บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
18.00
+1.90 (+11.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เนื่องจากงานโครงการที่รับรู้รายได้ไตรมาสนี้เป็นโครงการ ที่อัตรากําไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยรายได้รวม เพิ่มขึ้น 239 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอีเอ็มเอส เกิดจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่งของการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง ไตรมาส 4 ของปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7373 out_tok=3256 at=2026-07-25T16:31:55 -->
# FORTH กำไร Q3/2564 โต 16% รับแรงหนุนธุรกิจ EMS พลิกฟื้น
## รายได้รวมโต 13% จากธุรกิจ EMS พุ่งแรง ขณะที่ธุรกิจอื่นชะลอตัว ฝ่ายบริหารชี้กำไรสุทธิเพิ่มจาก GPM ธุรกิจ EMS และ Enterprise Solutions
บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 2,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจ EMS และธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions)
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FORTH ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ **ธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS)** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ในธุรกิจ EMS และธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions)
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นของธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS)** โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 131% หรือ 410 ล้านบาท คิดเป็น 722 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้เพียง 312 ล้านบาท นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** โดยรวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 22% ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในบางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ที่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 25% และธุรกิจอีเอ็มเอสที่ GPM เพิ่มขึ้น 55% (แม้ว่าอัตรา GPM ของธุรกิจ EMS จะลดลงจาก 31% เป็น 21% แต่เป็นการปรับปรุงจากรายการพิเศษในปีก่อน) ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 16% เป็น 151 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของธุรกิจอีเอ็มเอสเกิดจากการ **ย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่ง** สำหรับการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 และส่งผลต่อเนื่องมาถึงไตรมาสนี้ สำหรับการปรับตัวดีขึ้นของ GPM ในธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ เกิดจากการที่ **โครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการในปีก่อน** ส่วนการปรับตัวของ GPM ในธุรกิจ EMS นั้น แม้ตัวเลข GPM จะลดลง แต่ฝ่ายบริหารระบุว่าเกิดจากการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน (ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าคงเหลือ) ซึ่งหากพิจารณาการดำเนินงานปกติ การเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจ EMS ก็ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจอีเอ็มเอสในไตรมาสนี้เกิดจากปัจจัยเฉพาะคือการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายเดียว ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว ส่วนธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ ที่มี GPM ดีขึ้นนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงการที่จะเข้ามาในอนาคต ขณะที่ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ยังคงเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของธุรกิจนี้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 2,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY**: ได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจอีเอ็มเอสที่เติบโต 131%
* **กำไรสุทธิ 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY**: มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นในธุรกิจอีเอ็มเอสและเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์
* **ธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) พลิกฟื้น**: รายได้พุ่ง 131% จากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายสำคัญ
* **ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions) ชะลอตัว**: รายได้ลดลง 9% แต่ GPM ปรับตัวดีขึ้น
* **ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (Smart Service) หดตัว**: รายได้ลดลง 14% จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25%**: ส่วนใหญ่มาจากการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ ค่าบำรุงรักษาระบบ และสำรองโบนัสพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัท FORTH มีรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 จำนวน 2,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีรายได้ 1,837 ล้านบาท การเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 131% เป็น 722 ล้านบาท จาก 312 ล้านบาท ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่ง ขณะที่ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ มีรายได้ลดลง 9% เป็น 597 ล้านบาท จาก 659 ล้านบาท และธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส มีรายได้ลดลง 14% เป็น 678 ล้านบาท จาก 790 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากผลกระทบของ COVID-19 ภัยแล้ง และน้ำท่วม
ในส่วนของกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY จาก 130 ล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจอีเอ็มเอสและธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอีเอ็มเอสจะลดลงจาก 31% เป็น 21% แต่ฝ่ายบริหารชี้แจงว่าเกิดจากการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน ส่วนธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 25% เนื่องจากโครงการที่รับรู้รายได้มีอัตรากำไรสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25% เป็น 259 ล้านบาท จาก 207 ล้านบาท ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ ค่าบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย และการสำรองโบนัสพนักงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 33% ตามกำไรที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ EMS**: หากสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต
* **โครงการที่มีอัตรากำไรสูงในธุรกิจ Enterprise Solutions**: หากสามารถประมูลและดำเนินโครงการที่มี GPM สูงได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนผลกำไรของธุรกิจนี้
* **การขยายตลาดตู้เต่าบิน**: แม้จะยังไม่เห็นผลในงบการเงินไตรมาสนี้ แต่การลงทุนในตู้กาแฟเต่าบินของบริษัทย่อย แสดงถึงความพยายามในการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของธุรกิจ EMS**: การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียว อาจทำให้รายได้มีความผันผวนสูงหากลูกค้ารายนั้นลดคำสั่งซื้อหรือย้ายฐานการผลิตกลับ
* **กำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแอ**: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ซึ่งเป็นธุรกิจที่พึ่งพิงกำลังซื้อระดับกลางและล่าง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร**: หากไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิในระยะยาว
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง**: มีการบันทึกรายการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านราคาขายหรือการเคลื่อนไหวของสินค้าที่อาจไม่เป็นไปตามคาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และคำสั่งซื้อในธุรกิจ EMS**: จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร**: โดยเฉพาะการตั้งหนี้สงสัยจะสูญและค่าบำรุงรักษาระบบ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส**: จะสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับกำลังซื้อที่ลดลงได้อย่างไร
* **การรับรู้รายได้และอัตรากำไรของโครงการใหม่ในธุรกิจ Enterprise Solutions**: จะสามารถรักษา GPM สูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ความคืบหน้าการลงทุนในตู้กาแฟเต่าบิน**: จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในส่วนของธุรกิจเทคโนโลยี FORTH มีการดำเนินงานที่หลากหลาย โดยธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ซึ่งเป็นการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่ง ทำให้รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงจาก 31% เป็น 21% เนื่องจากมีการบันทึกรายการพิเศษในปีก่อน ซึ่งหากพิจารณาการดำเนินงานปกติ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตย่อมส่งผลดีต่อกำไร
ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions) ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการระบบโครงข่ายและอุปกรณ์ต่างๆ มีรายได้ลดลง แต่สามารถปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นได้ จาก 19% เป็น 25% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและเลือกรับงานที่มีกำไรสูง
ธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (Smart Service) ซึ่งอาจรวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคหรือธุรกิจขนาดเล็ก เผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้รายได้หดตัวลง 14% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัว แต่การลดลงของรายได้ย่อมส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวม
การลงทุนในตู้กาแฟเต่าบินของบริษัทย่อย บ่งชี้ถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ในตลาดที่อาจมีศักยภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 8,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 15% เป็น 4,951 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 8% เป็น 3,249 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6% เป็น 5,446 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 21% เป็น 363 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นและการจ่ายเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.43:1 ลดลงเล็กน้อยจาก 2.51:1 ในสิ้นปี 2563
ในด้านกระแสเงินสด ไตรมาส 3 ปี 2564 มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 767 ล้านบาท ลดลงจาก 1,081 ล้านบาท ในปีก่อน เนื่องจากมีการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เช่น ลูกหนี้การค้า สินค้าคงคลัง กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 70 ล้านบาท เป็น 217 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนซื้อตู้กาแฟเต่าบิน กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 454 ล้านบาท เป็น 551 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวและการซื้อหุ้นคืน อัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 0.91:1 ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
## สรุปท้าย
FORTH ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของธุรกิจอีเอ็มเอสที่เข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเพิ่มรายได้และกำไร แม้ว่าธุรกิจอื่นจะเผชิญความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS และกำลังซื้อที่อ่อนแอในธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหาร รวมถึงการมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการที่ดีในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FORTH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,800.97
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น
648.14
ล้านบาท
↑ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.14
%
กำไรสุทธิ
233.43
ล้านบาท
↑ 1315.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.33
%
D/E Ratio
1.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,801
↑ + 29.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
648
↑ + 24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
233
↑ + 1315.2%
YoY
D/E Ratio
1.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FORTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.98
ROE (%)
34.96
ROA (%)
13.08
Book Value/หุ้น
3.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FORTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,234
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FORTH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,233.83
-287.14%
|
-659.31
+151.42%
|
-262.23
-129.59%
|
886.33
+20.63%
|
734.75
-39.02%
|
1,204.97
-37.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
54.34
-76.21%
|
228.40
-69.94%
|
759.73
-144.09%
|
-1,723.18
+360.47%
|
-374.22
+90.69%
|
-196.25
-63.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,557.00
-762.58%
|
234.99
-123.68%
|
-992.23
-229.01%
|
769.12
-409.49%
|
-248.51
-73.82%
|
-949.35
-32.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-270.69
+40.51%
|
-192.65
-60.88%
|
-492.40
+618.62%
|
-68.52
-162.90%
|
108.93
+85.38%
|
58.76
-504.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
833.13
+3.18%
|
807.49
+5.27%
|
767.07
-9.70%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|
681.81
-2.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,153.81
+37.34%
|
840.12
-0.22%
|
842.00
+7.81%
|
780.99
-8.07%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|