บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
18.00
+1.90 (+11.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เนื่องจากงานโครงการที่รับรู้รายได้ไตรมาสนี้เป็นโครงการ ที่อัตรากําไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยรายได้รวม เพิ่มขึ้น 239 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอีเอ็มเอส เกิดจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่งของการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง ไตรมาส 4 ของปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7819 out_tok=2382 at=2026-07-25T15:39:05 -->
FORTH กำไร Q3/2565 พุ่ง 56% รับแรงหนุนธุรกิจ EMS-สมาร์ทเซอร์วิส
FORTH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 กวาดรายได้รวม 2,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% และกำไรสุทธิ 235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในธุรกิจ EMS และธุรกิจสมาร์ทเซอร์วิส ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจกำไรของ FORTH ในไตรมาส 3 ปี 2565 มาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของ **ธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS)** ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 67% และ **ธุรกิจสมาร์ทเซอร์วิส (Smart Service)** ที่เติบโต 34% ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจอีเอ็มเอส:** การเติบโตของรายได้ในธุรกิจนี้มาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายใหญ่ในงานรับจ้างผลิตและประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงานเข้าเป็นต้นทุนการผลิตยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง กำไรขั้นต้นจึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 21% เป็น 33%
* **ธุรกิจสมาร์ทเซอร์วิส:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากธุรกิจตู้เต่าบิน แม้ว่ากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้จะลดลงจาก 21% เป็น 14% เนื่องจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมส่งเสริมการขายและรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกันที่สูงขึ้น แต่การเติบโตของรายได้ในภาพรวมยังคงมีนัยสำคัญ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจอีเอ็มเอสที่ได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อของลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งหากคำสั่งซื้อยังคงมีต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสมาร์ทเซอร์วิสยังคงต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนโปรแกรมส่งเสริมการขายและผลกระทบจากรายการตัดบัญชี เพื่อรักษาอัตรากำไรให้มีเสถียรภาพ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565:** 2,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY
* **กำไรสุทธิ Q3/2565:** 235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% YoY
* **ธุรกิจ EMS เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 67% YoY จากคำสั่งซื้อลูกค้ารายใหญ่ และกำไรขั้นต้นพุ่งจาก 21% เป็น 33%
* **ธุรกิจ Smart Service เติบโต:** รายได้เพิ่ม 34% YoY โดยหลักจากตู้เต่าบิน
* **ธุรกิจ Enterprise Solutions ชะลอตัว:** รายได้ลดลง 10% YoY จากงานโครงการที่ลดลงและยังไม่มีโครงการใหม่มูลค่าสูง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่ม 60% YoY จากค่านายหน้า และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 26% YoY จากการปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงานและหนี้สงสัยจะสูญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัท FORTH มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีรายได้รวม 2,759 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอีเอ็มเอสที่เติบโต 67% และธุรกิจสมาร์ทเซอร์วิสที่เติบโต 34% ขณะที่ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ มีรายได้ลดลง 10% กำไรสุทธิอยู่ที่ 235 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจอีเอ็มเอส
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ EMS:** การได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายใหญ่เป็นโอกาสสำคัญในการขยายรายได้และกำไรของธุรกิจนี้
* **การขยายตัวของธุรกิจตู้เต่าบิน:** แม้จะมีแรงกดดันด้านอัตรากำไร แต่การเติบโตของรายได้จากตู้เต่าบินยังคงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มบริษัท
* **การปรับปรุงต้นทุนการผลิต:** การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงานเข้าเป็นต้นทุนการผลิตในธุรกิจ EMS ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS:** การมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียว อาจมีความเสี่ยงหากคำสั่งซื้อมีการเปลี่ยนแปลง
* **การแข่งขันและต้นทุนในธุรกิจสมาร์ทเซอร์วิส:** โปรแกรมส่งเสริมการขายและรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกันในธุรกิจตู้เต่าบินส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การชะลอตัวของธุรกิจ Enterprise Solutions:** การลดลงของรายได้จากงานโครงการและยังไม่มีโครงการใหม่มูลค่าสูง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมรายได้ของกลุ่มบริษัท
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS:** จะยังคงต่อเนื่องหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนและโปรแกรมส่งเสริมการขายในธุรกิจตู้เต่าบิน:** จะสามารถรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้นได้หรือไม่
* **การหาโครงการใหม่ที่มีมูลค่าสูงในธุรกิจ Enterprise Solutions:** จะสามารถพลิกฟื้นการเติบโตของธุรกิจนี้ได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียน โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** การปรับลดราคาทุนให้เป็นมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้:**
* **ธุรกิจ EMS:** เติบโตโดดเด่น 67% YoY เป็น 1,203 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อลูกค้ารายใหญ่
* **ธุรกิจ Smart Service:** เติบโต 34% YoY เป็น 908 ล้านบาท จากธุรกิจตู้เต่าบิน
* **ธุรกิจ Enterprise Solutions:** ลดลง 10% YoY เป็น 540 ล้านบาท จากงานโครงการที่ลดลง
**กำไรขั้นต้น:**
* **ธุรกิจ EMS:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 166% YoY เป็น 396 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 21% เป็น 33% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการปรับปรุงการปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงาน
* **ธุรกิจ Smart Service:** ลดลง 13% YoY เป็น 123 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดจาก 21% เป็น 14% จากโปรแกรมส่งเสริมการขายและรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกัน
* **ธุรกิจ Enterprise Solutions:** ทรงตัว เพิ่มขึ้น 1% YoY เป็น 148 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเล็กน้อยจาก 25% เป็น 27%
**ค่าใช้จ่าย:**
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพิ่มขึ้น 60% YoY เป็น 40 ล้านบาท จากค่านายหน้าและค่าอบรม
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 26% YoY เป็น 326 ล้านบาท จากการปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงานและหนี้สงสัยจะสูญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวม ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 10,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และการลงทุนในตู้เต่าบิน
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า เจ้าหนี้อื่น และเงินกู้ยืมระยะสั้น
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 3,038 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสุทธิและเงินเพิ่มทุน
**อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** เพิ่มขึ้นจาก 2.37:1 เป็น 2.47:1
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** ลดลง 325 ล้านบาท YoY เป็น 442 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียนและเงินสดจ่ายภาษี
* **กิจกรรมลงทุน:** เพิ่มขึ้น 646 ล้านบาท YoY เป็นใช้ไป 863 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการจ่ายซื้อตู้เต่าบิน
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** เป็นบวก 335 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
**สภาพคล่อง:** อัตราส่วนทุนหมุนเวียน ณ 30 ก.ย. 2565 อยู่ที่ 0.96:1 ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2564 ที่ 1.02:1
## สรุปท้าย
FORTH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 56% YoY จากแรงหนุนหลักของธุรกิจ EMS ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและอัตรากำไรที่ดีขึ้น รวมถึงธุรกิจสมาร์ทเซอร์วิสที่เติบโตจากการขยายตัวของตู้เต่าบิน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจตู้เต่าบิน และการหาโครงการใหม่ในธุรกิจ Enterprise Solutions เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FORTH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,800.97
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น
648.14
ล้านบาท
↑ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.14
%
กำไรสุทธิ
233.43
ล้านบาท
↑ 1315.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.33
%
D/E Ratio
1.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,801
↑ + 29.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
648
↑ + 24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
233
↑ + 1315.2%
YoY
D/E Ratio
1.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FORTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.98
ROE (%)
34.96
ROA (%)
13.08
Book Value/หุ้น
3.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FORTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,234
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FORTH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,233.83
-287.14%
|
-659.31
+151.42%
|
-262.23
-129.59%
|
886.33
+20.63%
|
734.75
-39.02%
|
1,204.97
-37.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
54.34
-76.21%
|
228.40
-69.94%
|
759.73
-144.09%
|
-1,723.18
+360.47%
|
-374.22
+90.69%
|
-196.25
-63.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,557.00
-762.58%
|
234.99
-123.68%
|
-992.23
-229.01%
|
769.12
-409.49%
|
-248.51
-73.82%
|
-949.35
-32.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-270.69
+40.51%
|
-192.65
-60.88%
|
-492.40
+618.62%
|
-68.52
-162.90%
|
108.93
+85.38%
|
58.76
-504.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
833.13
+3.18%
|
807.49
+5.27%
|
767.07
-9.70%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|
681.81
-2.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,153.81
+37.34%
|
840.12
-0.22%
|
842.00
+7.81%
|
780.99
-8.07%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|