บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.98
0.02 (0.67%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้นจํานวน 759.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.20 YoY
ส่วนงานกลุ่มธุรกิจไบโอดีเซล ส่วนงานผลิตและจําหน่ายน้ํามันไบโอดีเซล รายได้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.59 เนื่องจากราคาจําหน่ายโดยเฉลี่ยในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนร้อยละ 44.79 เป็นผลจากการปรับตัวของราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นเนื่องมาจากการส่งเสริมให้น้ํามันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล (B100) ในสัดส่วน 109% หรือ B10 เป็นน้ํามันดีเซลพื้นฐานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็น ต้นมา
เป็นการเพิ่มอุปสงค์ของน้ํามันปาล์ม ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ํามันในประเทศเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าปริมาณการใช้น้ํามันจะลดลงเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19
งานผลิตและจําหน่ายกระแสไฟฟ้า รายได้ ลดลงจํานวน 17.75 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 0.68 YoY แม้ว่าโรงไฟฟ้าพลังงานลมสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากความเร็วลมที่สูงขึ้นจากช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อน หากแต่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ลดลงเนื่องมาจากความ เข้มของแสงที่ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้ในส่วนงานผลิตและจําหน่ายกระแสไฟฟ้าลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15327 out_tok=3088 at=2026-07-25T14:05:07 -->
EA กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 15.46% รับอานิสงส์ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า-ขนส่งมวลชนโตแรง
รายได้รวมโต 68.51% จากการรุกตลาด EV และแบตเตอรี่ ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลเผชิญแรงกดดันจากนโยบายภาครัฐและราคาวัตถุดิบ
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 2,172.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจขนส่งมวลชน รวมถึงผลประกอบการที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ EA ในไตรมาส 4 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจขนส่งมวลชน** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประกอบกับการ **ขยายตัวของธุรกิจแบตเตอรี่** ที่เริ่มมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตถึง 68.51%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและขนส่งมวลชนมาจาก **การจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า** ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปี 2565 จำนวน 1,160 คัน และ **การโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer)** ของกลุ่มธุรกิจเรือไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจให้บริการรถยนต์โดยสารประจำทางของบริษัท สมาร์ทบัส จำกัด ให้แก่บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้ในส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
สำหรับธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน บริษัทฯ ได้เริ่มผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ประกอบยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปี 2565 และคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตได้เต็มที่ในปี 2566 เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไบโอดีเซลเผชิญกับแรงกดดัน โดยรายได้ลดลง 41.35% ในไตรมาส 4 และ 9.77% ในงวดปี 2565 สาเหตุหลักมาจาก **นโยบายของภาครัฐที่ปรับลดอัตราการผสมน้ำมันไบโอดีเซล** ลงเหลือเพียง B5 และ B7 เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ประกอบกับ **ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวลดลง** ส่งผลให้ราคาขายน้ำมันไบโอดีเซลลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่เป็น 2 กิกะวัตต์ชั่วโมงในปี 2566 และ 4 กิกะวัตต์ชั่วโมงในปี 2567 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่นในอนาคต นอกจากนี้ การพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และรถไฟฟ้าระบบแบตเตอรี่ ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแผงโซล่าเซลล์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้า FT
สำหรับธุรกิจไบโอดีเซล แนวโน้มยังคงต้องติดตามนโยบายภาครัฐและราคาวัตถุดิบ แต่บริษัทฯ ได้มีการต่อยอดโดยการผลิต Green Diesel และ Bio-PCM ซึ่งมีตลาดหลักในยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน ซึ่งอาจเป็นส่วนช่วยชดเชยรายได้จากธุรกิจไบโอดีเซลแบบดั้งเดิมได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 เติบโต 15.46% YoY** มาอยู่ที่ 2,172.25 ล้านบาท และ **งวดปี 2565 เติบโต 24.66% YoY** มาอยู่ที่ 7,604.29 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q4/2565 พุ่ง 68.51% YoY** แตะ 9,669.38 ล้านบาท และ **งวดปี 2565 เติบโต 33.99% YoY** แตะ 27,546.81 ล้านบาท
* **ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและขนส่งมวลชน** เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าและการโอนกิจการกลุ่มธุรกิจเรือไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทาง
* **ธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน** เริ่มมีรายได้เข้ามาจากการผลิตเพื่อใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าของกลุ่ม และมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจไบโอดีเซล** รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากนโยบายภาครัฐที่ลดอัตราการผสมไบโอดีเซลและราคาวัตถุดิบที่ลดลง
* **ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์** รายได้เติบโตจากการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าและอัตราค่าไฟฟ้า FT ที่ปรับสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่ 4 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 จำนวน 2,172.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสำหรับงวดปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีกำไรสุทธิ 7,604.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวมสำหรับไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้น 68.51% เป็น 9,669.38 ล้านบาท และสำหรับงวดปีเพิ่มขึ้น 33.99% เป็น 27,546.81 ล้านบาท การเติบโตของรายได้และกำไรส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า ขนส่งมวลชน และแบตเตอรี่ ในขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลมีรายได้ลดลง
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV):** การขยายตัวของตลาด EV ในประเทศและภูมิภาค รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
* **การขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่:** การเพิ่มกำลังการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจะช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และสามารถขยายตลาดไปยังผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ ได้
* **การพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Stations):** การขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า ทั้งสำหรับยานยนต์ทั่วไป เชิงพาณิชย์ และรถไฟฟ้าระบบแบตเตอรี่ จะสร้างรายได้และสนับสนุนระบบนิเวศ EV ของบริษัทฯ
* **โครงการ Green Diesel และ Bio-PCM:** การต่อยอดผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันสู่ Green Diesel และ Bio-PCM ซึ่งมีตลาดในต่างประเทศ เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายความเสี่ยง
* **การลงทุนในต่างประเทศ:** การร่วมทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและระบบนิเวศ EV ในประเทศมาเลเซีย เป็นการขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาค
## ความเสี่ยง
* **นโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอัตราการผสมไบโอดีเซล หรือนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตไบโอดีเซล อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาขาย
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม EV:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ความล่าช้าในการดำเนินโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือขยายกำลังการผลิตโรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้
* **อัตราดอกเบี้ย:** การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และการรับคำสั่งซื้อจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายนอก
* การเติบโตของรายได้จากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและบริการขนส่งมวลชน รวมถึงการรับรู้รายได้จากการโอนกิจการ
* ผลการดำเนินงานของโครงการ Green Diesel และ Bio-PCM และการขยายตลาดในต่างประเทศ
* ความคืบหน้าในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และรถไฟฟ้าระบบแบตเตอรี่
* การดำเนินงานตามแผนการลงทุนในประเทศมาเลเซีย และผลตอบรับจากตลาด
* แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบ และนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไบโอดีเซล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ธุรกิจไบโอดีเซล:** รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปริมาณการขายที่ลดลง 34.70% ในไตรมาส 4 และ 30.86% ในงวดปี 2565 เนื่องจากนโยบายภาครัฐที่ลดอัตราการผสมไบโอดีเซล ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 27.98% ในไตรมาส 4 แม้ว่าราคาขายกลีเซอรีนจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณการขายลดลง ทำให้รายได้รวมในส่วนนี้ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปริมาณที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาขายจะลดลง และธุรกิจ Green Diesel เริ่มมีรายได้เข้ามา
* **ธุรกิจไฟฟ้า:** รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น 12.90% ในไตรมาส 4 และ 10.90% ในงวดปี 2565 จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแผงโซล่าเซลล์ และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นจากอัตรา FT ที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมลดลง 1.12% ในไตรมาส 4 และ 8.39% ในงวดปี 2565 เนื่องจากกระแสลมที่ลดลง แม้ราคาขายเฉลี่ยจะสูงขึ้น
* **ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและขนส่งมวลชน:** เป็นดาวเด่นของกลุ่ม โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าและการโอนกิจการกลุ่มธุรกิจเรือไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทาง
* **ธุรกิจแบตเตอรี่:** เริ่มสร้างรายได้จากการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเพื่อใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าของกลุ่ม และมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจอื่น:** รายได้จากการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการขยายธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 103,364.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17,888.09 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการขายยานยนต์ไฟฟ้าและสัญญาเช่าเงินทุน สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้า เงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ลดลงจากการจัดประเภทสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนถือไว้เพื่อขาย
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 11,685.46 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นและการออกหุ้นกู้ใหม่ เพื่อรองรับการขยายโรงงานแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6,202.64 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในปี 2565
## สรุปท้าย
EA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 15.46% และรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 68.51% แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและขนส่งมวลชนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจแบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไบโอดีเซลยังคงเผชิญความท้าทายจากนโยบายภาครัฐและราคาวัตถุดิบ บริษัทฯ มีแผนขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่และสถานีอัดประจุไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านนโยบายภาครัฐ การแข่งขัน และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
3,132.93
ล้านบาท
↓ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
-610.97
ล้านบาท
↓ 65.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-19.50
%
กำไรสุทธิ
-6,408.12
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-204.54
%
D/E Ratio
1.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,133
↓ -24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-611
↓ -65.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6,408
↓ -1.1%
YoY
D/E Ratio
1.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.63
ROE (%)
-15.03
ROA (%)
-4.21
Book Value/หุ้น
4.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-4,832
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,720
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-4,832.42
+36.12%
|
-3,550.04
-164.55%
|
5,499.75
-190.25%
|
-6,093.99
+4.02%
|
-5,858.37
-391.06%
|
2,012.80
-28.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,719.63
+5.00%
|
2,590.23
-75.04%
|
10,379.12
+31.30%
|
7,904.72
+245.84%
|
2,285.67
-203.48%
|
-2,208.87
+8.93%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,615.61
-213.23%
|
2,309.92
-109.18%
|
-25,153.61
+970.81%
|
-2,349.02
-496.66%
|
592.20
-218.36%
|
-500.35
-171.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-4,728.40
-450.22%
|
1,350.12
-114.56%
|
-9,274.74
+1,623.00%
|
-538.29
-81.94%
|
-2,980.49
+327.98%
|
-696.41
-146.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
382.75
-84.46%
|
2,463.73
-23.27%
|
3,210.73
+9.69%
|
2,926.97
-0.80%
|
2,950.67
-70.58%
|
10,028.95
+83.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
915.35
+139.15%
|
382.75
-84.46%
|
2,463.73
-23.27%
|
3,210.73
+9.69%
|
2,926.97
-0.80%
|
2,950.67
-70.58%
|