บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11709 out_tok=3314 at=2026-07-25T13:34:59 -->
CM กำไรสุทธิหดตัวแรง QoQ รับต้นทุนพุ่ง-บาทอ่อนฉุด GPM แต่ฟื้นตัว YoY จาก FX หนุน
ฝ่ายจัดการ CM เผย Q3/65 รายได้รวมลดลง 18.41% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังปริมาณขายในตลาดหลักลดลง ขณะที่ต้นทุนขายต่อหน่วยสูงขึ้นจากค่าไฟฟ้าและน้ำมัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 30.39% และขาดทุนสุทธิ 14.77 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.34% จากการอ่อนค่าของเงินบาทและการปรับราคาขาย ขณะที่การขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในเมียนมาปีก่อนหายไป ทำให้กำไรสุทธิขาดทุนลดลง 45.53%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ CM ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการปรับตัวขึ้นของต้นทุนการผลิต** ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX):**
* **QoQ:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างรวดเร็วในไตรมาส 3 ปี 2565 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 ทำให้บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 5.16 ล้านบาท เป็น 16.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลกำไรสุทธิให้พลิกจากกำไร 7.94 ล้านบาทในไตรมาส 2 เป็นขาดทุน 14.77 ล้านบาทในไตรมาส 3
* **YoY:** ในทางกลับกัน การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 (32.92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับ 36.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ) ช่วยหนุนรายได้จากการขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาทให้เพิ่มขึ้น 10.34% และช่วยชดเชยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนได้บางส่วน นอกจากนี้ การที่ปีก่อนมีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในเมียนมา 7.61 ล้านบาท ซึ่งปีนี้ไม่มีรายการนี้ ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลง 45.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ต้นทุนขายต่อหน่วยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จากค่าไฟฟ้าผันแปรที่สูงขึ้น น้ำมันเตา และค่าบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20.66% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เหลือ 17.63% ในไตรมาส 3 ปี 2565
* **ปริมาณขายที่ลดลง (QoQ):** รายได้จากการขายรวมลดลง 18.41% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 เนื่องจากปริมาณขายสินค้าที่ลดลงในประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับผลกระทบ QoQ) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับต้นทุนและ FX)**
* **ผลกระทบจากปริมาณขายที่ลดลง QoQ:** มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว โดยฝ่ายจัดการคาดว่าการที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศอาจทำให้ความต้องการสินค้าปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2565
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยด้านราคาไฟฟ้า น้ำมัน และบรรจุภัณฑ์ ยังคงเป็นแรงกดดัน โดยเฉพาะการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 จะส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงงานปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** มีแนวโน้มที่จะผันผวนและอาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จากภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้รายได้และค่าระวางเรือ ขณะที่ค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อาจส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้าของคู่ค้า
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/65 อยู่ที่ 326.23 ล้านบาท ลดลง 18.41% QoQ** แต่เพิ่มขึ้น 10.34% YoY
* **ขาดทุนสุทธิ Q3/65 อยู่ที่ 14.77 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 7.94 ล้านบาทใน Q2/65 แต่ขาดทุนลดลง 45.53% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 20.66% ใน Q2/65 เป็น 17.63% ใน Q3/65 เนื่องจากต้นทุนขายต่อหน่วยสูงขึ้น
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น** เป็น 16.89 ล้านบาทใน Q3/65 จาก 5.16 ล้านบาทใน Q2/65
* **รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** 65.36% QoQ และ 80.15% YoY คิดเป็นสัดส่วน 6.49% ของรายได้รวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM มีรายได้จากการขายรวม 326.23 ล้านบาท ลดลง 18.41% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งมีมูลค่า 399.86 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากปริมาณขายสินค้าที่ลดลงในประเทศคู่ค้าสำคัญเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.34% จาก 295.66 ล้านบาท เป็น 326.23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และการปรับราคาขายสินค้าบางรายการเพื่อชดเชยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ต้นทุนขายในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 268.71 ล้านบาท ลดลง 15.30% QoQ สอดคล้องกับปริมาณขายที่ลดลง แต่ต้นทุนขายต่อหน่วยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่ามันเตา และค่าบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 57.52 ล้านบาท ลดลง 30.39% QoQ และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20.66% ใน Q2/65 เป็น 17.63% ใน Q3/65
บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.16 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 16.89 ล้านบาทใน Q3/65 ประกอบกับค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อย ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 14.77 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิ 7.94 ล้านบาทใน Q2/65
เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10.34% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท และการปรับราคาขายสินค้า ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 82.37% YoY จาก 31.54 ล้านบาท เป็น 57.52 ล้านบาท แม้จะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 54.09% YoY และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายสูงขึ้น แต่การที่ไม่มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในเมียนมา 7.61 ล้านบาทในปีนี้ ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลง 45.53% YoY จาก 27.12 ล้านบาท เป็น 14.77 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดญี่ปุ่น:** การที่ประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศ อาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2565
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ช่วยเพิ่มรายได้จากการขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาท และอาจส่งผลดีต่อการส่งออกในระยะต่อไป หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้
* **การเติบโตของรายได้ในประเทศ:** รายได้จากการขายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้ง QoQ และ YoY แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดภายในประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และอาจส่งผลต่อต้นทุนค่าระวางเรือ
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ค่าไฟฟ้า น้ำมัน และค่าบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินที่ตึงตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าของประเทศคู่ค้าหลัก
* **ปรากฏการณ์ลานีญาและราคาปุ๋ย:** ปริมาณฝนที่มากกว่าค่าเฉลี่ยและราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณขายในตลาดหลัก:** โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น หลังการเปิดประเทศ เพื่อประเมินการฟื้นตัวของอุปสงค์
* **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และค่าเงินเยน จะส่งผลต่อรายได้และต้นทุน
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้า น้ำมัน บรรจุภัณฑ์ และค่าแรงงาน
* **การปรับราคาขายสินค้า:** ความสามารถในการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค โดยไม่กระทบต่อปริมาณขายมากเกินไป
* **การเติบโตของรายได้ในประเทศ:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของตลาดในประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนขายต่อหน่วยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า น้ำมันเตา และค่าบรรจุภัณฑ์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **Volume:** ปริมาณขายในตลาดคู่ค้าหลัก (ญี่ปุ่น) ลดลง QoQ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น แต่คาดว่าจะฟื้นตัวได้จากการเปิดประเทศ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20.66% ใน Q2/65 เป็น 17.63% ใน Q3/65 จากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายในประเทศเติบโตโดดเด่น เพิ่มขึ้น 80.15% YoY คิดเป็นสัดส่วน 6.49% ของรายได้รวม
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 6.18% QoQ
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทหนุนรายได้จากการขาย YoY แต่สร้างผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น QoQ
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสารสำหรับไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q3/65 อยู่ที่ 1,691.78 ล้านบาท ลดลง 1.24% QoQ โดยมีปัจจัยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น Q3/65 อยู่ที่ 426.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.46% QoQ ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินสัญญาอนุพันธ์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ที่ 0.34 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.32 เท่าในไตรมาสก่อน
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.80 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 2.96 เท่าใน Q2/65
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 16.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ติดลบ 43.43 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CM เผชิญความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 3 ปี 2565 ทำให้ผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุนสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าการอ่อนค่าของเงินบาทจะช่วยหนุนรายได้เมื่อเทียบกับปีก่อนและลดผลขาดทุนสุทธิลง แต่แรงกดดันด้านต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่โอกาสจากการเปิดประเทศของญี่ปุ่นและการเติบโตของตลาดในประเทศเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยหนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
239.01
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91
%
กำไรสุทธิ
-15.14
ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
188.52
-580.43%
|
-39.24
-31.96%
|
-57.67
-222.21%
|
47.19
-0.19%
|
47.28
-24.51%
|
62.63
-9.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.39
+195.10%
|
39.78
-202.00%
|
-39.00
+0.05%
|
-38.98
-88.03%
|
-325.62
+820.09%
|
-35.39
+307.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.09
+8.39%
|
35.14
+19,422.22%
|
0.18
-101.11%
|
-16.20
-130.87%
|
52.48
-12,304.65%
|
-0.43
+168.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
344.00
+864.13%
|
35.68
-136.97%
|
-96.50
+1,106.25%
|
-8.00
-93.59%
|
-124.85
+281.57%
|
-32.72
-156.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
296.23
+6.54%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|
180.33
+47.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.95
-54.15%
|
296.51
+6.64%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|