FORTH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FORTH
บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
18.00
+1.90 (+11.80%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เนื่องจากงานโครงการที่รับรู้รายได้ไตรมาสนี้เป็นโครงการ ที่อัตรากําไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวม เพิ่มขึ้น 239 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอีเอ็มเอส เกิดจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่งของการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง ไตรมาส 4 ของปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7373 out_tok=3256 at=2026-07-25T16:31:55 --> # FORTH กำไร Q3/2564 โต 16% รับแรงหนุนธุรกิจ EMS พลิกฟื้น ## รายได้รวมโต 13% จากธุรกิจ EMS พุ่งแรง ขณะที่ธุรกิจอื่นชะลอตัว ฝ่ายบริหารชี้กำไรสุทธิเพิ่มจาก GPM ธุรกิจ EMS และ Enterprise Solutions บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 2,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจ EMS และธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions) ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FORTH ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ **ธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS)** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ในธุรกิจ EMS และธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions) ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS)** โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 131% หรือ 410 ล้านบาท คิดเป็น 722 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้เพียง 312 ล้านบาท นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** โดยรวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 22% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในบางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ที่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 25% และธุรกิจอีเอ็มเอสที่ GPM เพิ่มขึ้น 55% (แม้ว่าอัตรา GPM ของธุรกิจ EMS จะลดลงจาก 31% เป็น 21% แต่เป็นการปรับปรุงจากรายการพิเศษในปีก่อน) ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 16% เป็น 151 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของธุรกิจอีเอ็มเอสเกิดจากการ **ย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่ง** สำหรับการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 และส่งผลต่อเนื่องมาถึงไตรมาสนี้ สำหรับการปรับตัวดีขึ้นของ GPM ในธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ เกิดจากการที่ **โครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการในปีก่อน** ส่วนการปรับตัวของ GPM ในธุรกิจ EMS นั้น แม้ตัวเลข GPM จะลดลง แต่ฝ่ายบริหารระบุว่าเกิดจากการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน (ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าคงเหลือ) ซึ่งหากพิจารณาการดำเนินงานปกติ การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจ EMS ก็ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีเอ็มเอสในไตรมาสนี้เกิดจากปัจจัยเฉพาะคือการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายเดียว ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว ส่วนธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ที่มี GPM ดีขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการที่จะเข้ามาในอนาคต ขณะที่ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจนี้ในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 2,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY**: ได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจอีเอ็มเอสที่เติบโต 131% * **กำไรสุทธิ 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY**: มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นในธุรกิจอีเอ็มเอสและเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ * **ธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) พลิกฟื้น**: รายได้พุ่ง 131% จากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายสำคัญ * **ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions) ชะลอตัว**: รายได้ลดลง 9% แต่ GPM ปรับตัวดีขึ้น * **ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (Smart Service) หดตัว**: รายได้ลดลง 14% จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25%**: ส่วนใหญ่มาจากการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ ค่าบำรุงรักษาระบบ และสำรองโบนัสพนักงาน ## ภาพรวมผลประกอบการ กลุ่มบริษัท FORTH มีรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 จำนวน 2,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีรายได้ 1,837 ล้านบาท การเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 131% เป็น 722 ล้านบาท จาก 312 ล้านบาท ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่ง ขณะที่ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ มีรายได้ลดลง 9% เป็น 597 ล้านบาท จาก 659 ล้านบาท และธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส มีรายได้ลดลง 14% เป็น 678 ล้านบาท จาก 790 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากผลกระทบของ COVID-19 ภัยแล้ง และน้ำท่วม ในส่วนของกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY จาก 130 ล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจอีเอ็มเอสและธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอีเอ็มเอสจะลดลงจาก 31% เป็น 21% แต่ฝ่ายบริหารชี้แจงว่าเกิดจากการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน ส่วนธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 25% เนื่องจากโครงการที่รับรู้รายได้มีอัตรากำไรสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25% เป็น 259 ล้านบาท จาก 207 ล้านบาท ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ ค่าบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย และการสำรองโบนัสพนักงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 33% ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจ EMS**: หากสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต * **โครงการที่มีอัตรากำไรสูงในธุรกิจ Enterprise Solutions**: หากสามารถประมูลและดำเนินโครงการที่มี GPM สูงได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนผลกำไรของธุรกิจนี้ * **การขยายตลาดตู้เต่าบิน**: แม้จะยังไม่เห็นผลในงบการเงินไตรมาสนี้ แต่การลงทุนในตู้กาแฟเต่าบินของบริษัทย่อย แสดงถึงความพยายามในการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของธุรกิจ EMS**: การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียว อาจทำให้รายได้มีความผันผวนสูงหากลูกค้ารายนั้นลดคำสั่งซื้อหรือย้ายฐานการผลิตกลับ * **กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ**: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ซึ่งเป็นธุรกิจที่พึ่งพิงกำลังซื้อระดับกลางและล่าง * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร**: หากไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว * **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง**: มีการบันทึกรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านราคาขายหรือการเคลื่อนไหวของสินค้าที่อาจไม่เป็นไปตามคาด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้และคำสั่งซื้อในธุรกิจ EMS**: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร**: โดยเฉพาะการตั้งหนี้สงสัยจะสูญและค่าบำรุงรักษาระบบ * **การฟื้นตัวของธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส**: จะสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับกำลังซื้อที่ลดลงได้อย่างไร * **การรับรู้รายได้และอัตรากำไรของโครงการใหม่ในธุรกิจ Enterprise Solutions**: จะสามารถรักษา GPM สูงได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **ความคืบหน้าการลงทุนในตู้กาแฟเต่าบิน**: จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในส่วนของธุรกิจเทคโนโลยี FORTH มีการดำเนินงานที่หลากหลาย โดยธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ซึ่งเป็นการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่ง ทำให้รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงจาก 31% เป็น 21% เนื่องจากมีการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน ซึ่งหากพิจารณาการดำเนินงานปกติ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตย่อมส่งผลดีต่อกำไร ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions) ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการระบบโครงข่ายและอุปกรณ์ต่างๆ มีรายได้ลดลง แต่สามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นได้ จาก 19% เป็น 25% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและเลือกรับงานที่มีกำไรสูง ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (Smart Service) ซึ่งอาจรวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคหรือธุรกิจขนาดเล็ก เผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้รายได้หดตัวลง 14% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัว แต่การลดลงของรายได้ย่อมส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวม การลงทุนในตู้กาแฟเต่าบินของบริษัทย่อย บ่งชี้ถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ในตลาดที่อาจมีศักยภาพ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 8,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 15% เป็น 4,951 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 8% เป็น 3,249 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6% เป็น 5,446 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 21% เป็น 363 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นและการจ่ายเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.43:1 ลดลงเล็กน้อยจาก 2.51:1 ในสิ้นปี 2563 ในด้านกระแสเงินสด ไตรมาส 3 ปี 2564 มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 767 ล้านบาท ลดลงจาก 1,081 ล้านบาท ในปีก่อน เนื่องจากมีการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เช่น ลูกหนี้การค้า สินค้าคงคลัง กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 70 ล้านบาท เป็น 217 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนซื้อตู้กาแฟเต่าบิน กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 454 ล้านบาท เป็น 551 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวและการซื้อหุ้นคืน อัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 0.91:1 ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน ## สรุปท้าย FORTH ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจอีเอ็มเอสที่เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเพิ่มรายได้และกำไร แม้ว่าธุรกิจอื่นจะเผชิญความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS และกำลังซื้อที่อ่อนแอในธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงการมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการที่ดีในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FORTH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,800.97 ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น
648.14 ล้านบาท
↑ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.14 %
กำไรสุทธิ
233.43 ล้านบาท
↑ 1315.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.33 %
D/E Ratio
1.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,801
↑ + 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
648
↑ + 24.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
233
↑ + 1315.2% YoY
D/E Ratio
1.98

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FORTH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,800.97
+29.59%
2,161.49
+9.62%
1,971.85
-23.31%
2,571.09
-4.77%
2,699.84
+29.27%
2,088.59
+23.12%
กำไรขั้นต้น
648.14
+24.20%
521.85
+6.93%
488.05
-16.67%
585.67
+15.74%
506.00
+2.04%
495.89
+12.74%
ค่าใช้จ่ายรวม
406.42
+9.40%
371.49
-7.49%
401.56
+22.93%
326.67
+18.15%
276.49
+4.16%
265.44
-21.73%
กำไรสุทธิ
233.43
+1,315.24%
16.49
-25.86%
22.25
-85.77%
156.32
-15.94%
185.96
-1.32%
188.45
+176.11%
กำไรต่อหุ้น
0.25
+1,288.89%
0.02
-25.00%
0.02
-85.63%
0.17
-16.08%
0.20
-1.00%
0.20
+175.34%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-670.37
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
34.96
+218.40%
10.98
-59.90%
27.38
-32.91%
40.81
-15.44%
48.26
+326.33%
11.32
ROA(%)
13.08
+88.20%
6.95
-32.92%
10.36
-22.97%
13.45
-3.86%
13.99
+112.61%
6.58
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.98
-29.03%
2.79
+16.74%
2.39
-4.02%
2.49
+5.06%
2.37
-14.44%
2.77
P/E
8.86
-79.71%
43.67
+43.42%
30.45
-18.78%
37.49
+37.13%
27.34
+52.65%
17.91
+24.12%
P/BV
2.12
-58.35%
5.09
-51.15%
10.42
-33.33%
15.63
+18.41%
13.20
+157.31%
5.13
+40.55%
BV
2.71
+30.29%
2.08
-5.88%
2.21
+7.28%
2.06
+27.95%
1.61
+35.29%
1.19
-21.71%
YIELD(%)
2.61
-41.08%
4.43
+96.02%
2.26
+61.43%
1.40
-7.28%
1.51
-78.21%
6.93
-30.56%
ราคาหุ้น
5.75
-45.75%
10.60
-53.91%
23.00
-28.68%
32.25
+52.12%
21.20
+247.54%
6.10
+9.91%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
23.14
-4.14%
24.14
-2.46%
24.75
+8.65%
22.78
+21.56%
18.74
-21.06%
23.74
-8.45%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.51
-15.59%
17.19
-15.57%
20.36
+60.19%
12.71
+24.12%
10.24
-19.43%
12.71
-36.42%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
8.33
+996.05%
0.76
-32.74%
1.13
-81.41%
6.08
-11.76%
6.89
-23.61%
9.02
+124.38%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.98
ROE (%)
34.96
ROA (%)
13.08
Book Value/หุ้น
3.14

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FORTH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
6,803.52
+6.90%
6,364.60
+17.16%
5,479.77
-18.62%
6,758.51
+16.37%
5,807.68
+34.77%
4,309.33
+5.72%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
5,831.98
+1.02%
5,772.94
+2.78%
5,642.67
+21.30%
4,626.96
+53.72%
3,009.94
-14.32%
3,513.04
-0.78%
รวมสินทรัพย์
12,635.50
+4.10%
12,137.54
+9.85%
11,122.44
-2.31%
11,385.47
+29.12%
8,817.62
+12.72%
7,822.37
+2.70%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
7,550.60
-3.38%
7,814.42
+24.47%
6,279.57
-15.07%
7,393.53
+29.53%
5,708.06
+11.13%
5,136.45
+4.40%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
839.79
-24.83%
1,117.12
-24.96%
1,561.13
+112.85%
733.44
+49.42%
490.84
+7.24%
457.72
+82.28%
รวมหนี้สิน
8,390.39
-6.06%
8,931.54
+14.99%
7,840.70
-3.52%
8,126.97
+31.10%
6,198.90
+10.81%
5,594.16
+8.18%
รวมส่วนของเจ้าของ
4,245.11
+32.41%
3,206.00
-2.31%
3,281.74
+0.71%
3,258.50
+24.43%
2,618.71
+17.53%
2,228.21
-8.91%
D/E
1.98
2.79
2.39
2.49
2.37
2.51
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
34.96
10.98
27.38
40.81
48.26
11.32
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
13.08
6.95
10.36
13.45
13.99
6.58
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.90
0.81
0.87
0.91
1.02
0.81
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.43
0.33
0.42
0.51
0.55
0.37
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
62.51
73.09
0.00
0.00
80.67
81.53
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
82.85
99.43
0.00
0.00
64.36
64.96
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
84.16
102.05
0.00
0.00
108.31
91.48
วงจรเงินสด
61.21
70.47
0.00
0.00
36.72
55.01
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,234
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FORTH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
1,233.83
-287.14%
-659.31
+151.42%
-262.23
-129.59%
886.33
+20.63%
734.75
-39.02%
1,204.97
-37.73%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
54.34
-76.21%
228.40
-69.94%
759.73
-144.09%
-1,723.18
+360.47%
-374.22
+90.69%
-196.25
-63.58%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-1,557.00
-762.58%
234.99
-123.68%
-992.23
-229.01%
769.12
-409.49%
-248.51
-73.82%
-949.35
-32.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-270.69
+40.51%
-192.65
-60.88%
-492.40
+618.62%
-68.52
-162.90%
108.93
+85.38%
58.76
-504.68%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
833.13
+3.18%
807.49
+5.27%
767.07
-9.70%
849.51
+14.71%
740.58
+8.62%
681.81
-2.09%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
1,153.81
+37.34%
840.12
-0.22%
842.00
+7.81%
780.99
-8.07%
849.51
+14.71%
740.58
+8.62%