระบบน้ำ):** เติบโตโดดเด่น 48.02% YoY จากงานโครงการที่แล้วเสร็จและการขยายสู่บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน มี Backlog 50.94 ล้านบาท
* **รายได้ B2 (พาณิชย์และที่พักอาศัย):** เติบโต 25.32% YoY จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น หนุนงานติดตั้งและซ่อมบำรุง รวมถึงโอกาสจากผลิตภัณฑ์โอโซน มี Backlog 29.53 ล้านบาท
* **รายได้ B3 (บริการทางการแพทย์ - KTMS):** เติบโต 22.28% YoY จากการขยายสาขา (ปัจจุบัน 25 แห่ง) และจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ B1 และ B2 ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร:** เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะจากการจ้างพนักงานเพิ่มและการปรับเงินเดือน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,154.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.26% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินสดลดลง 182.32 ล้านบาท จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร เครื่องไตเทียม และการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ในขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 45.35 ล้านบาท จากจำนวนคนไข้และทรีทเม้นท์ที่เพิ่มขึ้น และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 74.23 ล้านบาทจากการลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อค้า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 427.45 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.28% โดยเงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 27.13 ล้านบาทจากการจ่ายคืน ส่วนเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 18.39 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.19% เป็น 726.64 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรจากการดำเนินงาน 17.21 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 4.60 ล้านบาท
## สรุปท้าย
FVC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงกว่า 45% แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการขยายตัวของ KTMS และงานโครงการในกลุ่ม B1 และ B2 อย่างไรก็ตาม การมี Backlog รองรับรายได้ในอนาคต และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยบวก แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FVC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
308.64
ล้านบาท
↑ 13% YoY
กำไรขั้นต้น
77.25
ล้านบาท
↑ 20.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.03
%
กำไรสุทธิ
-2.69
ล้านบาท
↓ 158.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-0.87
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
309
↑ + 13%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77
↑ + 20.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-3
↓ -158.3%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FVC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
2.98
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
0.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FVC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-152
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+403
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FVC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.72
+618.71%
|
-21.11
-108.77%
|
240.84
-1,215.52%
|
-21.59
-146.71%
|
46.22
-57.65%
|
109.15
+162.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
402.77
-3,636.17%
|
-11.39
-70.68%
|
-38.85
-58.94%
|
-94.61
+162.51%
|
-36.04
-25.29%
|
-48.24
+657.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-268.10
-589.14%
|
54.81
+94.98%
|
28.11
-88.13%
|
236.74
+252.24%
|
67.21
+380.76%
|
13.98
-151.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-30.71
-1,778.14%
|
1.83
-99.16%
|
218.95
-17.10%
|
264.10
-578.70%
|
-55.17
-183.95%
|
65.72
+709.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|
10.79
+2.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
122.03
-1.83%
|
124.31
+66.95%
|
74.46
-74.27%
|
289.35
+211.67%
|
92.84
+21.34%
|
76.51
+609.08%
|