บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6988 out_tok=2899 at=2026-07-25T11:59:18 -->
# CM Q3/2566 กำไรสุทธิฟื้นตัว QoQ แต่หดตัว YoY รับผลขาดทุนตราสารทุน-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้รวมโต 4.5% YoY หนุนกำไรสุทธิ Q3/66 ที่ 30.52 ล้านบาท แม้ GPM หดตัว เหตุต้นทุนบุคลากรสูงขึ้น
บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 446.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 30.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 27.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้น และการรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ CM ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการให้บริการงานโครงการภาคเอกชนและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่แข็งแกร่ง ชดเชยรายได้ภาครัฐที่ลดลง แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบุคลากร และการรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารทุนที่กำหนดให้วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม** ทำให้กำไรสุทธิแม้จะฟื้นตัว QoQ แต่ยังคงหดตัว YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้รวมเติบโต YoY:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 4.5% มาอยู่ที่ 446.93 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการให้บริการงานโครงการภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น 29.4% และรายได้จากงานธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เพิ่มขึ้น 22.2% ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าของโครงการใหม่ๆ และการขยายงานในกลุ่มธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานโครงการภาครัฐลดลง 11.8% เนื่องจากความล่าช้าของงบประมาณลงทุนภาครัฐ และรายได้จากงานโครงการต่างประเทศลดลง 21.2% เนื่องจากหลายโครงการเข้าสู่ช่วงท้าย
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** GPM ลดลงมาอยู่ที่ 27.1% จาก 30.6% ใน Q3/2565 และ 29.7% ใน Q2/2566 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและให้บริการ ซึ่งคิดเป็น 72.9% ของรายได้ เพิ่มขึ้นจาก 69.4% ใน Q3/2565 และ 70.3% ใน Q2/2566 โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร
* **ผลขาดทุนจากตราสารทุน:** มีการรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารทุนที่กำหนดให้วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมจำนวน 13.05 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 27.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 6.4% QoQ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารมีประสิทธิภาพ:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.3% YoY และ 12.7% QoQ สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีของฝ่ายจัดการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลขาดทุนจากตราสารทุน อย่างไรก็ตาม **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับแรงกดดันต่อ GPM จากต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้น และ **มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของรายได้จากงานโครงการภาคเอกชนและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการรับรู้รายได้งานโครงการภาครัฐที่ลดลงยังคงเป็นเหตุผลเดียวกับไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐอาจส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนรายได้งานโครงการต่างประเทศที่ลดลงเนื่องจากโครงการเข้าสู่ช่วงท้ายนั้นเป็นลักษณะตามฤดูกาลดำเนินงาน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/66 เท่ากับ 446.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% YoY** จาก 427.82 ล้านบาทใน Q3/65
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เท่ากับ 30.52 ล้านบาท ลดลง 27.2% YoY** จาก 41.94 ล้านบาทใน Q3/65 แต่เพิ่มขึ้น 20.8% QoQ จาก 25.26 ล้านบาทใน Q2/66
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 27.1%** จาก 30.6% ใน Q3/65 และ 29.7% ใน Q2/66 โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้น
* **รับรู้ผลขาดทุนจากตราสารทุน 13.05 ล้านบาท** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.3% YoY** สะท้อนประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
CM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 446.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 443.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY และ 16.9% QoQ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ทำให้ต้นทุนขายและให้บริการอยู่ที่ 323.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% YoY และ 22.8% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 27.1% จาก 30.6% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.3% YoY มาอยู่ที่ 76.35 ล้านบาท
ผลประกอบการสุทธิอยู่ที่ 30.52 ล้านบาท ลดลง 27.2% YoY เนื่องจากผลขาดทุนจากตราสารทุน 13.05 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 20.8% QoQ จาก 25.26 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.8%
## โอกาส
* **การเติบโตของงานโครงการภาคเอกชน:** รายได้จากงานโครงการภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 29.4% YoY แสดงถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในบริการของบริษัท
* **การขยายตัวของธุรกิจเกี่ยวเนื่อง:** รายได้จากงานธุรกิจเกี่ยวเนื่องเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 164.3% QoQ และ 22.2% YoY จากการรับงานโครงการก่อสร้างใหม่ๆ เพิ่มเติม
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง YoY แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท
* **การลดภาระดอกเบี้ย:** การชำระคืนเงินกู้ยืมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันรายได้จากงานโครงการภาครัฐ ซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้
* **ต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น และอาจเป็นแรงกดดันต่อเนื่องหากไม่สามารถปรับราคาบริการได้ทัน
* **ความผันผวนของรายได้โครงการต่างประเทศ:** รายได้จากส่วนนี้ลดลงในไตรมาสนี้ เนื่องจากโครงการเข้าสู่ช่วงท้าย อาจมีความไม่แน่นอนในโครงการใหม่ๆ
* **ความเสี่ยงจากตราสารทุน:** การลงทุนในตราสารทุนมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าตามราคาตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ภาครัฐ:** การฟื้นตัวของงบประมาณลงทุนภาครัฐ และการรับงานโครงการใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากร:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและส่งผ่านไปยังราคาบริการ
* **การเติบโตของงานโครงการภาคเอกชนและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตและโอกาสในการรับงานใหม่
* **การลงทุนในตราสารทุน:** การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนและผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การดำเนินงานโครงการต่างประเทศ:** โอกาสในการได้งานใหม่ๆ เพื่อชดเชยโครงการที่ใกล้สิ้นสุด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและบริหารโครงการ CM ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐและเอกชน โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว โดยรายได้จากงานโครงการภาคเอกชนเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความต้องการใช้บริการที่ยังคงมีอยู่ ในขณะที่รายได้จากธุรกิจเกี่ยวเนื่องก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนบุคลากรเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นต้นทุนหลักในการดำเนินธุรกิจ และส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น การที่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีเป็นปัจจัยบวก แต่การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการปรับราคาบริการที่เหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
การรับรู้ผลขาดทุนจากตราสารทุนเป็นปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ดูอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เป็นรายการที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งคราว การติดตามแนวโน้มการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจึงเป็นสิ่งจำเป็น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 CM มีสินทรัพย์รวม 2,404.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 25.1% เป็น 563.74 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการค้างรับชำระเงินของโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.6% จากการลงทุนในตราสารทุน อาคาร และบริษัทร่วม
หนี้สินรวมลดลง 2.3% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 1,271.07 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ทั้งระยะสั้นและยาวรวม 42.00 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 1.12 เท่า จาก 1.26 เท่า ณ สิ้นปี 2565
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 10.1% เป็น 1,133.89 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นและการจดทะเบียนเพิ่มทุน
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น อัตราส่วนทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 1.88 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลง แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
CM ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนบุคลากรที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากตราสารทุน ทำให้กำไรสุทธิหดตัว YoY แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้จากงานโครงการภาคเอกชนและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดีและการบริหารจัดการหนี้สินที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้ภาครัฐและการบริหารจัดการต้นทุนบุคลากรเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
239.01
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91
%
กำไรสุทธิ
-15.14
ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
188.52
-580.43%
|
-39.24
-31.96%
|
-57.67
-222.21%
|
47.19
-0.19%
|
47.28
-24.51%
|
62.63
-9.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.39
+195.10%
|
39.78
-202.00%
|
-39.00
+0.05%
|
-38.98
-88.03%
|
-325.62
+820.09%
|
-35.39
+307.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.09
+8.39%
|
35.14
+19,422.22%
|
0.18
-101.11%
|
-16.20
-130.87%
|
52.48
-12,304.65%
|
-0.43
+168.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
344.00
+864.13%
|
35.68
-136.97%
|
-96.50
+1,106.25%
|
-8.00
-93.59%
|
-124.85
+281.57%
|
-32.72
-156.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
296.23
+6.54%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|
180.33
+47.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.95
-54.15%
|
296.51
+6.64%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|