ช่าวหุ้น CREDIT
เดือนนี้ / เดือนก่อน
ปีนี้ / ปีก่อน
-
mitihoon
CGSI : Macro & Mr. Market – “Gold is Money … Everything else is Credit” 23/01/69
มิติหุ้น – Multi Asset (YTD): Gold (+14.6% YTD), Japan Equities (+6.6%), EM Equities (+6.5%) SET Index (+4.1% YTD) นำโดย PETRO (+17.6% YTD), PKG (+12.5%), ETRON (+11.7%) สัปดาห์หน้าติดตาม 1) FOMC 2) EU-India Summit 3) ผลประกอบการณ์ Magnificent 7
-
mitihoon
Mitihoon – Thai Credit Bank Public Company Limited (CREDIT) announced its performance results for the year 2025 with the record-high net profit of 4,016.3 million Baht, representing an increase of 10.8 percent compared to the previous year. In 4Q/2025, Thai Credit Bank recorded a net profit of 1,174.6 million Baht, marking a continued increase of 15.9 percent from the previous quarter. The key driver were the loan growth, an increase in other operating income which was an accrued income from FIDF compensation and a significant reduction in expected credit losses (ECL) due to the improvement of borrowers’ ability to repay debts and better loan quality. For the full year, earnings per share stood at 3.25 Baht and 0.95 Baht for 4Q/2025 earnings, reflecting the Bank’s strong business model and effective risk management amidst ongoing economic challenges. The key driver of growth for the full year of 2025 was the loan growth which increased by 18,707.0 million Baht or 11.5 percent from the previous year, resulting in total loan outstanding of 181,865.6 million Baht, in line with the Bank’s target. Accordingly, Thai Credit Bank continued to maintain strong growth in its core business segments, especially Micro SME (MSME) business loans which grew by 13.1 percent, mortgage-backed loans which increased by 10.6 percent, and personal loans which recorded a significant growth of 41.6 percent. This reflects the Bank’s ability to expand its loan portfolio in a quality-focused and balanced manner. Meanwhile, through proactive risk management and continuous enhancement of asset quality, Thai Credit Bank successfully reduced ECL by 22.3 percent compared to the previous year. This achievement resulted from proactive credit risk management and the effectiveness of ongoing debtor support measures, such as the “You Fight, We Help” program, which played a significant role in clearly improving the Bank’s asset quality. The gross non-performing loan (NPLs) ratio stood at 4.2 percent. Although the net interest margin (NIM) slightly declined from the previous year, the Bank was able to maintain a high level at 7.5 percent, reflecting its effective management of revenue structure and funding costs. Furthermore, the return on equity (ROE) in Q4/2025 remained high compared to the industry average at 18.27 percent.
-
mitihoon
มิติหุ้น – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) (CREDIT) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 โดยสามารถสร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ ประกอบกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผลประกอบการปี 2568 มีกำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 0.95 บาทในไตรมาส 4 ปี 2568 และ 3.25 บาท สำหรับทั้งปี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตในช่วงปี 2568 มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรวม จำนวน 18,707.0 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.5% ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารอยู่ที่ 181,865.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตของธนาคาร ทั้งนี้ ธนาคารยังคงรักษาการเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME ที่ขยายตัว 13.1% สินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้น 10.6% และสินเชื่อบุคคลที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 41.6% สะท้อนถึงความสามารถในการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและสมดุล ขณะเดียวกัน ด้วยการบริหารความเสี่ยงและการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ธนาคารสามารถลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ได้ถึง 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและประสิทธิภาพของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (Gross NPLs Ratio) อยู่ที่ระดับ 4.2% ทั้งนี้ แม้อัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) จะปรับลดลงจากปีก่อน แต่ธนาคารยังสามารถรักษาระดับให้อยู่ในเกณฑ์สูงได้ที่ 7.5% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารโครงสร้างรายได้และต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กำไรสุทธิต่อส่วนของเจ้าของ (ROE) ในไตรมาส 4 ปี 2568 ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 18.27%
-
mitihoon
CREDIT กำไรปี 2568 แตะ 4,016 ลบ. 21/01/69
มิติหุ้น – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 4,016.3 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน โดยไตรมาส 4/68 มีกำไรสุทธิ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ รายได้อื่นเพิ่ม และการตั้งสำรอง ECL ลดลง 22.3% สะท้อนคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น ทั้งปีสินเชื่อรวมขยายตัว 11.5% แตะ 181,865.6 ล้านบาท นำโดยสินเชื่อ Micro SME +13.1%, สินเชื่อบ้าน +10.6% และสินเชื่อบุคคลโตเด่น 41.6% ขณะที่ NPL อยู่ที่ 4.2%, NIM 7.5% และ ROE ไตรมาส 4 ที่ 18.27% ธนาคารตั้งเป้ารักษาการเติบโตสินเชื่อระดับเลขสองหลักต่อเนื่อง และคุม NPL ต่ำกว่า 4.5% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ ESG ควบคู่การเติบโต
-
fin
-
kaohoon
CREDIT กวาดกำไรปี 68 โตนิวไฮแตะ 4 พันล้าน หลังขาดทุนเครดิตลด-สินเชื่อขยายตัว 21/01/69
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิเติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 22.3 สะท้อนถึงการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดปี 2568 ธนาคารได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อเร่งการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้และป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ปรับสถานะเป็น Stage 2 และ Stage 3 ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.2 ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage ratio) อยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 158.4 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 148.6 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 1,013.5 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 386.5 ล้านบาท จากการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ และผลจากการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังมีรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 66.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ค้างรับเงินชดเชยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการดังกล่าว
-
thunhoon
CREDIT กำไรสุทธิปี 2568 แตะ 4,016.3 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 10.8% 21/01/69
#ทันหุ้น #2026 #SET #CREDIT กำไรสุทธิปี 2568 แตะ 4,016.3 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 10.8% ธนาคารไทยเครดิตโชว์ผลงานแกร่ง ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016 ลบ. ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ตอกย้ำการเติบโตอย่างสมดุลและแข็งแกร่ง ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) (CREDIT) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 โดยสามารถสร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ ประกอบกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
-
set
-
set
-
set
-
mitihoon
CGSI : Macro & Mr. Market – “Gold is Money … Everything else is Credit” 23/01/69
มิติหุ้น – Multi Asset (YTD): Gold (+14.6% YTD), Japan Equities (+6.6%), EM Equities (+6.5%) SET Index (+4.1% YTD) นำโดย PETRO (+17.6% YTD), PKG (+12.5%), ETRON (+11.7%) สัปดาห์หน้าติดตาม 1) FOMC 2) EU-India Summit 3) ผลประกอบการณ์ Magnificent 7
-
mitihoon
Mitihoon – Thai Credit Bank Public Company Limited (CREDIT) announced its performance results for the year 2025 with the record-high net profit of 4,016.3 million Baht, representing an increase of 10.8 percent compared to the previous year. In 4Q/2025, Thai Credit Bank recorded a net profit of 1,174.6 million Baht, marking a continued increase of 15.9 percent from the previous quarter. The key driver were the loan growth, an increase in other operating income which was an accrued income from FIDF compensation and a significant reduction in expected credit losses (ECL) due to the improvement of borrowers’ ability to repay debts and better loan quality. For the full year, earnings per share stood at 3.25 Baht and 0.95 Baht for 4Q/2025 earnings, reflecting the Bank’s strong business model and effective risk management amidst ongoing economic challenges. The key driver of growth for the full year of 2025 was the loan growth which increased by 18,707.0 million Baht or 11.5 percent from the previous year, resulting in total loan outstanding of 181,865.6 million Baht, in line with the Bank’s target. Accordingly, Thai Credit Bank continued to maintain strong growth in its core business segments, especially Micro SME (MSME) business loans which grew by 13.1 percent, mortgage-backed loans which increased by 10.6 percent, and personal loans which recorded a significant growth of 41.6 percent. This reflects the Bank’s ability to expand its loan portfolio in a quality-focused and balanced manner. Meanwhile, through proactive risk management and continuous enhancement of asset quality, Thai Credit Bank successfully reduced ECL by 22.3 percent compared to the previous year. This achievement resulted from proactive credit risk management and the effectiveness of ongoing debtor support measures, such as the “You Fight, We Help” program, which played a significant role in clearly improving the Bank’s asset quality. The gross non-performing loan (NPLs) ratio stood at 4.2 percent. Although the net interest margin (NIM) slightly declined from the previous year, the Bank was able to maintain a high level at 7.5 percent, reflecting its effective management of revenue structure and funding costs. Furthermore, the return on equity (ROE) in Q4/2025 remained high compared to the industry average at 18.27 percent.
-
mitihoon
มิติหุ้น – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) (CREDIT) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 โดยสามารถสร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ ประกอบกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ผลประกอบการปี 2568 มีกำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 0.95 บาทในไตรมาส 4 ปี 2568 และ 3.25 บาท สำหรับทั้งปี สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตในช่วงปี 2568 มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรวม จำนวน 18,707.0 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.5% ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารอยู่ที่ 181,865.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตของธนาคาร ทั้งนี้ ธนาคารยังคงรักษาการเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME ที่ขยายตัว 13.1% สินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้น 10.6% และสินเชื่อบุคคลที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 41.6% สะท้อนถึงความสามารถในการขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและสมดุล ขณะเดียวกัน ด้วยการบริหารความเสี่ยงและการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ธนาคารสามารถลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ได้ถึง 22.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและประสิทธิภาพของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (Gross NPLs Ratio) อยู่ที่ระดับ 4.2% ทั้งนี้ แม้อัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) จะปรับลดลงจากปีก่อน แต่ธนาคารยังสามารถรักษาระดับให้อยู่ในเกณฑ์สูงได้ที่ 7.5% สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารโครงสร้างรายได้และต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้กำไรสุทธิต่อส่วนของเจ้าของ (ROE) ในไตรมาส 4 ปี 2568 ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 18.27%
-
mitihoon
CREDIT กำไรปี 2568 แตะ 4,016 ลบ. 21/01/69
มิติหุ้น – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 4,016.3 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน โดยไตรมาส 4/68 มีกำไรสุทธิ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ รายได้อื่นเพิ่ม และการตั้งสำรอง ECL ลดลง 22.3% สะท้อนคุณภาพลูกหนี้ที่ดีขึ้น ทั้งปีสินเชื่อรวมขยายตัว 11.5% แตะ 181,865.6 ล้านบาท นำโดยสินเชื่อ Micro SME +13.1%, สินเชื่อบ้าน +10.6% และสินเชื่อบุคคลโตเด่น 41.6% ขณะที่ NPL อยู่ที่ 4.2%, NIM 7.5% และ ROE ไตรมาส 4 ที่ 18.27% ธนาคารตั้งเป้ารักษาการเติบโตสินเชื่อระดับเลขสองหลักต่อเนื่อง และคุม NPL ต่ำกว่า 4.5% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ ESG ควบคู่การเติบโต
-
fin
-
kaohoon
CREDIT กวาดกำไรปี 68 โตนิวไฮแตะ 4 พันล้าน หลังขาดทุนเครดิตลด-สินเชื่อขยายตัว 21/01/69
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิเติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 22.3 สะท้อนถึงการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดปี 2568 ธนาคารได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อเร่งการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้และป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ปรับสถานะเป็น Stage 2 และ Stage 3 ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้และคุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs ratio) ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.2 ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage ratio) อยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 158.4 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 148.6 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 1,013.5 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 386.5 ล้านบาท จากการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ และผลจากการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังมีรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 66.2 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้ค้างรับเงินชดเชยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการดังกล่าว
-
thunhoon
CREDIT กำไรสุทธิปี 2568 แตะ 4,016.3 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 10.8% 21/01/69
#ทันหุ้น #2026 #SET #CREDIT กำไรสุทธิปี 2568 แตะ 4,016.3 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้น 10.8% ธนาคารไทยเครดิตโชว์ผลงานแกร่ง ทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016 ลบ. ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ตอกย้ำการเติบโตอย่างสมดุลและแข็งแกร่ง ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) (CREDIT) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 โดยสามารถสร้างสถิติกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,174.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 15.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ ประกอบกับรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
แจ้งการลาออกกรรมการ 20/01/69
-
set
-
set
-
set
-
set
-
hoonsmart
CREDIT โชว์ปี 68 โมเดลธุรกิจแข็งแกร่ง ปรับตัว-รับมือเศรษฐกิจผันผวน 26/12/68
HoonSmart.com>>ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) โชว์ศักยภาพปี 68 เป็นปีแห่งการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนทางการเงินของลูกค้าทุกกลุ่ม ภายใต้ปรัชญา “Everyone Matters” การดำเนินงานตลอดทั้งปีเห็นถึงความสามารถรปรับตัวและรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ควบคู่รักษาเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในปีถัดไป ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่สำคัญสำหรับภาคการเงินการธนาคารไทย ท่ามกลางปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและกดดันรอบด้าน แต่สำหรับ “ธนาคารไทยเครดิต” หรือ CREDIT ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการปรับตัว ผ่านการขับเคลื่อนองค์กรอย่างสมดุลด้วยความระมัดระวัง ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อเคียงข้างและสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไปได้ ภาพรวมผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการ จากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิสะสมอยู่ที่ 2,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นที่ร้อยละ 16.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยความสำเร็จของการดำเนินงานในปีนี้ เกิดจากความสามารถในการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของเงินให้สินเชื่อและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์
-
thunhoon
ธปท.ผนึกคลัง-สมาคมแบงก์ เปิดตัว “SMEs Credit Boost” ค้ำเงินกู้สูง 150 ล. 26/12/68
#ทันหุ้น ธปท.ผนึกคลัง-สมาคมแบงก์ เปิดตัว “SME Credit Boost” กลไกค้ำสินเชื่อรูปแบบใหม่สูงถึง 150 ล้าน คาดหนุนสินเชื่อในระบบถึง 1 แสนล้านบาทใน 2 ปี แก้ปัญหาสินเชื่อติดลบเรื้อรัง 13 ไตรมาส เริ่ม 15 ม.ค.69 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า ธปท.ได้ ร่วมกับกระทรวงการคลัง สมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ เปิดตัวโครงการ “SMEs Credit Boost” ซึ่งเป็นกลไกการค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ เพื่อเร่งฟื้นฟูการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เขากล่าวว่า วิกฤตสินเชื่อ SMEs ติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาส จากข้อมูลล่าสุดพบว่า สถานการณ์สินเชื่อ SMEsในปัจจุบันอยู่ในภาวะน่ากังวล โดยมีการหดตัวหรือติดลบต่อเนื่องกันยาวนานถึง 13 ไตรมาส ซึ่งธปท.ไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปได้ เนื่องจาก SMEs คือฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีสัดส่วนในการจ้างงานสูงถึง 70% และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจคิดเป็น 35% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
-
kaohoon
ดีเดย์ 15 ม.ค. 69 เปิด “SMEs Credit Boost” คลัง–ธปท.–แบงก์พาณิชย์ ผนึกค้ำสินเชื่อใหม่ 26/12/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ธ.ค.68) กระทรวงการคลัง ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เดินหน้า “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ : SMEs Credit Boost” มีกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อใหม่แก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) หลังสินเชื่อธุรกิจหดตัวต่อเนื่อง และติดลบติดต่อกันถึง 13 ไตรมาส ทั้งนี้ สินเชื่อธุรกิจที่ชะลอตัวเป็นผลจากทั้งความต้องการสินเชื่อที่ลดลง และความระมัดระวังของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อ จากต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (credit cost) ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การขยายตัวของสินเชื่อไม่สอดคล้องกับความจำเป็นในการประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงที่การเติบโตอยู่ในระดับต่ำ โครงการ SMEs Credit Boost เป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ “สินเชื่อใหม่” ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้แก่ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
-
mitihoon
#CREDIT เช่าพื้นที่ RS Tower 3 ปี 25/12/68
มิติหุ้น – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ธนาคารได้เข้าทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์กับ บริษัท วี.วรรณ แอสเสท จำกัด ซึ่งถือเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกัน ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี และเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ โดยรายการดังกล่าวเป็นการเช่าพื้นที่บน ชั้น 26 อาคารอาร์เอส ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พื้นที่รวม 1,204.40 ตารางเมตร ระยะเวลาเช่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 อัตราค่าเช่าและค่าบริการประมาณ 600 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน รวมมูลค่าตลอดอายุสัญญาประมาณ 26.20 ล้านบาท
-
kaohoon
CREDIT ลงทุนเช่า “อาร์เอส ทาวเวอร์” 3 ปี รองรับงานเต็มรูปแบบ 25/12/68
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ธนาคารได้เข้าทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์กับบริษัท วี.วรรณ แอสเสท จำกัด ซึ่งถือเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกัน ตามหลักเกณฑ์รายการเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี ภายใต้ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.21/2551 และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2546 โดยธุรกรรมดังกล่าวยังเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.20/2551 และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2547 ซึ่งเมื่อคำนวณตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน มีขนาดรายการไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าสินทรัพย์รวมของธนาคาร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 รายการเช่าดังกล่าวเป็นการเช่าห้องชุดเลขที่ 121/78–78 บนพื้นที่รวม 1,204.40 ตารางเมตร ตั้งอยู่ที่ชั้น 26 โซน A–B อาคารอาร์เอส ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดระยะเวลาการเช่า 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 ในอัตราค่าเช่าและค่าบริการ 600 บาทต่อตารางเมตร (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม) คิดเป็น 722,640 บาทต่อเดือน หรือ 8,671,680 บาทต่อปี รวมมูลค่าค่าเช่าและค่าบริการตลอดอายุสัญญา 3 ปี เป็นจำนวน 26,015,040 บาท พร้อมเงินประกันการเช่า 180,660 บาท ส่งผลให้มูลค่ารวมของรายการเช่าอยู่ที่ 26,195,700 บาท หรือ 26.20 ล้านบาท (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งคิดเป็นขนาดรายการเกี่ยวโยงร้อยละ 0.109 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของธนาคาร ตามงบการเงินรวมสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ผ่านการสอบทานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
-
set
-
kaohoon
CREDIT ย้ำพอร์ตสินเชื่อปีนี้แตะ 1.8 แสนล้าน ดันรายได้โตกว่า 10% คุม NPL ต่ำ 4.5% 25/12/68
นางสาวรตินันทน์ วงศ์วัชรานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2568 ธนาคารยังคงเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อรวมไว้ที่ระดับ 180,000 ล้านบาท ช่วยดันรายได้เติบโตในระดับเลขสองหลัก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 4.20% ลดลงจาก 4.50% ในปีก่อนหน้า และคาดว่าสิ้นปี 2568 จะสามารถรักษาระดับ NPL ให้อยู่ในกรอบ 4.30–4.40% สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ธนาคารประเมินว่าอัตรา NPL จะทรงตัวในกรอบ 4.30–4.50% ซึ่งถือเป็นระดับที่เหมาะสมต่อการบริหารความเสี่ยง และไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการขยายสินเชื่อให้แก่ลูกค้ากลุ่มธุรกิจรายย่อย ซึ่งมีระดับความเสี่ยงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของระบบธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ ธนาคารไทยเครดิตให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ โดยได้ปรับมาตรฐานการคัดกรองสินเชื่อให้มีความรัดกุมมากขึ้น สอดคล้องกับคุณภาพลูกหนี้ที่อ่อนตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ควบคู่กับการเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกค้าที่เริ่มมีสัญญาณประสบปัญหา โดยย้ำว่าการเข้ามาเจรจาและปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดโอกาสการเกิดหนี้เสีย และเปิดโอกาสให้ลูกค้ายังสามารถเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อนำไปบริหารจัดการภาระหนี้เดิมได้อย่างเหมาะสม
-
mitihoon
KTC ปันผลสุดแจ่ม คุมNPLอยู่หมัด 25/12/68
มิติหุ้น – KTC หรือ บมจ.บัตรกรุงไทย โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ระยะสั้นอาจได้ Sentiment บวกจากช่วง Festive Season หนุนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต แม้การเติบโตของสินเชื่อปี 2026 คาดไม่สูงนักที่ +2.8% y-y แต่ Credit Cost มีแนวโน้มลดลง และ NPL คาดยังต่ำกว่า 2% นอกจากนี้ยังมี Upside จากอัตราการจ่ายเงินปันผล หากเพิ่มจากสมมติฐาน 45% เป็น 50–60% จะทำให้ Dividend Yield ขยับขึ้นเป็นราว 5.4–6.5% เทียบกับกรณีพื้นฐาน 4.8% ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 35 บาท พร้อมประเมินแนวรับ 26.50 บาท และ แนวต้าน 28.25 // 29.00 บาท ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
-
mitihoon
CREDIT รับผลหุ้นยั่งยืน คว้าเรทติ้ง “A” 21/12/68
ธนาคารไทยเครดิต คว้า SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ระดับ “A” ตอกย้ำถึงการเป็น “ธนาคารเพื่อความยั่งยืน” ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ที่ระดับ “A” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นับเป็นการติดอันดับ “หุ้นยั่งยืน” ครั้งแรกของธนาคารภายหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO)เมื่อปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และหลักธรรมาภิบาล (ESG) ความโปร่งใส และการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
-
set
-
mitihoon
ด่วน!!! (มิติหุ้น-หุ้นเจาะ) ?CREDIT? หุ้นต้นน้ำสตอรี่เด็ด เล็งตั้งAMCแก้หนี้ลูกค้า 04/12/68
?CREDIT?รับผลดีคนละครึ่งทางอ้อมหนุนกลุ่มลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอียอดขายคึกคัก แถมยังรับอีกเด้งจากนโยบาย Quick Big Win หนุนสินเชื่อ SME ผ่าน บสย.ซึ่งมีหน้าที่ช่วยค้ำประกัน ทาง CREDIT ก็รับอานิสงส์ด้วย กูรูมั่นใจผลงาน Q4/68 โดยเฉพาะยอดสินเชื่อยังเติบโตต่อเนื่องจาก Q3/68 ทั้งปีสินเชื่อขยายตัว 10-15% แย้มเล็งแผนจัดตั้ง AMC เพื่อแก้ไขปัญหาลูกหนี้รายย่อย โบรกส่องกำไรทั้งปี 68 แตะ 3.7 พันลบ. หุ้นต้นน้ำราคาต่ำบุ๊ก P/BVปี 68 ที่ 0.80 เท่า กูรูเคาะเป้าสูงสุด 26.50 บ./หุ้น ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
mitihoon
CREDIT การันตีความยั่งยืน ไอโอดีแขวนป้าย 5 ดาว 30/10/68
CREDIT หรือ ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ได้รับการประเมิน “ดีเลิศ” (Excellent) หรือ 5 ดาว จากรายงานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ประจำปี 2568 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors : IOD) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งนับเป็นการยืนยันถึงความแข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาล (Governance) และการดำเนินงานที่โปร่งใสตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน “รอยย์ ออกุสตินัส กุนารา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การได้รับการประเมินระดับ ‘ดีเลิศ’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นับตั้งแต่ธนาคารได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2567 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารไทยเครดิตในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีเยี่ยมต่อเนื่อง ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG ของธนาคาร
-
mitihoon
CREDIT สินเชื่อขยายตัวเด่น ดันกำไรเติบโตแจ่ม 30/10/68
มิติหุ้น – CREDIT โดย บล.พาย ระบุว่า คงคำแนะนํา “ถือ” มูลค่าพื้นฐานที่ 18.00 บาท คำานวนด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 13%, Long term growth 2%) อิง 0.77 เท่า PBV 26E และคาดผลตอบแทนเงินปันผลที่ 3.6%/3.7% ในปี 2025-26 CREDIT โดดเด่นที่สินเชื่อขยายตัวที่สุดในกลุ่มธนาคาร โดยคาดว่า กำไรสุทธิในปี 2025 จะเติบโต 2% และเติบโตต่อเนื่อง 3% ในปี 2026 อย่างไรก็ดี การที่สินเชื่อปล่อยให้ลูกหนี้กลุ่ม SME และรายย่อย ทําให้ คุณภาพสินเชื่อเปาะบางมากขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวสูงขึ้นใน 2H25 และในปี 2026 แนวโน้มใน Q4/25 คาดว่ากำไรสุทธิ ใน Q4/25 จะลดลง YoY และ QoQ กดดันจากค่าใช้จ่ายการดำาเนินงาน ที่สูงขึ้น และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง
-
iaa
-
hoonsmart
บล.CGSI เตือน !! ห้ามพลาดสัมมนาฟรี สร้างกำไรด้วยบัญชี Credit Balance 29/10/68
HoonSmart.com>> บล.CGSI ชวนสัมมนา “Margin Trading Contest” เปิดมุมมองใหม่สู่โลกของการทำกำไรด้วยบัญชี Credit Balance พร้อมเรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของตลาดทุน เสาร์ที่ 1 พ.ย.นี้ บริษัทหลักทรัพย์ CGSI เชิญชวนนักลงทุนร่วมงานสัมมนาฟรี !! ไม่มีค่าใช้จ่าย “Margin Trading Contest” เปิดมุมมองใหม่สู่โลกของการทำกำไรด้วยบัญชี Credit Balance พร้อมเรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของตลาดทุน ? และสัมมนาดี ๆ ที่ บล.CGSI คัดสรรมาให้ พลาดไม่ได้จริง ๆ ภายในงานยังเปิดตัวกิจกรรม แข่งขันเทรดหุ้นด้วยบัญชี Credit Balance อย่างเป็นทางการ พบกันวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.00 – 17.00 น. ณ M Academy (Big C ราชดำริ)
-
hoonsmart
“กสิกรไทย” ผนึกพันธมิตรชั้นน้ำ เปิดตัวโครงการนำร่องทดสอบ Carbon Credit Tokenization 24/10/68
HoonSmart.com>>”กสิกรไทย” ผนึก “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ อบก. Kubix และ Orbix Technology” เปิดตัวโครงการนำร่องทดสอบการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคนดิจิทัล ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทย ร่วมวางรากฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับในอนาคต ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) และ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น (Orbix Technology) จำกัด ประกาศความร่วมมือโครงการนำร่องการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคนดิจิทัล (Carbon Credit Tokenization Pilot Program) ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับการซื้อขายและชดเชยคาร์บอนเครดิตด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกรรมสู่เป้าหมาย Net Zero ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงินและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ธนาคารสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ด้วยเครื่องมือที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน องค์ความรู้ และเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมการวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับในอนาคต ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) Kubix และ Orbix Technology ดำเนินโครงการนำร่องการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคนดิจิทัล (Carbon Credit Tokenization) ที่มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในกระบวนการซื้อขายและชดเชยคาร์บอนเครดิต เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการทำธุรกรรมของตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตอบสนองการดำเนินนโยบายของประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว
-
mitihoon
Mitihoon – Thai Credit Bank (CREDIT) reported a net profit of 1,013.5 million Baht for 3Q/2025, continuously increasing by 9.5 percent from the previous quarter, the main factor was the increase in interest income of 114.0 million Baht or 2.6 percent, together with the profit from fair value measurement for financial assets measured at fair value through profit or loss of 84.8 million Baht. While the net profit for the first nine months of 2025 stood at 2,841.7 million Baht, an increase of over 16.9 percent compared to the same period of the previous year. Earnings per share stood at 0.82 Baht for 3Q/2025 and 2.30 Baht for the nine-month period, reflecting the Bank’s continued growth potential under a management approach that prioritizes prudence in navigating a still-volatile economic environment. The key driver behind this growth was the Bank’s ability to maintain an expansion in total loan outstanding, which reached 177,670.2 million Baht as of the end of 3Q/2025, representing an increase of 12.7 percent from the same period of the previous year. The Bank maintained strong growth in its core portfolio, particularly Micro SME (MSME) business loans, which grew by 14.6 percent, Home Equity loans grew by 11.3%, and Personal loans by 55.3%. In addition, expected credit loss declined by 24.1 percent from the previous year, reflecting the Bank’s effective credit risk management and ongoing debtor support measures such as the “You Fight, We Help” program, which played a significant role in improving asset quality. The gross NPL ratio slightly dropped to 4.2 percent. Although the net interest margin (NIM) decreased from the previous year, it remained high at 7.6 percent.
-
mitihoon
มิติหุ้น – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) (CREDIT) เผยผลกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,013.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 9.5% จากไตรมาสก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 114.0 ล้านบาทหรือร้อยละ 2.6 ประกอบกับธนาคารมีกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมสำหรับสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเท่ากับ 84.8 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการงวดเก้าเดือนแรกปี 2568 อยู่ที่ 2,841.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 16.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.82 บาทในไตรมาส 3 ปี 2568 และ 2.30 บาท ในงวดเก้าเดือนแรก สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากการดำเนินงานที่มีความรอบคอบและการบริหารความเสี่ยงที่แข้มแข็งพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโต ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 มาจากการขยายตัวของสินเชื่อรวมอยู่ที่ 177,670.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ธนาคารยังคงรักษาการเติบโตของพอร์ตหลักได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME ที่ขยายตัว 14.6%, สินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้น 11.3%, และสินเชื่อบุคคลเติบโตโดดเด่น 55.3% ขณะเดียวกัน ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงถึง 24.1% จากปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่ออย่างรอบคอบ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs Ratio) ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2% ถึงแม้ว่าอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) จะปรับลดลงจากปีก่อน แต่ยังทรงตัวในระดับสูงที่ 7.6%
-
kaohoon
CREDIT กวาดกำไร 9 เดือน 2.8 พันล้าน รับสินเชื่อขยายตัว-รายได้ค่าฟีเพิ่ม 21/10/68
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้ ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,013.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จาก 925.2 ล้านบาทในไตรมาสก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 114.0 ล้านบาท หรือ 2.6% สอดคล้องกับการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ 3.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 นอกจากนี้ ธนาคารมีกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าผ่านกำไรขาดทุน (FVTPL) จำนวน 84.8 ล้านบาท ขณะเดียวกันรายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 49.3 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ภายใต้มาตรการ “คุณสู้เราช่วย” เพิ่มขึ้น 58.0 ล้านบาท
-
fin
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
oppday
-
mitihoon
-
set
-
set
การเพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัทย่อย 26/08/68
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
thunhoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
kaohoon
CREDIT เดินหน้าขยายลูกค้าใหม่ ดันสินเชื่อปีนี้โตตามเป้า 15% – คุม NPL เหลือ 4.3% 01/08/68
บริษัท ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า บริษัทรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 ยืนยันความสามารถในการเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 1,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 1,270 ล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมเฉลี่ยโตเพียง 3.5% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและคุณภาพสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
-
iaa
-
set
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
fin
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
thunhoon
-
set
แจ้งความคืบหน้าการย้ายสำนักงานใหญ่ 16/07/68
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
set
-
mitihoon
-
kaohoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
kaohoon
-
mitihoon
-
set
-
mitihoon
-
iaa
-
set
-
mitihoon
-
hoonsmart
CREDIT กำไร Q1/68 แตะ 903 ล้าน โตแรง 100% ตั้งสำรองลดฮวบ 22/04/68
นอกจากนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 1.6% ตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ ในขณะเดียวกัน ธนาคารยังสามารถควบคุมคุณภาพของสินทรัพย์จากการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคงอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs ratio) ที่ 4.4% ขณะที่อัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 7.9% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธนาคาร
-
mitihoon
-
kaohoon
-
fin
-
mitihoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
mitihoon
CREDIT ปลุกพลังนักสู้ไมโครSMEs หมายมั่นก้าวสู่โลกยั่งยืน 07/04/68
ดังนั้น หัวใจสำคัญของการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนของ CREDIT คือการทำความเข้าใจกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก คือSMEs ที่เป็นฐานลูกค้าราว 60-70 % ไทยเครดิตมีการขยายสาขาต่อเนื่องมีกว่า 500 สาขา ในตลาดที่มีพ่อค้าและแม่ค้า ทำให้ขยายโดยพอร์ตสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีแตะ 180,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2562-2567 เติบโตถึง 26.9% ท่ามกลางภาวะวิกฤติโควิด และเศรษฐกิจชะลอตัว เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อรวมมากกว่า 28,000 ราย คาดว่าจะขยายเพิ่มเป็น 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2572
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
thunhoon
-
set
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
oppday
-
set
-
set
-
set
-
hoonsmart
-
set
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
set
-
set
-
set
งบการเงิน ประจำปี 2567 (ตรวจสอบแล้ว) 25/02/68
-
set
-
set
-
set
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
CREDIT ปักหมุดสินเชื่อโตต่อ NIM ในช่วง 8.5-9% 13/02/68
ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในช่วง 8.5-9.0% ควบคู่ไปกับการเติบโตของสินเชื่ออย่างมีคุณภาพพร้อมรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (CIR) ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ด้านเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL) ที่ให้อยู่ในระดับที่น้อยกว่า 4.5%
-
mitihoon
CREDIT ปักหลักเจาะSME โบรกคาดผลงานดีดแรง 06/02/68
CREDIT หรือบมจ.ธนาคารไทยเครดิต โดยบล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ผู้บริหารของธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อในปี 68 ด้วยตัวเลขสองหลัก เทียบกับปี 67 เติบโตในระดับ 13.2% เจาะสินเชื่อในกลุ่มMicro-SME สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อส่วนบุคคล คาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 8.5-9% เทียบกับปี 67 ที่ 8.6%
-
iaa
-
iaa
-
fin
-
iaa
CREDIT คืนฟอร์ม กำไร ALL TIME HIGHT 02/02/68
-
mitihoon
-
set
-
mitihoon
#CREDIT เผยกำไรปี 67 แตะ 3.62 พันล. 21/01/68
-
kaohoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
kaohoon
CGSI แนะซื้อ CREDIT เป้า 26 บาท ปรับ EPS ปี 67-69 ขึ้น 2.1-7.1% 18/12/67
โดยยังแนะนำ “ซื้อ” CREDIT ที่ราคาเป้าหมาย 26 บาท ในปี 68 ซึ่งเท่ากับ P/BV 1.22 เท่าในปี 68 ภายใต้สมมติฐาน ROE 12%, cost of equity 10.2% และอัตราการเติบโตระยะยาว 2.0% ดังนั้นตาม ประมาณการใหม่ EPS ในปี 68-69 จะเติบโต 10.1-11.9% หรือสูงกว่าอัตราการเติบโตของกลุ่มธนาคารที่ 4.5-6.1% นอกจากนี้ CREDIT ยังมีการประเมินมูลค่าน่าสนใจที่ P/E 6.7 เท่า และ P/BV 0.9 เท่าในปี 68 เนื่องจากธนาคารน่าจะมี ROE สูงถึง 14.2-14.6% ในปี 68-69
-
hoonsmart
บล.CGSI แนะ “ซื้อ” CREDIT ..ธุรกิจแตกต่างกำไร/หุ้นโตเด่น 18/12/67
ยังแนะนำ “ซื้อ” CREDIT ที่ราคาเป้าหมาย 26 บาทในปี 68 ซึ่งเท่ากับ P/BV 1.22 เท่าในปี 68 ภายใต้สมมติฐาน ROE 12%, cost of equity 10.2% และอัตราการเติบโตระยะยาว 2.0% ดังนั้นตาม ประมาณการใหม่ EPS ในปี 68-69 จะเติบโต 10.1-11.9% หรือสูงกว่าอัตราการเติบโตของกลุ่มธนาคารที่ 4.5-6.1% นอกจากนี้ CREDIT ยังมีการประเมินมูลค่าน่าสนใจที่ P/E 6.7 เท่า และ P/BV 0.9 เท่าในปี 68 เนื่องจากธนาคารน่าจะมี ROE สูงถึง 14.2-14.6% ในปี 68-69
-
thunhoon
CGSI อัพกำไรปี 67-69 "CREDIT" ชอบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างจากแบงก์ใหญ่ 18/12/67
ยังแนะนำ “ซื้อ” CREDIT ที่ราคาเป้าหมาย 26 บาทในปี 68 ซึ่งเท่ากับ P/BV 1.22 เท่าในปี 68 ภายใต้สมมติฐาน ROE 12%, cost of equity 10.2% และอัตราการเติบโตระยะยาว 2.0% ดังนั้นตาม ประมาณการใหม่ EPS ในปี 68-69 จะเติบโต 10.1-11.9% หรือสูงกว่าอัตราการเติบโตของกลุ่มธนาคารที่ 4.5-6.1% นอกจากนี้ CREDIT ยังมีการประเมินมูลค่าน่าสนใจที่ P/E 6.7 เท่า และ P/BV 0.9 เท่าในปี 68 เนื่องจากธนาคารน่าจะมี ROE สูงถึง 14.2-14.6% ในปี 68-69
-
mitihoon
CGSI : CREDIT การดำเนินธุรกิจที่แตกต่าง ปรับเพิ่มประมาณการ EPS ปี 67-69 แนะนำ “ซื้อ” 18/12/67
ยังแนะนำ “ซื้อ” CREDIT ที่ราคาเป้าหมาย 26 บาทในปี 68 ซึ่งเท่ากับ P/BV 1.22 เท่าในปี 68 ภายใต้สมมติฐาน ROE 12%, cost of equity 10.2% และอัตราการเติบโตระยะยาว 2.0% ดังนั้นตาม ประมาณการใหม่ EPS ในปี 68-69 จะเติบโต 10.1-11.9% หรือสูงกว่าอัตราการเติบโตของกลุ่มธนาคารที่ 4.5-6.1% นอกจากนี้ CREDIT ยังมีการประเมินมูลค่าน่าสนใจที่ P/E 6.7 เท่า และ P/BV 0.9 เท่าในปี 68 เนื่องจากธนาคารน่าจะมี ROE สูงถึง 14.2-14.6% ในปี 68-69
-
kaohoon
-
set
-
set
แบบรายงานผลการใช้สิทธิ (F53-5) 11/12/67
-
set
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
CREDIT โชว์กำไร Q3/67 นิวไฮ แตะ 1,161 ลบ. สินเชื่อเติบโต 21/10/67
ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรครั้งนี้มาจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง ยอดเงินให้สินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2567 อยู่ที่ 157,604.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 12.2% ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ในส่วนของการควบคุมค่าใช้จ่าย ธนาคารฯ ยังคงรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้ให้อยู่ในระดับต่ำที่ 38.8% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2567
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 16/09/67
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
CREDIT หุ้นดีที่ถูกลืม 24/06/67
-
mitihoon
-
hoonsmart
CREDIT กำไร 449 ลบ.ลดลง 51% ขาดทุนด้านเครดิต ตั้งสำรองเพิ่ม 22/04/67
ไตรมาส 1 ปี 2567 ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักจากเงินให้สินเชื่อที่ยังเติบโต แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารลดลง 51.5% สาเหตุหลักจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ธนาคารยังมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานของธนาคารอยู่ในระดับต่ำที่ 37.6% ณ ไตรมาส 1 ปี 2567
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
ธ.ไทยเครดิต โชว์กำไร All Time High 3,557 ล้านบ. 16/02/67
สำหรับแนวโน้มปี 2567 ธนาคารฯ จะยังคงรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการระดมทุน (IPO) ช่วงที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มศักยภาพในการบริหารงาน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินกองทุนของธนาคารฯ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายพอร์ตสินเชื่อได้ต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 20-30% ต่อปี รวมทั้งมีผลตอบแทนสูง ด้วยโครงสร้างเงินทุนที่ต้นทุนต่ำ
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
CREDIT ดีดบวก 5% รับกำไรปี 66 แตะ 3.5 พันล้านบาท “ออลไทม์ไฮ” 16/02/67
โดยก่อนหน้านี้นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CREDIT เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารวางเป้าหมายรักษาการเติบโต 20-30% ทั้งในแง่การปล่อยสินเชื่อและผลประกอบการ สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินกองทุนของธนาคารเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ และปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) น่าจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่สูงมาก
-
thunhoon
-
mitihoon
CREDIT อวดกำไรปี 66 ทำนิวไฮ แตะ 3.5 พันลบ.โต 51.2% 15/02/67
มิติหุ้น-CREDIT หรือ ธนาคารไทยเครดิต แจ้งงบปี 66 มีกำไรสุทธิ 3,557 ล้านบาท โต 51.2% เทียบปี 65 โดยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 20.6% สอดคล้องกับเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้เติบโตเท่ากับ 18.8% จากปริมาณเงินให้สินเชื่อที่เติบโตเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลักของธนาคาร โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย และสินเชื่อบ้าน ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคาร
-
kaohoon
เสี่ยผิดคำพูด? 13/02/67
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
hoonsmart
“ไทยเครดิต”ทำกำไรปี’66 นิวไฮ รวม 3,556.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.2% 08/02/67
ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) รายงานผลการดำเนินงานในปี 2566 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 3,556.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.2% ทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ โดยรายได้ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 20.6% สอดคล้องกับเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้เติบโตเท่ากับ 18.8% จากปริมาณเงินให้สินเชื่อที่เติบโตเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่ม ผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย และสินเชื่อบ้าน ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ธนาคารฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,370.9 ล้านบาท 8,493.6 ล้านบาท 11,052.3 ล้านบาท และ 9,783.8 ล้านบาท ตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 1,372.9 ล้านบาท 1,935.0 ล้านบาท 2,352.5 ล้านบาท และ 2,816.7 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) เท่ากับ 18.0% 20.7% 18.9% และ 21.8% ตามลำดับ สำหรับปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารฯ มีจำนวนเท่ากับ 68,562.4 ล้านบาท 97,728.7 ล้านบาท 121,298.0 ล้านบาท และ 138,435.1 ล้านบาท ตามลำดับ อัตราเติบโตโดยเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 33.0% ต่อปี (2563-2565) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตในทุกกลุ่มสินเชื่อหลักของธนาคารฯ ทั้งสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย และสินเชื่อบ้านแลกเงิน
-
hoonsmart
ธนาคารไทยเครดิต เคาะราคาขายสุดท้าย IPO หุ้นละ 29 บาท คาดเทรด 9 ก.พ.นี้ 31/01/67
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ธนาคารฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,370.9 ล้านบาท 8,493.6 ล้านบาท 11,052.3 ล้านบาท และ 9,783.8 ล้านบาท ตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 1,372.9 ล้านบาท 1,935.0 ล้านบาท 2,352.5 ล้านบาท และ 2,816.7 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) เท่ากับ 18.0% 20.7% 18.9% และ 21.8% ตามลำดับ สำหรับปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารฯ มีจำนวนเท่ากับ 68,562.4 ล้านบาท 97,728.7 ล้านบาท 121,298.0 ล้านบาท และ 138,435.1 ล้านบาท ตามลำดับ อัตราเติบโตโดยเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 33.0% ต่อปี (2563-2565) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตในทุกกลุ่มสินเชื่อหลักของธนาคารฯ ทั้งสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย และสินเชื่อบ้านแลกเงิน
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ธนาคารฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,370.9 ล้านบาท 8,493.6 ล้านบาท 11,052.4 ล้านบาท และ 9,783.8 ล้านบาทตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 1,372.9 ล้านบาท 1,935.0 ล้านบาท 2,352.5 ล้านบาท และ 2,816.7 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) เท่ากับ 18.0% 20.7% 18.9% และ 21.8% ตามลำดับ สำหรับปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารฯ มีจำนวนเท่ากับ 68,562.4 ล้านบาท 97,728.7 ล้านบาท 121,298.0 ล้านบาท และ 138,435.1 ล้านบาท ตามลำดับ อัตราเติบโตโดยเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 33.0% ต่อปี (2563-2565) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตในทุกกลุ่มสินเชื่อหลักของธนาคารฯ ทั้งสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย และสินเชื่อบ้าน
-
hoonsmart
“แบงก์ไทยเครดิต” ขาย 28-29 บาท เปิดจอง 23-26 ม.ค เทรด 9 ก.พ. 22/01/67
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ธนาคารฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,370.9 ล้านบาท 8,493.6 ล้านบาท 11,052.4 ล้านบาท และ 9,783.8 ล้านบาทตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 1,372.9 ล้านบาท 1,935.0 ล้านบาท 2,352.5 ล้านบาท และ 2,816.7 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) เท่ากับ 18.0% 20.7% 18.9% และ 21.8% ตามลำดับ สำหรับปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารฯ มีจำนวนเท่ากับ 68,562.4 ล้านบาท 97,728.7 ล้านบาท 121,298.0 ล้านบาท และ 138,435.1 ล้านบาท ตามลำดับ อัตราเติบโตโดยเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 33.0% ต่อปี (2563-2565) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตในทุกกลุ่มสินเชื่อหลักของธนาคารฯ ทั้งสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย และสินเชื่อบ้าน
-
mitihoon
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ธนาคารฯ มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,370.9 ล้านบาท 8,493.6 ล้านบาท 11,052.4 ล้านบาท และ 9,783.8 ล้านบาทตามลำดับ มีกำไรสุทธิ 1,372.9 ล้านบาท 1,935.0 ล้านบาท 2,352.5 ล้านบาท และ 2,816.7 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROE) เท่ากับ 18.0% 20.7% 18.9% และ 21.8% ตามลำดับ สำหรับปี 2563-2565 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารฯ มีจำนวนเท่ากับ 68,562.4 ล้านบาท 97,728.7 ล้านบาท 121,298.0 ล้านบาท และ 138,435.1 ล้านบาท ตามลำดับ อัตราเติบโตโดยเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 33.0% ต่อปี (2563-2565) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตในทุกกลุ่มสินเชื่อหลักของธนาคารฯ ทั้งสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิตเพื่อคนค้าขาย และสินเชื่อบ้าน
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
hoonsmart
ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง “ธนาคารไทยเครดิต” ขาย IPO ไม่เกิน 347 ล้านหุ้น 29/09/66
สำหรับ ธนาคารไทยเครดิต เป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำเพื่อลูกค้ารายย่อย ด้วยประสบการณ์การให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อยที่หลากหลายมากว่า 10 ปี ทำให้ธนาคารฯ มีความเข้าใจในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับการมีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าหลากหลายขนาดและประเภทธุรกิจ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุม ทำให้เชื่อว่าธนาคารฯ อยู่ในจุดที่สามารถขยายพอร์ตสินเชื่อในการสนับสนุนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นได้จากการเติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งของเงินให้สินเชื่อของธนาคารฯ ในระหว่างปี 2563 ถึงปี 2565 ที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม 33.0% ต่อปี และยังมีศักยภาพในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินนี้ ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
kaohoon