บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11350 out_tok=3346 at=2026-07-27T08:56:21 -->
# CM กำไรสุทธิพลิกขาดทุน 7.4 ล้านบาทใน Q2/64 รับต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่งพุ่ง
## รายได้ฟื้นตัว 23% QoQ แต่ต้นทุนพุ่งกดดัน กำไรสุทธิ Q2/64 พลิกขาดทุน 7.4 ล้านบาท
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกจากกำไร 2.67 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า มาเป็นขาดทุนสุทธิ 7.40 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 23.24% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภัยแล้ง ประกอบกับค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อย ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการถูกกดดันอย่างหนัก
## Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งพุ่ง กดดัน GPM และกำไรสุทธิ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ CM พลิกจากบวก 1.10% ในไตรมาส 1 ปี 2564 เป็นขาดทุนสุทธิ -3.52% ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **ต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นจากราคาน้ำมันและปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 23.24% QoQ แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** เอกสารระบุว่าต้นทุนขายต่อหน่วยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากคุณภาพวัตถุดิบที่เก็บเกี่ยวในช่วงภัยแล้งตอนต้นไตรมาส 2 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตและทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเกษตรปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าขนส่งพุ่งสูง:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย และต้นทุนค่าขนส่งสินค้าที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันโลกและค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เงินบาทอ่อนค่าจะช่วยหนุนรายได้จากการส่งออก แต่บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.87 ล้านบาท เทียบกับผลกำไร 12.28 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องจับตา**
เอกสารระบุว่าสถานการณ์ค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันและตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน **คาดว่าจะยังคงอยู่ไปจนถึงช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2564** ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยกดดันด้านต้นทุนนี้มีแนวโน้มต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง ส่วนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภัยแล้งนั้นอาจเป็นลักษณะครั้งคราว ขึ้นอยู่กับฤดูกาลเพาะปลูกและสภาพอากาศในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุถึงปัจจัยเหล่านี้ในส่วนของ "ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564" แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/64 พุ่ง 23.24% QoQ สู่ 299.53 ล้านบาท:** มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายตามฤดูกาลและคำสั่งซื้อ รวมถึงผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 7.40 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 2.67 ล้านบาทใน Q1/64 โดยมีอัตราขาดทุนสุทธิ -3.52%
* **ต้นทุนขายเพิ่ม 21.43% QoQ:** สาเหตุหลักจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบเกษตรที่สูงขึ้นจากภัยแล้ง และค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากการใช้ Solar Roof
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารพุ่ง 25.34% QoQ:** จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย และต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ดีขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 12.33% เพิ่มขึ้นจาก 11.02% ใน Q1/64 แต่ GPM โดยรวมยังต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 18.55%
* **เงินบาทอ่อนค่า:** อ่อนค่าลงประมาณ 4% จากต้นปี สู่ระดับ 31.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐใน Q2/64 หนุนรายได้ส่งออก แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.87 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขาย 299.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.24% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่ 243.04 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากปริมาณขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและคำสั่งซื้อ รวมถึงผลจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 21.43% เป็น 262.60 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภัยแล้ง และค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากการใช้ Solar Roof ทำให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.68% QoQ แต่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.33% ลดลงจาก 18.55% ใน Q2/63
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 25.34% เป็น 47.22 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย และต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 7.40 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2.67 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และขาดทุนสุทธิ -3.52% เทียบกับกำไรสุทธิ 1.10% ใน Q1/64
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 รายได้รวมลดลง 5.54% เป็น 299.53 ล้านบาท จากปริมาณขายต่างประเทศที่ลดลงเนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ในญี่ปุ่น ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.68% เป็น 262.60 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 37.24% เป็น 36.93 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 33.57% เป็น 47.22 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 7.40 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 10.11 ล้านบาทใน Q2/63
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2564 รายได้รวมลดลง 11.94% เป็น 542.57 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 4.73 ล้านบาท เทียบกับกำไร 12.67 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** แม้จะมีความแตกต่างระหว่างประเทศ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วที่ฉีดวัคซีนได้ดี จะช่วยหนุนการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป
* **การบริโภคภายในครัวเรือน:** แม้การบริโภคนอกบ้านอาจลดลงจากการควบคุมการระบาด แต่การบริโภคภายในครัวเรือนที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจเป็นโอกาสสำหรับสินค้าอาหารแช่แข็ง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งเป็นผลดีต่อรายได้จากการส่งออกของบริษัท
* **การใช้ Solar Roof:** การลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากการผลิตไฟฟ้าใช้เอง ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่:** ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าหลัก เช่น ญี่ปุ่น อาจทำให้ปริมาณการบริโภคลดลง และส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อ
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นอาจส่งผลให้ผลผลิตเสียหายและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนค่าขนส่งสูง:** ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องถึง Q4/64
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เงินบาทอ่อนค่าจะเป็นผลดี แต่ความผันผวนอาจสร้างผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
* **การรับรู้ค่าใช้จ่ายบริษัทย่อย:** การขยายธุรกิจผ่านบริษัทย่อยอาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** ผลกระทบจากภัยแล้งต่อผลผลิตและราคาวัตถุดิบในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป
* **สถานการณ์ค่าขนส่ง:** ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และแนวโน้มราคาน้ำมันโลก
* **ปริมาณคำสั่งซื้อจากตลาดหลัก:** โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 และมาตรการควบคุม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** มาตรการของบริษัทในการควบคุมและลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ผลประกอบการของบริษัทย่อย:** การรับรู้ค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบเกษตรปรับตัวสูงขึ้นจากภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อ GPM โดยรวม แม้ราคาขายสินค้าจะได้รับแรงหนุนจากเงินบาทอ่อนค่า
* **Volume:** ปริมาณขายในประเทศลดลง QoQ (-33.10%) แต่ปริมาณขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น QoQ (28.31%) ทำให้รายได้รวม Q2/64 เพิ่มขึ้น QoQ อย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 12.33% เพิ่มขึ้นจาก Q1/64 (11.02%) แต่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ Q2/63 (18.55%) สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุน
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายต่างประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (95.52% ของรายได้รวม) แม้รายได้ในประเทศจะลดลงสัดส่วนลง
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 12.70% QoQ สอดคล้องกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เงินบาทอ่อนค่าหนุนรายได้ส่งออก แต่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.87 ล้านบาท
* **ฤดูกาลผลิต:** ปริมาณขายเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ภัยแล้งส่งผลกระทบต่อคุณภาพและต้นทุนวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,751.28 ล้านบาท ลดลง 2.43% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากสินค้าคงเหลือที่ลดลง 12.70% หนี้สินรวมอยู่ที่ 364.04 ล้านบาท ลดลง 7.51% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการชำระเงินกู้ยืมระยะยาวของบริษัทย่อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,386.85 ล้านบาท ลดลง 1.03% จากไตรมาสก่อน โดยมีผลกำไรสะสมลดลงเล็กน้อย
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 49.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ติดลบ 57.27 ล้านบาท (ตัวเลขในตารางสรุปฐานะทางการเงินที่สำคัญระบุว่าเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน Q2/64 คือ 49.74 ล้านบาท แต่ในตารางสรุปข้อมูลทางการเงินที่สำคัญระบุเป็น -57.27 ล้านบาท ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนในการนำเสนอข้อมูล) อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการจ่ายเงินสดเพื่อซื้ออาคารและอุปกรณ์ 44.79 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 8.05 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 5.39 เท่าในไตรมาสก่อน สะท้อนสภาพคล่องที่เพียงพอ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงเล็กน้อยเป็น 0.27 เท่า
## สรุปท้าย
CM เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิพลิกขาดทุนคือต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภัยแล้ง และต้นทุนค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก แม้รายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีตามฤดูกาลและผลจากเงินบาทอ่อนค่า แต่ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ ปัจจัยกดดันด้านค่าขนส่งคาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงปลายปี ทำให้บริษัทต้องจับตาบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเสี่ยงจากการระบาดของ COVID-19 และความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
239.01
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91
%
กำไรสุทธิ
-15.14
ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
188.52
-580.43%
|
-39.24
-31.96%
|
-57.67
-222.21%
|
47.19
-0.19%
|
47.28
-24.51%
|
62.63
-9.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.39
+195.10%
|
39.78
-202.00%
|
-39.00
+0.05%
|
-38.98
-88.03%
|
-325.62
+820.09%
|
-35.39
+307.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.09
+8.39%
|
35.14
+19,422.22%
|
0.18
-101.11%
|
-16.20
-130.87%
|
52.48
-12,304.65%
|
-0.43
+168.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
344.00
+864.13%
|
35.68
-136.97%
|
-96.50
+1,106.25%
|
-8.00
-93.59%
|
-124.85
+281.57%
|
-32.72
-156.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
296.23
+6.54%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|
180.33
+47.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.95
-54.15%
|
296.51
+6.64%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|