บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11328 out_tok=2802 at=2026-07-25T13:15:01 -->
# CM กำไรสุทธิหด 7,144% รับผลกระทบโควิด-19-ต้นทุนพุ่ง Q4/64
## รายได้-กำไร Q4/64 ลดลงจากปริมาณขายหด-ต้นทุนพุ่ง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักโควิด-19-ค่าขนส่งแพง
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 80.88 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 1.15 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณขายสินค้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CM ในปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **ปริมาณขายสินค้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งในประเทศและประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างญี่ปุ่น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้า ทำให้รายได้จากการขายรวมลดลง 3.73% มาอยู่ที่ 1,055.59 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (0.09%) แต่เมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลง ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนขายของบริษัทย่อยที่มีต้นทุนจากกำลังการผลิตที่ถูกทิ้งว่างเปล่า เนื่องจากผลิตไม่ได้ตามแผน
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 20.86% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง และปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 และค่าใช้จ่ายทางการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 13.45% ในปี 2563 เหลือเพียง 10.18% ในปี 2564 และอัตรากำไรจากการดำเนินงานติดลบที่ -5.14% จากเดิม -0.23% ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 80.88 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการสั่งซื้อสินค้าได้ ขณะที่ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงช่วงไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ของบริษัท ในขณะที่ค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอาจส่งผลดีต่อต้นทุนการนำเข้าของคู่ค้า
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 80.88 ล้านบาท:** จากเดิมกำไร 1.15 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นการเปลี่ยนแปลง -7,143.79%
* **รายได้รวมลดลง 3.73%:** อยู่ที่ 1,055.59 ล้านบาท จาก 1,096.53 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** เหลือ 10.18% จาก 13.45% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารพุ่ง 20.86%:** จาก 133.36 ล้านบาท เป็น 161.81 ล้านบาท
* **การด้อยค่าทรัพย์สิน:** มีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตจากเงินมัดจำที่ดินในเมียนมาร์ 25.36 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 9.70%:** เป็น 1,664.83 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการลงทุนในบริษัทย่อยและที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 136.00%:** เป็น 346.00 ล้านบาท จาก 146.61 ล้านบาท โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขาย 1,055.59 ล้านบาท ลดลง 3.73% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็น 93.75% ของรายได้รวม ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศคู่ค้าสำคัญ ในขณะที่รายได้ในประเทศลดลง 10.44%
ต้นทุนขายลดลงเล็กน้อย 0.09% มาอยู่ที่ 948.11 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลง ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 27.14% มาอยู่ที่ 107.48 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 10.18%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 20.86% เป็น 161.81 ล้านบาท จากปัจจัยด้านค่าขนส่งที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการป้องกัน COVID-19 ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 54.24 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 80.88 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** แม้จะมีความผันผวน แต่การฉีดวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการในบางประเทศอาจช่วยกระตุ้นการบริโภคและคำสั่งซื้อสินค้า
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** อาจส่งผลดีต่อการรับรู้รายได้จากการส่งออก หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้
* **การลงทุนในบริษัทย่อย:** การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงการลงทุนในบริษัท ซิโน-ไทยฟรีซแอนด์ดราย จำกัด อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ในหลายประเทศอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและคำสั่งซื้อสินค้า โดยเฉพาะในประเทศคู่ค้าสำคัญ
* **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือ:** สถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะยืดเยื้อถึงกลางปี 2565
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ ในขณะที่ค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าของคู่ค้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบทางการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงภัยแล้งส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **กำลังการผลิตที่ถูกทิ้งว่างเปล่า:** ต้นทุนส่วนนี้ของบริษัทย่อยส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการควบคุมการระบาดของ COVID-19 และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
* สถานการณ์ค่าขนส่งและค่าระวางเรือ รวมถึงราคาน้ำมันโลก
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และเงินบาทต่อเยน
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตร
* แผนการดำเนินงานของบริษัทย่อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนส่วนที่ถูกทิ้งว่างเปล่า
* การฟื้นตัวของปริมาณการขายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาส 3 จากภาวะภัยแล้ง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ขณะที่ราคาขายสินค้าไม่ได้ถูกระบุชัดเจนว่าปรับขึ้นตามหรือไม่ แต่จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุน
**Volume:** ปริมาณขายสินค้าโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรหดตัว
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 13.45% เหลือ 10.18% เนื่องจากปริมาณขายลดลง ต้นทุนขายต่อหน่วยสูงขึ้น และมีต้นทุนกำลังการผลิตที่ถูกทิ้งว่างเปล่า
**ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายต่างประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลัก (93.75%) แต่ลดลงเล็กน้อย รายได้ในประเทศลดลง 10.44%
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 8.38% มาอยู่ที่ 499.73 ล้านบาท คิดเป็น 30.02% ของสินทรัพย์รวม
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 แต่ฝ่ายจัดการมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ ในขณะที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอาจส่งผลดีต่อต้นทุนนำเข้าของคู่ค้า
**ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาส 3 จากภัยแล้ง ซึ่งส่งผลต่อผลผลิตในช่วงนั้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** รวม 1,664.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.70% จากปีก่อน โดยหลักจากการลงทุนในบริษัทย่อยและที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 12.91% มาอยู่ที่ 855.26 ล้านบาท แต่ยังคงคิดเป็นสัดส่วน 51.37% ของสินทรัพย์รวม
**หนี้สิน:** รวม 346.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.00% จากปีก่อน โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาว 141.61 ล้านบาท เพื่อลงทุนในบริษัทย่อยและชำระหนี้เดิมของบริษัทย่อยนั้น หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 210.40% เป็น 245.53 ล้านบาท
**อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน:** เพิ่มขึ้นจาก 0.11 เท่า เป็น 0.27 เท่า
**กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดใช้ไปจากการดำเนินงาน 59.73 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจากปีก่อนที่ได้มา 122.94 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อผลผลิตทางการเกษตรมากขึ้นและการชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
**สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 12.42 เท่า เหลือ 3.48 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนลดลงจาก 3.13 เท่า เหลือ 0.80 เท่า
## สรุปท้าย
CM พลิกขาดทุนสุทธิในปี 2564 จากผลกระทบของ COVID-19 ที่ทำให้ปริมาณขายลดลงอย่างหนัก ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปัจจัยบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดและต้นทุนที่ยังคงสูง ทำให้แนวโน้มผลประกอบการในระยะสั้นยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนและการฟื้นตัวของปริมาณการขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
239.01
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91
%
กำไรสุทธิ
-15.14
ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
188.52
-580.43%
|
-39.24
-31.96%
|
-57.67
-222.21%
|
47.19
-0.19%
|
47.28
-24.51%
|
62.63
-9.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.39
+195.10%
|
39.78
-202.00%
|
-39.00
+0.05%
|
-38.98
-88.03%
|
-325.62
+820.09%
|
-35.39
+307.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.09
+8.39%
|
35.14
+19,422.22%
|
0.18
-101.11%
|
-16.20
-130.87%
|
52.48
-12,304.65%
|
-0.43
+168.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
344.00
+864.13%
|
35.68
-136.97%
|
-96.50
+1,106.25%
|
-8.00
-93.59%
|
-124.85
+281.57%
|
-32.72
-156.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
296.23
+6.54%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|
180.33
+47.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.95
-54.15%
|
296.51
+6.64%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|