CM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
CM
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5454 out_tok=3115 at=2026-07-25T14:18:30 --> # NEP อ่วม Q1/2565 ขาดทุนเพิ่ม 1.57 ล้านบาท รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบ Flexible Packaging ## รายได้รวมหด 5.45% แต่รายได้อื่นโตเด่น จากค่าเช่า-บริการเครื่องจักร ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เน้น Trading กระสอบพลาสติก บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาท เป็น 11.74 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 10.17 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายรวมลดลง 5.45% เป็นผลจากการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก แต่รายได้อื่นกลับเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการรับค่าเช่าและบริการเครื่องจักร ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ NEP ในไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ และการที่ผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ประสบภาวะขาดทุนขั้นต้นจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ NEP เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ การที่รายได้จากการขายโดยรวมลดลง 5.45% หรือ 5.32 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทได้ยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก และหันมาทำในลักษณะ Outsourcing หรือ Trading โดยว่าจ้างผลิตจากผู้ผลิตรายอื่นแทน นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ซึ่งเป็นอีกกลุ่มธุรกิจหลัก กลับมีผลขาดทุนขั้นต้น เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติกโดยตรง ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวลดลง แม้ว่าบริษัทจะหันมาทำในรูปแบบ Trading ซึ่งช่วยให้มีกำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างแน่นอนจากการขายกระสอบพลาสติก แต่ก็ไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ที่บริษัทพยายามผลักดันให้เติบโต กลับเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนัก ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ทุกสัปดาห์ตามราคาน้ำมันโลก และความผันผวนจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้าไว้ได้ทัน ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2.10 ล้านบาท จากการรับค่าเช่าและค่าบริการเครื่องจักรผลิตกระสอบจากบริษัท วาวาแพค จำกัด ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากผลการดำเนินงานหลักได้บางส่วน **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** จากแนวทางที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ในปี 2565 คาดว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจกระสอบพลาสติกเป็น Outsourcing/Trading จะ **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นการขจัดความเสี่ยงด้าน Economy of Scale และการควบคุมของเสียที่บริษัทเคยประสบปัญหา และจะช่วยให้มีกำไรขั้นต้นที่แน่นอนขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging จะกลับมามีกำไรขั้นต้นได้หรือไม่นั้น **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ฝ่ายจัดการมีแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และวางแผนการกำหนดราคาขายให้สอดคล้องกับแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบ ซึ่งต้องรอดูผลการดำเนินงานในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาท (15.44%) จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 10.17 ล้านบาท * **รายได้จากการขายลดลง:** อยู่ที่ 92.24 ล้านบาท ลดลง 5.32 ล้านบาท (5.45%) จาก 97.57 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้อื่นเติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 2.10 ล้านบาท เป็น 2.71 ล้านบาท จาก 0.62 ล้านบาทในปีก่อน จากค่าเช่าและบริการเครื่องจักร * **ต้นทุนวัตถุดิบกระทบ Flexible Packaging:** ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 15-20% ทำให้ผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging มีผลขาดทุนขั้นต้น * **ปรับกลยุทธ์กระสอบพลาสติก:** หันทำในรูปแบบ Outsourcing/Trading โดยว่าจ้างผลิตจากพันธมิตรแทนการผลิตเอง * **ควบคุมค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยอดขาย และสามารถควบคุมได้ดีกว่าปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 92.24 ล้านบาท ลดลง 5.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติกที่ลดลงจากการยกเลิกสายการผลิต อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 2.10 ล้านบาท เป็น 2.71 ล้านบาท จากค่าเช่าและค่าบริการเครื่องจักร ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 94.95 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลง 6.14% เป็น 97.07 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับยอดขายที่ลดลง แสดงให้เห็นว่าต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้น 5.04 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 5.23% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ที่มีผลขาดทุนขั้นต้นจากการที่ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลงเล็กน้อยเป็น 2.32 ล้านบาท หรือ 2.51% ของยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 11.46 ล้านบาท หรือ 12.42% ของรายได้ ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน และแสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี ค่าตอบแทนผู้บริหารเพิ่มขึ้น 13.81% เป็น 3.78 ล้านบาท เนื่องจากมีการว่าจ้างบุคลากรระดับบริหารเพิ่มในฝ่ายการตลาดและขาย รวมถึงฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 5.60 ล้านบาท เป็น 8.10 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมมีผลกำไรลดลง โดยรวมแล้ว บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 11.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.57 ล้านบาท ## โอกาส * **รายได้อื่นเติบโต:** การรับค่าเช่าและค่าบริการเครื่องจักรจากบริษัท วาวาแพค จำกัด เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่ช่วยเสริมผลประกอบการ * **การทำ Trading กระสอบพลาสติก:** การเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจกระสอบพลาสติกเป็นการว่าจ้างผลิตจากพันธมิตร คาดว่าจะช่วยให้มีกำไรขั้นต้นที่แน่นอนขึ้น * **การขยายตลาด Flexible Packaging:** บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายและเร่งขยายตลาดผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน เพื่อเติมเต็มกำลังการผลิตที่ว่างอยู่ * **การลงทุนในเครื่องจักรใหม่:** การลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์สงคราม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging * **การกำหนดราคาขาย Flexible Packaging:** ความยากลำบากในการปรับราคาขายสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้วให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **การแข่งขันในตลาด Flexible Packaging:** แม้จะมีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ แต่การแข่งขันในตลาดบรรจุภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทร่วมลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลประกอบการ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของ Flexible Packaging * **กลยุทธ์การกำหนดราคาขาย:** ความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขาย Flexible Packaging ให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **การเติบโตของยอดขาย Flexible Packaging:** ประสิทธิภาพของแผนการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในการเพิ่มยอดขาย * **ผลกำไรจากธุรกิจ Trading กระสอบพลาสติก:** ความสามารถในการสร้างกำไรที่แน่นอนจากการว่าจ้างผลิต * **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ทิศทางผลกำไรของบริษัทร่วมที่จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไรของ NEP ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติก จากเดิมที่ผลิตเอง ได้เปลี่ยนมาเป็นการทำในลักษณะ Outsourcing หรือ Trading โดยว่าจ้างผลิตจากผู้ผลิตรายอื่นที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจแทน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการขจัดความเสี่ยงด้าน Economy of Scale และการควบคุมของเสียที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ และจะส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นที่แน่นอนจากการขายกระสอบพลาสติก ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายและเร่งขยายตลาดผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) เพื่อเติมเต็มกำลังการผลิตที่ยังว่างอยู่ โดยมีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มคุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานการผลิต การใช้วัตถุดิบ และการควบคุมของเสียอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging คือราคาวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 15-20% ทุกสัปดาห์ ตามราคาน้ำมันโลกและสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้บริษัทประสบปัญหาในการกำหนดราคาขายสินค้าที่ลูกค้ามีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 782.46 ล้านบาท ลดลง 0.29% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 39.08% เป็น 142.31 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นที่สูงขึ้น เนื่องจากการขายเครื่องจักรผลิตกระสอบพลาสติกให้กับบริษัท วาวาแพค จำกัด มูลค่า 12.68 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 1.32% เป็น 640.15 ล้านบาท โดยมีการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในบริษัทร่วม 8.10 ล้านบาท และที่ดินอาคารอุปกรณ์ลดลง 15.86 ล้านบาท จากการคิดค่าเสื่อมราคาและการขายเครื่องจักร หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7.41% เป็น 136.37 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 11.58% เป็น 127.79 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับซื้อวัตถุดิบ (TR) และเจ้าหนี้การค้า เนื่องจากมีการขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ และการสั่งวัตถุดิบมาสำรองในช่วงราคาปรับตัวสูงขึ้น หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 31.75% เป็น 8.58 ล้านบาท จากการคำนวณหนี้สินผลประโยชน์พนักงานใหม่หลังการยกเลิกสายการผลิตกระสอบพลาสติก บริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาวจากสถาบันทางการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.78% เป็น 646.09 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้ 11.74 ล้านบาท ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ NEP สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจกระสอบพลาสติกมาเป็น Trading ซึ่งคาดว่าจะสร้างกำไรขั้นต้นที่แน่นอนขึ้น แต่ยังคงเผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging แม้จะมีรายได้อื่นจากค่าเช่าและบริการเครื่องจักรเข้ามาช่วยเสริม แต่ภาพรวมยังคงมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น นักลงทุนต้องจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบ และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายผลิตภัณฑ์ Flexible Packaging รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ Trading กระสอบพลาสติก เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
239.01 ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91 ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91 %
กำไรสุทธิ
-15.14 ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33 %
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9% YoY
D/E Ratio
0.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
239.01
+13.91%
209.83
-34.26%
319.19
+9.00%
292.83
+34.10%
218.37
-6.92%
234.60
-59.77%
กำไรขั้นต้น
18.91
-15.46%
22.37
-68.39%
70.76
+36.08%
52.00
+510.54%
8.52
-69.11%
27.57
-5.19%
ค่าใช้จ่ายรวม
37.82
+29.36%
29.23
-40.99%
49.54
-12.85%
56.85
+79.00%
31.76
+15.88%
27.41
-19.14%
กำไรสุทธิ
-15.14
-93.94%
-7.81
-158.42%
13.36
+136.96%
-36.15
+14.22%
-42.14
-1,552.67%
-2.55
-132.85%
กำไรต่อหุ้น
-0.04
-100.00%
-0.02
-157.14%
0.04
+136.84%
-0.10
+14.41%
-0.11
-1,485.71%
-0.01
-135.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
7.91
-25.80%
10.66
-51.92%
22.17
+24.83%
17.76
+355.38%
3.90
-66.81%
11.75
+135.47%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
15.82
+13.57%
13.93
-10.24%
15.52
-20.04%
19.41
+33.49%
14.54
+24.49%
11.68
+101.03%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-6.33
-70.16%
-3.72
-188.78%
4.19
+133.93%
-12.35
+36.01%
-19.30
-1,670.64%
-1.09
-181.95%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
2.99
-82.64%
17.22
+226.62%
-13.60
+27.58%
-18.78
-120.16%
-8.53
+55.32%
-19.09
-170.70%
ROE(%)
1.46
-62.94%
3.94
-47.26%
7.47
+401.21%
-2.48
+50.00%
-4.96
0.00
ROA(%)
1.77
-71.95%
6.31
-6.38%
6.74
+390.52%
-2.32
+53.51%
-4.99
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.10
0.10
-9.09%
0.11
-60.71%
0.28
+7.69%
0.26
0.00
P/E
19.45
+79.10%
10.86
-36.19%
17.02
+117.02%
-100.00
0.00
-100.00%
89.13
+218.55%
P/BV
0.47
-11.32%
0.53
-15.87%
0.63
-20.25%
0.79
-4.82%
0.83
+12.16%
0.74
BV
3.58
-2.98%
3.69
+6.96%
3.45
+5.18%
3.28
-4.65%
3.44
-5.23%
3.63
-1.63%
YIELD(%)
5.88
+28.10%
4.59
+130.65%
1.99
1.99
0.00
-100.00%
2.24
-70.76%
ราคาหุ้น
1.70
-13.27%
1.96
-10.09%
2.18
-15.50%
2.58
-9.15%
2.84
+5.97%
2.68
-2.19%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
865.56
+1.17%
855.57
+2.97%
830.90
-8.89%
911.97
+6.63%
855.26
-12.91%
982.06
-2.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
615.43
-4.61%
645.18
-7.36%
696.46
-3.61%
722.52
-10.75%
809.57
+51.16%
535.59
-0.32%
รวมสินทรัพย์
1,481.00
-1.32%
1,500.75
-1.74%
1,527.35
-6.55%
1,634.49
-1.82%
1,664.83
+9.70%
1,517.64
-2.04%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
62.21
-2.27%
63.66
-14.13%
74.13
-71.54%
260.53
+3.21%
245.53
+210.39%
79.10
+16.08%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
72.09
+7.58%
67.01
-17.86%
81.58
-14.57%
95.49
-4.96%
100.47
+48.84%
67.50
-5.26%
รวมหนี้สิน
134.30
+2.78%
130.67
-16.09%
155.71
-56.26%
356.01
+0.88%
346.00
+136.01%
146.61
+5.17%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,346.70
-1.71%
1,370.08
-0.11%
1,371.64
+7.29%
1,278.48
-2.55%
1,318.83
-3.81%
1,371.04
-2.75%
D/E
0.10
0.10
0.11
0.28
0.26
0.11
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
1.46
3.94
7.47
-2.48
-4.96
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.77
6.31
6.74
-2.32
-4.99
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
13.91
13.44
11.21
3.50
3.48
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
6.41
8.72
6.61
1.60
1.27
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
49.24
45.33
0.00
0.00
37.40
37.81
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
150.77
120.09
0.00
0.00
184.95
184.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
22.50
22.16
0.00
0.00
26.90
24.82
วงจรเงินสด
177.51
143.26
0.00
0.00
195.45
197.80
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
188.52
-580.43%
-39.24
-31.96%
-57.67
-222.21%
47.19
-0.19%
47.28
-24.51%
62.63
-9.95%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
117.39
+195.10%
39.78
-202.00%
-39.00
+0.05%
-38.98
-88.03%
-325.62
+820.09%
-35.39
+307.72%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
38.09
+8.39%
35.14
+19,422.22%
0.18
-101.11%
-16.20
-130.87%
52.48
-12,304.65%
-0.43
+168.75%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
344.00
+864.13%
35.68
-136.97%
-96.50
+1,106.25%
-8.00
-93.59%
-124.85
+281.57%
-32.72
-156.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
296.23
+6.54%
278.04
+44.76%
192.07
-2.07%
196.12
+32.86%
147.61
-18.14%
180.33
+47.39%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
135.95
-54.15%
296.51
+6.64%
278.04
+44.76%
192.07
-2.07%
196.12
+32.86%
147.61
-18.14%