สรุปงบล่าสุด CREDIT
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
**บทความสรุปผลประกอบการของ หุ้น CREDIT บริษัท ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 4 ปี 2568**
**สรุปสั้น:**
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 เติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับปี 2567 ในไตรมาส 4 ปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 1,174.6 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 สาเหตุหลักมาจากส่วนต่างอัตรารายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีการปรับตัวลดลงจากเดิมร้อยละ 8.5 ในไตรมาส 4 ปี 2567 เป็นร้อยละ 7.5 ในไตรมาส 4 ปี 2568 สอดคล้องกับการลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายประกอบกับผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs ratio) ปรับตัวลดลงเท่ากับร้อยละ 4.2 ในขณะที่ NPL Coverage ratio ยังอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 158.4 (หน้า 1-2)
**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:**
กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2568 เพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 เนื่องจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากการได้รับรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF จากมาตรการคุณสู้เราช่วย (หน้า 2) อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 เนื่องจาก NIM ลดลง (หน้า 2)
**สินเชื่อและสัดส่วน:**
เงินให้สินเชื่อขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2568 และ 11.5% จากสิ้นปี 2567 โดยมีอัตราส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 7.5% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 3 ปี 2568 (หน้า 2) อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (Gross NPLs ratio) ลดลงเหลือ 4.2% และ NPL Coverage ratio อยู่ในระดับสูงที่ 158.4% (หน้า 2) เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้เพิ่มขึ้น 11.5% จาก 163,158.6 ล้านบาท เป็น 181,865.6 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีมีสัดส่วนมากที่สุด (หน้า 4)
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญคือการลดลงของ NIM เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ (หน้า 2) อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการสินเชื่ออย่างระมัดระวังและการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ช่วยลดผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี (หน้า 2) โอกาสในการลงทุนมาจากการเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน และสินเชื่อบุคคล (หน้า 5)
**สรุปสั้นท้ายสุด:**
ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อรายได้และกำไรคือ NIM ที่ลดลง, การเติบโตของสินเชื่อ, NPL ที่ลดลง, และ Coverage Ratio ที่สูงขึ้น NIM ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ แต่การเติบโตของสินเชื่อช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนได้ การจัดการ NPL ที่ดีและการตั้ง Coverage Ratio ในระดับสูงแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยงของธนาคาร ธนาคารมีความแข็งแกร่งในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ โดยมีการบริหารจัดการสินเชื่ออย่างระมัดระวังและให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง (หน้า 2, 8)
0.00 %
(0.69%)
(2.12%)
(1.20%)
(1.38%)
(1.91%)
(0.72%)
(9.84%)
(8.70%)
(15.90%)
(1.50%)