บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
18.00
+1.90 (+11.80%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เนื่องจากงานโครงการที่รับรู้รายได้ไตรมาสนี้เป็นโครงการ ที่อัตรากําไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการที่รับรู้รายได้ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยรายได้รวม เพิ่มขึ้น 239 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจอีเอ็มเอส เกิดจากการย้ายฐานการผลิตของลูกค้ารายหนึ่งของการรับจ้างผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง ไตรมาส 4 ของปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6784 out_tok=2660 at=2026-07-25T15:52:24 -->
# FORTH กำไร Q1/2566 ลดลง 5% รับรายได้โต แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมโต 20% จากธุรกิจ EMS และ Smart Service แต่กำไรสุทธิหด เหตุต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่ม
บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) และธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (Smart Service) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 5% มาอยู่ที่ 225 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจ EMS และ Smart Service** ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 20% อย่างไรก็ตาม **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้าคงค้าง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** เป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ธุรกิจ EMS เพิ่มขึ้น 30%** จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายใหญ่ในการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์
* **รายได้ธุรกิจ Smart Service เพิ่มขึ้น 33%** โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจตู้เต่าบิน
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจ EMS ลดลง** จาก 22% เป็น 19% เนื่องจากมีการปรับลดราคาทุนสินค้าคงคลังให้เป็นมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ และการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงาน
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจ Enterprise Solutions ลดลง** จาก 24% เป็น 20% เนื่องจากงานโครงการที่รับรู้ในไตรมาสนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปีก่อน แม้รายได้จะลดลง 15%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 58%** จากค่านายหน้าธุรกิจ EMS และค่าส่งเสริมการขายธุรกิจตู้เต่าบิน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14%** จากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงาน และค่าธรรมเนียมวิชาชีพสำหรับการจดสิทธิบัตรตู้เต่าบิน
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 81%** จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ย
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 76%** ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของรายการผลแตกต่างชั่วคราวของภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงในไตรมาสนี้มีทั้งส่วนที่เป็นลักษณะครั้งคราว เช่น การปรับลดราคาทุนสินค้าคงคลัง และการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจตู้เต่าบินและการลงทุนในโรงงานใหม่ รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะยาว อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต จึงยังต้องติดตามผลประกอบการในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566 เติบโต 20% YoY** แตะ 2,613 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจ EMS และ Smart Service
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 ลดลง 5% YoY** อยู่ที่ 225 ล้านบาท จากแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย
* **ธุรกิจ EMS รายได้โต 30%** จากคำสั่งซื้อลูกค้ารายใหญ่ แต่ GPM ลดลงจาก 22% เป็น 19%
* **ธุรกิจ Smart Service รายได้โต 33%** โดยมีตู้เต่าบินเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก GPM ทรงตัวที่ 29%
* **ธุรกิจ Enterprise Solutions รายได้หด 15%** และ GPM ลดลงจาก 24% เป็น 20%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 58%** และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 14%
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัท FORTH มีรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 2,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 440 ล้านบาท หรือ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจอีเอ็มเอส (EMS) ที่เติบโต 30% และธุรกิจสมาร์ท เซอร์วิส (Smart Service) ที่เติบโต 33% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 225 ล้านบาท ลดลง 11 ล้านบาท หรือ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้า, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าใช้จ่ายในการบริหาร, ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ EMS:** การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ในการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในธุรกิจนี้
* **การขยายตัวของธุรกิจ Smart Service:** โดยเฉพาะธุรกิจตู้เต่าบินที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดและฐานลูกค้า
* **การลงทุนในโรงงานใหม่:** การก่อสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง:** การปรับลดราคาทุนสินค้าคงคลังให้เป็นมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในธุรกิจ Enterprise Solutions:** งานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจมีแนวโน้มลดลง และโครงการที่รับรู้มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่าย:** การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงานส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS และผลกระทบต่ออัตรากำไร
* การเติบโตของธุรกิจตู้เต่าบิน และความสามารถในการควบคุมต้นทุนส่งเสริมการขาย
* ความคืบหน้าของโครงการ Enterprise Solutions ที่อยู่ระหว่างดำเนินงานขั้นตอนสุดท้าย
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อค่าใช้จ่ายทางการเงิน
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
**ธุรกิจ EMS:** แม้รายได้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ แต่การปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นจาก 22% เป็น 19% เป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการปรับลดราคาทุนสินค้าคงคลังและการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การปันส่วนค่าใช้จ่ายโรงงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น
**ธุรกิจ Smart Service:** การเติบโตของรายได้ 33% โดยมีตู้เต่าบินเป็นแรงขับเคลื่อนหลักเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 58% ส่วนหนึ่งมาจากค่าส่งเสริมการขายของตู้เต่าบิน ซึ่งต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว อัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวที่ 29% ถือว่ายังแข็งแกร่ง
**ธุรกิจ Enterprise Solutions:** รายได้ที่ลดลง 15% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 24% เป็น 20% บ่งชี้ถึงความท้าทายในธุรกิจนี้ โดยเฉพาะงานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ลดลง การที่โครงการสำคัญอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้าย อาจส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้ฟื้นตัวได้ในอนาคต แต่ต้องจับตาแนวโน้มการรับงานใหม่ๆ
**R&D และ Product Mix:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย R&D โดยตรง แต่การกล่าวถึงการจดสิทธิบัตรตู้เต่าบินบ่งชี้ถึงความพยายามในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลง Product Mix ไปสู่ธุรกิจ EMS และ Smart Service ที่เติบโตสูง เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ แต่ต้องบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรให้มีประสิทธิภาพ
**ลูกค้าหลัก:** การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจ EMS เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนรายได้ แต่ก็เป็นความเสี่ยงหากคำสั่งซื้อมีการเปลี่ยนแปลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 11,843 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนตู้เต่าบินและต้นทุนงานก่อสร้างโรงงานใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อรองรับการลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 3,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 2.49:1 เป็น 2.37:1 ซึ่งแสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 184 ล้านบาท เป็น 418 ล้านบาท เนื่องจากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 303 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตู้เต่าบินและโรงงานใหม่ กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 233 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาว
อัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 0.94:1 ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ทรงตัว
## สรุปท้าย
FORTH ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจ EMS และ Smart Service ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การลงทุนในตู้เต่าบินและโรงงานใหม่สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต แต่การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรให้มีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FORTH ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,800.97
ล้านบาท
↑ 29.6% YoY
กำไรขั้นต้น
648.14
ล้านบาท
↑ 24.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.14
%
กำไรสุทธิ
233.43
ล้านบาท
↑ 1315.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.33
%
D/E Ratio
1.98
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,801
↑ + 29.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
648
↑ + 24.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
233
↑ + 1315.2%
YoY
D/E Ratio
1.98
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FORTH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.98
ROE (%)
34.96
ROA (%)
13.08
Book Value/หุ้น
3.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FORTH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+1,234
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+54
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FORTH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
1,233.83
-287.14%
|
-659.31
+151.42%
|
-262.23
-129.59%
|
886.33
+20.63%
|
734.75
-39.02%
|
1,204.97
-37.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
54.34
-76.21%
|
228.40
-69.94%
|
759.73
-144.09%
|
-1,723.18
+360.47%
|
-374.22
+90.69%
|
-196.25
-63.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-1,557.00
-762.58%
|
234.99
-123.68%
|
-992.23
-229.01%
|
769.12
-409.49%
|
-248.51
-73.82%
|
-949.35
-32.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-270.69
+40.51%
|
-192.65
-60.88%
|
-492.40
+618.62%
|
-68.52
-162.90%
|
108.93
+85.38%
|
58.76
-504.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
833.13
+3.18%
|
807.49
+5.27%
|
767.07
-9.70%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|
681.81
-2.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,153.81
+37.34%
|
840.12
-0.22%
|
842.00
+7.81%
|
780.99
-8.07%
|
849.51
+14.71%
|
740.58
+8.62%
|