เจาะลึกผลประกอบการ CREDIT Q2/2568: โอกาสและความท้าทายในโลกการเงินยุคใหม่

P/E 4.87 YIELD 3.77 ราคา 15.90 (0.00%)

เจาะลึกผลประกอบการ CREDIT Q2/2568: โอกาสและความท้าทายในโลกการเงินยุคใหม่

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด มหาชน จัดงาน Opportunity Day เพื่อรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 และให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจในอนาคต โดยมีผู้บริหารเข้าร่วมให้ข้อมูลคือ คุณกิตติพันธ์ ศรีวรรณวิทย์ CFO และคุณลัตินันท์ วงศ์วัชรานนท์ IR

Business Highlight ในไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิดสาขาใหม่ที่นิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นสาขาเต็มรูปแบบแห่งแรกในภาคเหนือ เพื่อขยายบริการทางการเงินให้ครอบคลุมและรองรับการเติบโตของธุรกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับ ESG โดยตั้งเป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล 14064-1 จาก BSI Group และ Carbon Footprint for Operation เป็นปีแรก

1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):

รายได้สุทธิลดลงเล็กน้อย 1.3% สอดคล้องกับเกณฑ์การรับรู้รายได้เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ (คุณสู้เราช่วย) แต่ Loan Growth ยังเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ Double digit growth เติบโตอยู่ที่ 13% ถ้าเทียบกับปีที่ผ่านมา หรือว่าเติบโตอยู่ที่ 5.2% ถ้าเทียบกับปลายปี 2567

กำไรในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,828 ล้านบาท เติบโตกว่า 44% เนื่องจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) กว่า 36.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ ROE (Return on Equity) เพิ่มขึ้นจาก 13.3% ในปีที่ผ่านมาเป็น 15.5% ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม

2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):

ธนาคารเน้นการเติบโตในกลุ่ม Micro SME ซึ่งยังมี Room to grow อีกมาก โดยมี Market Share อยู่ประมาณ 8% และมีโอกาสที่จะเติบโตจากฐานนี้ได้อีก

3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):

ความเสี่ยงหลักคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อในภาพรวมของอุตสาหกรรม

4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):

  • ธนาคารเน้นการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
  • Focus ที่ Portfolio Quality โดยการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกันมากขึ้น
  • ลงทุนใน Digital Transformation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):

ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่ม Micro SME และ Consumer Loan โดยมีแผนที่จะพัฒนา Product และ Platform ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนที่จะยกระดับ Core Banking เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Guidance ทางการเงิน: ธนาคารยังคงมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตของสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย 10-15% แม้ว่า Net Interest Margin อาจจะถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการช่วยเหลือลูกค้า แต่ธนาคารยังคงสามารถรักษา Cost to Income Ratio ไว้ที่ 42% และ NPL อยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 32.10 ]

  • NIM สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม:

    ธนาคารเน้นสินเชื่อ Micro SME ซึ่งเป็นสินเชื่อขนาดเล็ก Yield ค่อนข้างสูง

  • NPL และ ECL ไม่สูง:

    ใช้คนและประสบการณ์ในการคัดเลือกลูกค้า มี RM ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด มีการ benchmark กับระบบและใช้เครื่องมือ BSSY

  • ลูกค้าเข้าร่วมโครงการคุณสู้เราช่วย:

    ประมาณ 6-8% ของยอดสินเชื่อรวม กลุ่มที่ให้ความช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นลูกค้า Stage 2

  • สินเชื่อเคหะและรถยนต์:

    ธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อเคหะมือแรก แต่มี Home for Cash อัตรา Approval อยู่ที่ประมาณ 50%

  • ค่าธรรมเนียมและบริการ:

    ค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมบสย.ซื้อประกันสินเชื่อ รายได้หลักมาจากค่าคอมจากการขายประกัน

  • ตลาดบ้านมือสอง:

    ตลาดบ้านมือสองค่อนข้าง Drop ในช่วงนี้ ต้องพึ่งพิงกับระบบแบงก์ในการปล่อยสินเชื่อ

  • NPL จะลดลงอีกไหม:

    น่าจะ Stable แถวๆ 4 กว่าๆ ถึง 4.5% ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์

  • ภาพรวมลูกค้า SME:

    SME ยังมีความต้องการสินเชื่ออยู่มาก ธนาคารพยายามออกแบบ Product ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและคัดลูกค้า Quality ที่ดี

  • เป้าหมายการเติบโตสินเชื่อปี 2568:

    Micro SME เป็นหลัก ตามด้วย Home for Cash และ Consumer Loan

  • Credit Cost ครึ่งปีหลัง:

    อาจจะเร่งตัวขึ้นบ้าง แต่รวมๆแล้วทั้งปี Credit Cost น่าจะอยู่ในช่วง 2-2.7%

  • ธุรกิจธนาคารมี Seasonality ไหม:

    ไทยเครดิตจะมุ่งปล่อยสินเชื่อเยอะๆช่วงปลายปี (Q4) แล้วก็ Q1 อาจจะ Drop ลงมาเล็กน้อย

  • กังวลเรื่องคุณภาพลูกหนี้ไหม:

    ระมัดระวังและมีมาตรการรองรับ เตรียม Set aside ส่วนที่เป็นเรื่องของตัว NPL

  • Approval Rate:

    Micro SME แถวๆ 55%, Home for Cash แถวๆ 50%, Nano Finance ค่อนข้างต่ำ 15-20%

  • แผนเปิดสาขาเพิ่ม:

    ปกติเปิด 3-5 แห่งต่อปี ปีนี้เปิดไปแล้ว 3 สาขาและย้าย 1 สาขา

  • จ่าย Interim Dividend ไหม:

    แนวโน้มก็น่าจะจ่ายปีละครั้ง อัตราการจ่ายคิดว่าก็ยังคงยังคงอยู่แถวๆเดิมนะครับ คือประมาณ 20% ของกำไรสุทธิ

  • ขยายการปล่อยสินเชื่อไปยังลูกค้านอกเหนือ 4 Core Product ไหม:

    ตลาดกลุ่มนี้ก็ยังมี Room ที่จะโตได้อีกเยอะ ยังไม่ได้มีแผนอะไรที่ทำไว้นอกเหนือจากนี้

  • มองภาพรวมเศรษฐกิจ:

    อาจจะต้องดูหลายปัจจัย แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะค่อยๆฟื้นตัว

โดยสรุป, ธนาคารไทยเครดิตยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่ม Micro SME, การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ, และการลงทุนใน Digital Transformation, ธนาคารจึงมีความพร้อมที่จะคว้าโอกาสทางธุรกิจและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

โพสต์ล่าสุด