บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10893 out_tok=3237 at=2026-07-25T12:05:19 -->
# CM กำไรสุทธิขาดทุนลดลง 35% รับรายได้โต 26% แต่ต้นทุน-FX กดดัน
## รายได้รวมโตเด่น 26.63% รับอานิสงส์บาทอ่อนค่า-ศก.คู่ค้าฟื้น ขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลง 35% จากปีก่อน
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM รายงานผลประกอบการปี 2565 ที่มีรายได้รวมจากการขายเติบโต 26.63% แตะ 1,336.73 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าและการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลง 35.01% เหลือ 55.64 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 85.62 ล้านบาท แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CM ในปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 26.63%** ซึ่งสวนทางกับ **การขาดทุนสุทธิที่ลดลงถึง 35.01%** โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้มาจาก **การอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก** และ **การฟื้นตัวของปริมาณขาย** ขณะเดียวกัน **ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น** และ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น** เป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ประการแรกคือ **การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในประเทศคู่ค้า** ทำให้การบริโภคและคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอย่างข้าวโพดหวานที่ได้รับอานิสงส์จากการที่ประเทศคู่แข่งประสบปัญหาการขนส่ง ประการที่สองคือ **การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ** ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการขายต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเงินบาท โดยเฉลี่ยทั้งปี 2565 เงินบาทอ่อนค่าลง 9.63% เมื่อเทียบกับปี 2564 นอกจากนี้ ปริมาณขายในประเทศก็ปรับตัวดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขาย** ปรับตัวสูงขึ้น 14.88% สาเหตุหลักมาจาก **ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น** ประกอบกับ **ต้นทุนโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยที่สูงขึ้น** จากราคาวัตถุดิบทางการเกษตรบางรายการที่แข่งขันสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาการขนส่งของคู่แข่ง รวมถึง **ค่าไฟฟ้าและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น** ตามนโยบายภาครัฐ และ **ราคาน้ำมันเตาที่สูงขึ้น** นอกจากนี้ ยังมี **ต้นทุนจากกำลังการผลิตที่ถูกทิ้งว่างเปล่า** ของบริษัทย่อยที่ผลิตไม่เต็มกำลัง
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** เพิ่มขึ้นถึง 41.07% โดยมีปัจจัยหลักจาก **ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้น** จากราคาน้ำมันโลกและ **ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น** จากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน รวมถึง **ค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ Benas และ Cornista** และ **ค่าฝากแช่สินค้า**
ที่สำคัญคือ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.08 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 43.38 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่รวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมี **รายการที่มิได้เกิดขึ้นประจำ** คือ **การด้อยค่าความนิยมจากการซื้อธุรกิจ** จำนวน 19.07 ล้านบาท เนื่องจากการหยุดดำเนินธุรกิจชั่วคราวของบริษัทย่อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะปัจจัยด้าน **การอ่อนค่าของเงินบาท** ที่ฝ่ายจัดการคาดว่ามีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออก แต่ก็อาจกระทบต่อต้นทุนนำเข้าของคู่ค้าได้เช่นกัน ส่วน **ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น** จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า ก็มีแนวโน้มต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้าน **ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า ค่าแรง และค่าระวางเรือ** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง หรืออาจปรับเพิ่มขึ้นได้อีก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมจากการขายปี 2565 เพิ่มขึ้น 26.63% เป็น 1,336.73 ล้านบาท** จากปีก่อนที่ 1,055.59 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็น 94.02% ของรายได้รวม
* **ผลขาดทุนสุทธิปี 2565 ลดลง 35.01% เป็น 55.64 ล้านบาท** จากปีก่อนที่ขาดทุน 85.62 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 18.52%** จาก 10.18% ในปีก่อน
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 9.08 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 43.38 ล้านบาทในปี 2565
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 41.07%** จากต้นทุนขนส่ง ค่าระวางเรือ และค่าใช้จ่ายทางการตลาด
* **มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าความนิยม 19.07 ล้านบาท** จากการหยุดดำเนินธุรกิจชั่วคราวของบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขาย 1,336.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.63% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายในต่างประเทศ (94.02%) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าและการอ่อนค่าของเงินบาท ขณะที่รายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 21.18% จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14.88% จากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น ต้นทุนโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยที่สูงขึ้นจากวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า ค่าแรง และน้ำมันเตา รวมถึงต้นทุนจากกำลังการผลิตที่ถูกทิ้งว่างเปล่าของบริษัทย่อย
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 41.07% จากต้นทุนขนส่ง ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับแบรนด์ใหม่
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.18% เป็น 18.52% แต่บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเป็น 43.38 ล้านบาท และมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าความนิยม 19.07 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลง 35.01% มาอยู่ที่ 55.64 ล้านบาท
## โอกาส
* **การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในประเทศคู่ค้า:** ส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นตามการบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าบางรายการ เช่น ข้าวโพดหวาน ได้รับคำสั่งซื้อพิเศษ
* **สถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน:** ทำให้ประเทศคู่แข่งประสบปัญหาในการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
* **แนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า:** ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการขายต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเงินบาท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เงินบาทอ่อนค่าจะเป็นผลดีต่อรายได้ แต่ก็ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าของคู่ค้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น:** ปัญหาราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นและขาดแคลนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** จากค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง และค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น
* **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือ:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง
* **การชะลอตัวของการส่งออก:** ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลดีต่อรายได้ แต่ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาปุ๋ย ค่าระวางเรือ และราคาน้ำมัน จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและกำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** การปรับตัวต่อค่าไฟฟ้าและค่าแรงที่สูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า:** โดยเฉพาะตลาดหลัก เช่น ญี่ปุ่น และจีน
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** ให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิตและความต้องการของตลาด
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** โดยเฉพาะการกลับมาดำเนินงานเต็มที่ของบริษัทย่อยที่เคยหยุดชะงัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตรบางรายการปรับตัวสูงขึ้นจากการแข่งขันรับซื้อ และปัญหาการขนส่งของคู่แข่ง ขณะที่ราคาขายสินค้าได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท
* **Volume:** ปริมาณขายสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และปัญหาการขนส่งของคู่แข่ง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.18% เป็น 18.52% แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนบางส่วนช่วยหนุน GPM
* **ช่องทางขาย:** รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการขายต่างประเทศ (94.02%) โดยบริษัทมีแผนขยายตลาดและสร้างแบรนด์ของตนเอง (Benas, Cornista)
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน สะท้อนการขายที่สูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก แต่ก็สร้างผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น
* **ฤดูกาลผลิต:** การผลิตสินค้าบางรายการ เช่น ข้าวโพดหวาน ได้รับคำสั่งซื้อพิเศษจากสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,634.49 ล้านบาท ลดลง 1.82% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากสินค้าคงคลังที่ลดลง และเงินสดที่ลดลงจากการเร่งการเพาะปลูก
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 356.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.88% จากปีก่อน โดยมีสัดส่วนหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 140.44 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,278.48 ล้านบาท ลดลง 2.55% จากปีก่อน โดยมีผลกำไรสะสมในส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรรลดลง
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ปี 2565 มีเงินสดได้มาจากการดำเนินงาน 59.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.46% จากปีก่อนที่ใช้ไป 59.73 ล้านบาท เนื่องมาจากเงินสดรับจากการขายสูงกว่าปีก่อน และการชำระหนี้เจ้าหนี้การค้าของบริษัทย่อย
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ปี 2565 อยู่ที่ 3.50 เท่า ลดลงจากปีก่อน แต่ยังถือว่ามีสภาพคล่องเพียงพอ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** อยู่ที่ 0.28 เท่า
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขายเติบโตถึง 26.63% เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าและการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยหนุนรายได้จากการส่งออก แม้จะเผชิญกับต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นได้ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
239.01
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91
%
กำไรสุทธิ
-15.14
ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
188.52
-580.43%
|
-39.24
-31.96%
|
-57.67
-222.21%
|
47.19
-0.19%
|
47.28
-24.51%
|
62.63
-9.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.39
+195.10%
|
39.78
-202.00%
|
-39.00
+0.05%
|
-38.98
-88.03%
|
-325.62
+820.09%
|
-35.39
+307.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.09
+8.39%
|
35.14
+19,422.22%
|
0.18
-101.11%
|
-16.20
-130.87%
|
52.48
-12,304.65%
|
-0.43
+168.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
344.00
+864.13%
|
35.68
-136.97%
|
-96.50
+1,106.25%
|
-8.00
-93.59%
|
-124.85
+281.57%
|
-32.72
-156.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
296.23
+6.54%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|
180.33
+47.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.95
-54.15%
|
296.51
+6.64%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|