บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
18.00
+1.90 (+11.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เนื่องจากงานโครงการที่รับรู้รายได้ไตรมาสนี้เป็นโครงการ ที่อัตรากําไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยรายได้รวม เพิ่มขึ้น 239 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอีเอ็มเอส เกิดจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่งของการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง ไตรมาส 4 ของปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7551 out_tok=2883 at=2026-07-25T15:48:32 -->
# FORTH กำไร Q2/65 หาย 27% รับค่าใช้จ่ายพิเศษพุ่ง-ธุรกิจตู้เต่าบิน
## รายได้รวมโต 9% แต่กำไรสุทธิลดลง สัญญาณเตือนจากค่าใช้จ่ายหุ้นและภาษีธุรกิจตู้เต่าบิน
บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 27% มาอยู่ที่ 147 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของธุรกิจตู้เต่าบิน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ FORTH ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำ** โดยเฉพาะ **ค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (Share-based payment)** และ **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้นของธุรกิจตู้เต่าบิน** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีถึง 9%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์:** เอกสารระบุชัดเจนว่ากำไรสุทธิที่ลดลงส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายรายการนี้ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring expense) การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน
2. **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของธุรกิจตู้เต่าบิน:** การเติบโตของธุรกิจตู้เต่าบิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเอกสารระบุว่าค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้รวมเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิของธุรกิจตู้เต่าบิน นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่อง **อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิสที่ลดลง** จาก 24% เป็น 20% เนื่องจากผลกระทบของรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกันจากการขายตู้เต่าบินที่สูงขึ้นกว่าค่าเสื่อมราคาที่ทยอยรับรู้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ เนื่องจากเป็นรายการที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของธุรกิจตู้เต่าบินและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในส่วนนี้ **อาจมีแนวโน้มต่อเนื่อง** หากธุรกิจตู้เต่าบินยังคงเติบโตและมีรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกันในลักษณะเดียวกัน ซึ่งต้องติดตามผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 9%:** อยู่ที่ 2,250 ล้านบาท จาก 2,063 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิลดลง 27%:** อยู่ที่ 147 ล้านบาท จาก 202 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจ EMS เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 34% เป็น 914 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อลูกค้ารายใหญ่และการจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ขาดตลาด
* **ธุรกิจ Enterprise Solutions ชะลอตัว:** รายได้ลดลง 28% เป็น 392 ล้านบาท เนื่องจากงานโครงการต่างๆ ลดลงและยังไม่มีโครงการใหม่มูลค่าสูงเข้ามา
* **ธุรกิจ Smart Service เติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้น 13% เป็น 866 ล้านบาท โดยมีธุรกิจตู้เต่าบินเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจ EMS พุ่ง:** จาก 20% เป็น 30% จากอัตรากำไรของลูกค้ารายใหญ่ที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 27%:** ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์และหนี้สงสัยจะสูญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัท FORTH มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 2,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้ 2,063 ล้านบาท การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ที่รายได้เพิ่มขึ้น 34% และธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (Smart Service) ที่รายได้เพิ่มขึ้น 13% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรซ์ โซลูชั่นส์ (Enterprise Solutions) กลับมีรายได้ลดลง 28%
ในขณะที่กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 27% YoY จาก 202 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 147 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรคือการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ ซึ่งเป็นรายการพิเศษ และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่สูงขึ้นของธุรกิจตู้เต่าบิน
อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 24% เป็น 25% โดยได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ EMS ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากจาก 20% เป็น 30% แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงของธุรกิจ Enterprise Solutions (จาก 30% เป็น 22%) และธุรกิจ Smart Service (จาก 24% เป็น 20%)
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 22% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 27% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์และหนี้สงสัยจะสูญ ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 21% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 33%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ EMS:** การที่ลูกค้ารายใหญ่เพิ่มคำสั่งซื้อและปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาด ทำให้ธุรกิจ EMS มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของการรับจ้างผลิตและประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
* **การขยายตัวของธุรกิจตู้เต่าบิน:** แม้จะมีผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและภาษี แต่การเติบโตของรายได้ในธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส โดยมีตู้เต่าบินเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดและสร้างรายได้ในระยะยาว
* **การจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์:** การที่บริษัทสามารถจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่หาซื้อได้ยากในตลาด เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ EMS
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของคำสั่งซื้อธุรกิจ EMS:** การพึ่งพิงคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียว อาจเป็นความเสี่ยงหากคำสั่งซื้อดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การแข่งขันและต้นทุนในธุรกิจ Smart Service:** แม้ธุรกิจตู้เต่าบินจะเติบโต แต่การแข่งขันในตลาดและต้นทุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเสื่อมราคาและรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกัน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **การลดลงของรายได้โครงการในธุรกิจ Enterprise Solutions:** การที่ธุรกิจนี้พึ่งพางานโครงการที่มีมูลค่าสูง และยังไม่มีโครงการใหม่เข้ามา อาจส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้ยังคงทรงตัวหรือลดลง
* **ค่าใช้จ่ายพิเศษ:** การมีรายการค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าใช้จ่ายจากการจ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง หรือมีสัญญาณการชะลอตัวหรือไม่
* **ผลกระทบของรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกันต่ออัตรากำไรธุรกิจตู้เต่าบิน:** จะมีแนวโน้มลดลง หรือยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การหาโครงการใหม่ที่มีมูลค่าสูงในธุรกิจ Enterprise Solutions:** จะสามารถพลิกฟื้นรายได้ในส่วนนี้ได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะรายการที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตู้เต่าบิน:** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและภาษี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**รายได้:** การเติบโตของรายได้รวม 9% มาจากการผสมผสานที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ ธุรกิจ EMS แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ดีในการจัดหาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นจุดแข็งในสภาวะตลาดปัจจุบัน ในขณะที่ธุรกิจ Smart Service โดยเฉพาะตู้เต่าบิน ยังคงเติบโตได้ดี สะท้อนถึงความต้องการบริการที่สะดวกสบายของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Enterprise Solutions ยังคงเผชิญความท้าทายจากการขาดแคลนโครงการขนาดใหญ่
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ EMS ที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญ แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจอื่น โดยเฉพาะ Smart Service ที่ได้รับผลกระทบจากรายการตัดบัญชีกำไรระหว่างกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายในแต่ละธุรกิจจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
**ค่าใช้จ่าย:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่มาจากรายการพิเศษ (Share-based payment) เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิโดยตรง แม้จะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นสิ่งสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 9,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และที่ดินอาคารอุปกรณ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 11% มาอยู่ที่ 2,895 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.39:1 ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงสิ้นปี
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 535 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 141 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียนและเงินสดจ่ายภาษีเงินได้ ในขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 427 ล้านบาท จาก 114 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนซื้อตู้เต่าบิน กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเป็นบวก 240 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคาร
อัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 1:1 ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ FORTH ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจ EMS และ Smart Service แต่ถูกบั่นทอนด้วยค่าใช้จ่ายพิเศษที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำ และค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงขึ้นจากธุรกิจตู้เต่าบิน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจหลักและความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่ความเสี่ยงจากรายการพิเศษ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความไม่แน่นอนของโครงการใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FORTH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,800.97
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น
648.14
ล้านบาท
↑ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.14
%
กำไรสุทธิ
233.43
ล้านบาท
↑ 1315.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.33
%
D/E Ratio
1.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,801
↑ + 29.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
648
↑ + 24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
233
↑ + 1315.2%
YoY
D/E Ratio
1.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FORTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.98
ROE (%)
34.96
ROA (%)
13.08
Book Value/หุ้น
3.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FORTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,234
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FORTH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,233.83
-287.14%
|
-659.31
+151.42%
|
-262.23
-129.59%
|
886.33
+20.63%
|
734.75
-39.02%
|
1,204.97
-37.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
54.34
-76.21%
|
228.40
-69.94%
|
759.73
-144.09%
|
-1,723.18
+360.47%
|
-374.22
+90.69%
|
-196.25
-63.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,557.00
-762.58%
|
234.99
-123.68%
|
-992.23
-229.01%
|
769.12
-409.49%
|
-248.51
-73.82%
|
-949.35
-32.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-270.69
+40.51%
|
-192.65
-60.88%
|
-492.40
+618.62%
|
-68.52
-162.90%
|
108.93
+85.38%
|
58.76
-504.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
833.13
+3.18%
|
807.49
+5.27%
|
767.07
-9.70%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|
681.81
-2.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,153.81
+37.34%
|
840.12
-0.22%
|
842.00
+7.81%
|
780.99
-8.07%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|