CM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CM
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10893 out_tok=3237 at=2026-07-25T12:05:19 --> # CM กำไรสุทธิขาดทุนลดลง 35% รับรายได้โต 26% แต่ต้นทุน-FX กดดัน ## รายได้รวมโตเด่น 26.63% รับอานิสงส์บาทอ่อนค่า-ศก.คู่ค้าฟื้น ขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลง 35% จากปีก่อน บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM รายงานผลประกอบการปี 2565 ที่มีรายได้รวมจากการขายเติบโต 26.63% แตะ 1,336.73 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าและการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลง 35.01% เหลือ 55.64 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 85.62 ล้านบาท แม้จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CM ในปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งถึง 26.63%** ซึ่งสวนทางกับ **การขาดทุนสุทธิที่ลดลงถึง 35.01%** โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้มาจาก **การอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก** และ **การฟื้นตัวของปริมาณขาย** ขณะเดียวกัน **ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น** และ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น** เป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การเติบโตของรายได้** มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ประการแรกคือ **การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในประเทศคู่ค้า** ทำให้การบริโภคและคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอย่างข้าวโพดหวานที่ได้รับอานิสงส์จากการที่ประเทศคู่แข่งประสบปัญหาการขนส่ง ประการที่สองคือ **การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ** ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการขายต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเงินบาท โดยเฉลี่ยทั้งปี 2565 เงินบาทอ่อนค่าลง 9.63% เมื่อเทียบกับปี 2564 นอกจากนี้ ปริมาณขายในประเทศก็ปรับตัวดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขาย** ปรับตัวสูงขึ้น 14.88% สาเหตุหลักมาจาก **ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น** ประกอบกับ **ต้นทุนโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยที่สูงขึ้น** จากราคาวัตถุดิบทางการเกษตรบางรายการที่แข่งขันสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาการขนส่งของคู่แข่ง รวมถึง **ค่าไฟฟ้าและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น** ตามนโยบายภาครัฐ และ **ราคาน้ำมันเตาที่สูงขึ้น** นอกจากนี้ ยังมี **ต้นทุนจากกำลังการผลิตที่ถูกทิ้งว่างเปล่า** ของบริษัทย่อยที่ผลิตไม่เต็มกำลัง **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** เพิ่มขึ้นถึง 41.07% โดยมีปัจจัยหลักจาก **ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้น** จากราคาน้ำมันโลกและ **ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น** จากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน รวมถึง **ค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ Benas และ Cornista** และ **ค่าฝากแช่สินค้า** ที่สำคัญคือ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.08 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 43.38 ล้านบาทในปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทที่รวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมี **รายการที่มิได้เกิดขึ้นประจำ** คือ **การด้อยค่าความนิยมจากการซื้อธุรกิจ** จำนวน 19.07 ล้านบาท เนื่องจากการหยุดดำเนินธุรกิจชั่วคราวของบริษัทย่อย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะปัจจัยด้าน **การอ่อนค่าของเงินบาท** ที่ฝ่ายจัดการคาดว่ามีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออก แต่ก็อาจกระทบต่อต้นทุนนำเข้าของคู่ค้าได้เช่นกัน ส่วน **ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น** จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า ก็มีแนวโน้มต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้าน **ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า ค่าแรง และค่าระวางเรือ** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง หรืออาจปรับเพิ่มขึ้นได้อีก ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมจากการขายปี 2565 เพิ่มขึ้น 26.63% เป็น 1,336.73 ล้านบาท** จากปีก่อนที่ 1,055.59 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็น 94.02% ของรายได้รวม * **ผลขาดทุนสุทธิปี 2565 ลดลง 35.01% เป็น 55.64 ล้านบาท** จากปีก่อนที่ขาดทุน 85.62 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้นปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 18.52%** จาก 10.18% ในปีก่อน * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 9.08 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 43.38 ล้านบาทในปี 2565 * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 41.07%** จากต้นทุนขนส่ง ค่าระวางเรือ และค่าใช้จ่ายทางการตลาด * **มีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าความนิยม 19.07 ล้านบาท** จากการหยุดดำเนินธุรกิจชั่วคราวของบริษัทย่อย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขาย 1,336.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.63% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายในต่างประเทศ (94.02%) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าและการอ่อนค่าของเงินบาท ขณะที่รายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 21.18% จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 แม้รายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14.88% จากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น ต้นทุนโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยที่สูงขึ้นจากวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า ค่าแรง และน้ำมันเตา รวมถึงต้นทุนจากกำลังการผลิตที่ถูกทิ้งว่างเปล่าของบริษัทย่อย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 41.07% จากต้นทุนขนส่ง ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับแบรนด์ใหม่ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.18% เป็น 18.52% แต่บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเป็น 43.38 ล้านบาท และมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าความนิยม 19.07 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิลดลง 35.01% มาอยู่ที่ 55.64 ล้านบาท ## โอกาส * **การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในประเทศคู่ค้า:** ส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นตามการบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าบางรายการ เช่น ข้าวโพดหวาน ได้รับคำสั่งซื้อพิเศษ * **สถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน:** ทำให้ประเทศคู่แข่งประสบปัญหาในการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด * **แนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า:** ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการขายต่างประเทศเมื่อแปลงเป็นเงินบาท ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เงินบาทอ่อนค่าจะเป็นผลดีต่อรายได้ แต่ก็ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้าของคู่ค้า * **ต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น:** ปัญหาราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นและขาดแคลนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร * **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** จากค่าไฟฟ้าที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง และค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น * **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือ:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง * **การชะลอตัวของการส่งออก:** ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลดีต่อรายได้ แต่ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงจากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาปุ๋ย ค่าระวางเรือ และราคาน้ำมัน จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและกำไรขั้นต้น * **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** การปรับตัวต่อค่าไฟฟ้าและค่าแรงที่สูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า:** โดยเฉพาะตลาดหลัก เช่น ญี่ปุ่น และจีน * **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** ให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิตและความต้องการของตลาด * **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** โดยเฉพาะการกลับมาดำเนินงานเต็มที่ของบริษัทย่อยที่เคยหยุดชะงัก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตรบางรายการปรับตัวสูงขึ้นจากการแข่งขันรับซื้อ และปัญหาการขนส่งของคู่แข่ง ขณะที่ราคาขายสินค้าได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท * **Volume:** ปริมาณขายสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 และปัญหาการขนส่งของคู่แข่ง * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.18% เป็น 18.52% แม้ต้นทุนการผลิตจะสูงขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้และการบริหารจัดการต้นทุนบางส่วนช่วยหนุน GPM * **ช่องทางขาย:** รายได้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการขายต่างประเทศ (94.02%) โดยบริษัทมีแผนขยายตลาดและสร้างแบรนด์ของตนเอง (Benas, Cornista) * **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน สะท้อนการขายที่สูงขึ้น * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก แต่ก็สร้างผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น * **ฤดูกาลผลิต:** การผลิตสินค้าบางรายการ เช่น ข้าวโพดหวาน ได้รับคำสั่งซื้อพิเศษจากสถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,634.49 ล้านบาท ลดลง 1.82% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากสินค้าคงคลังที่ลดลง และเงินสดที่ลดลงจากการเร่งการเพาะปลูก * **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 356.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.88% จากปีก่อน โดยมีสัดส่วนหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน 140.44 ล้านบาท * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 1,278.48 ล้านบาท ลดลง 2.55% จากปีก่อน โดยมีผลกำไรสะสมในส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรรลดลง * **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ปี 2565 มีเงินสดได้มาจากการดำเนินงาน 59.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.46% จากปีก่อนที่ใช้ไป 59.73 ล้านบาท เนื่องมาจากเงินสดรับจากการขายสูงกว่าปีก่อน และการชำระหนี้เจ้าหนี้การค้าของบริษัทย่อย * **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ปี 2565 อยู่ที่ 3.50 เท่า ลดลงจากปีก่อน แต่ยังถือว่ามีสภาพคล่องเพียงพอ * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** อยู่ที่ 0.28 เท่า ## สรุปท้าย ปี 2565 เป็นปีที่บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM สามารถพลิกสถานการณ์จากผลขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้จากการขายเติบโตถึง 26.63% เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าและการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยหนุนรายได้จากการส่งออก แม้จะเผชิญกับต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นได้ช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
239.01 ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91 ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91 %
กำไรสุทธิ
-15.14 ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33 %
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9% YoY
D/E Ratio
0.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
239.01
+13.91%
209.83
-34.26%
319.19
+9.00%
292.83
+34.10%
218.37
-6.92%
234.60
-59.77%
กำไรขั้นต้น
18.91
-15.46%
22.37
-68.39%
70.76
+36.08%
52.00
+510.54%
8.52
-69.11%
27.57
-5.19%
ค่าใช้จ่ายรวม
37.82
+29.36%
29.23
-40.99%
49.54
-12.85%
56.85
+79.00%
31.76
+15.88%
27.41
-19.14%
กำไรสุทธิ
-15.14
-93.94%
-7.81
-158.42%
13.36
+136.96%
-36.15
+14.22%
-42.14
-1,552.67%
-2.55
-132.85%
กำไรต่อหุ้น
-0.04
-100.00%
-0.02
-157.14%
0.04
+136.84%
-0.10
+14.41%
-0.11
-1,485.71%
-0.01
-135.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
7.91
-25.80%
10.66
-51.92%
22.17
+24.83%
17.76
+355.38%
3.90
-66.81%
11.75
+135.47%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
15.82
+13.57%
13.93
-10.24%
15.52
-20.04%
19.41
+33.49%
14.54
+24.49%
11.68
+101.03%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-6.33
-70.16%
-3.72
-188.78%
4.19
+133.93%
-12.35
+36.01%
-19.30
-1,670.64%
-1.09
-181.95%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
2.99
-82.64%
17.22
+226.62%
-13.60
+27.58%
-18.78
-120.16%
-8.53
+55.32%
-19.09
-170.70%
ROE(%)
1.46
-62.94%
3.94
-47.26%
7.47
+401.21%
-2.48
+50.00%
-4.96
0.00
ROA(%)
1.77
-71.95%
6.31
-6.38%
6.74
+390.52%
-2.32
+53.51%
-4.99
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.10
0.10
-9.09%
0.11
-60.71%
0.28
+7.69%
0.26
0.00
P/E
19.45
+79.10%
10.86
-36.19%
17.02
+117.02%
-100.00
0.00
-100.00%
89.13
+218.55%
P/BV
0.47
-11.32%
0.53
-15.87%
0.63
-20.25%
0.79
-4.82%
0.83
+12.16%
0.74
BV
3.58
-2.98%
3.69
+6.96%
3.45
+5.18%
3.28
-4.65%
3.44
-5.23%
3.63
-1.63%
YIELD(%)
5.88
+28.10%
4.59
+130.65%
1.99
1.99
0.00
-100.00%
2.24
-70.76%
ราคาหุ้น
1.70
-13.27%
1.96
-10.09%
2.18
-15.50%
2.58
-9.15%
2.84
+5.97%
2.68
-2.19%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
865.56
+1.17%
855.57
+2.97%
830.90
-8.89%
911.97
+6.63%
855.26
-12.91%
982.06
-2.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
615.43
-4.61%
645.18
-7.36%
696.46
-3.61%
722.52
-10.75%
809.57
+51.16%
535.59
-0.32%
รวมสินทรัพย์
1,481.00
-1.32%
1,500.75
-1.74%
1,527.35
-6.55%
1,634.49
-1.82%
1,664.83
+9.70%
1,517.64
-2.04%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
62.21
-2.27%
63.66
-14.13%
74.13
-71.54%
260.53
+3.21%
245.53
+210.39%
79.10
+16.08%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
72.09
+7.58%
67.01
-17.86%
81.58
-14.57%
95.49
-4.96%
100.47
+48.84%
67.50
-5.26%
รวมหนี้สิน
134.30
+2.78%
130.67
-16.09%
155.71
-56.26%
356.01
+0.88%
346.00
+136.01%
146.61
+5.17%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,346.70
-1.71%
1,370.08
-0.11%
1,371.64
+7.29%
1,278.48
-2.55%
1,318.83
-3.81%
1,371.04
-2.75%
D/E
0.10
0.10
0.11
0.28
0.26
0.11
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.46
3.94
7.47
-2.48
-4.96
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.77
6.31
6.74
-2.32
-4.99
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
13.91
13.44
11.21
3.50
3.48
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
6.41
8.72
6.61
1.60
1.27
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
49.24
45.33
0.00
0.00
37.40
37.81
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
150.77
120.09
0.00
0.00
184.95
184.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
22.50
22.16
0.00
0.00
26.90
24.82
วงจรเงินสด
177.51
143.26
0.00
0.00
195.45
197.80
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
188.52
-580.43%
-39.24
-31.96%
-57.67
-222.21%
47.19
-0.19%
47.28
-24.51%
62.63
-9.95%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
117.39
+195.10%
39.78
-202.00%
-39.00
+0.05%
-38.98
-88.03%
-325.62
+820.09%
-35.39
+307.72%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
38.09
+8.39%
35.14
+19,422.22%
0.18
-101.11%
-16.20
-130.87%
52.48
-12,304.65%
-0.43
+168.75%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
344.00
+864.13%
35.68
-136.97%
-96.50
+1,106.25%
-8.00
-93.59%
-124.85
+281.57%
-32.72
-156.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
296.23
+6.54%
278.04
+44.76%
192.07
-2.07%
196.12
+32.86%
147.61
-18.14%
180.33
+47.39%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
135.95
-54.15%
296.51
+6.64%
278.04
+44.76%
192.07
-2.07%
196.12
+32.86%
147.61
-18.14%