บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7916 out_tok=2899 at=2026-07-25T13:33:06 -->
# STARK โชว์รายได้ Q3/2564 พุ่ง 110% รับอานิสงส์โครงการรัฐ-เอกชนรุกคืบ
## รายได้-กำไรโตแรงตามการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายจัดการคาดการณ์ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท สตาร์คคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้หลักเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 110.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการดำเนินงานก่อสร้างโครงการภาครัฐและเอกชนที่ต่อเนื่อง รวมถึงการส่งมอบสินค้าที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการมองว่าแนวโน้มผลประกอบการยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STARK ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้หลัก (Core Revenues) ที่เพิ่มขึ้น 110.0%** จาก 4,655 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 9,777 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 129.9% จาก 398 ล้านบาท เป็น 915 ล้านบาท นอกจากนี้ **Adjusted Core EBITDA margin ยังปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 15.8% เป็น 25.7% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ (product mix) ที่เน้นสินค้า High Margin
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้หลักมาจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ
1. **การดำเนินงานก่อสร้างโครงการภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแผนงานและกำหนดการ:** แสดงให้เห็นถึงความต้องการสินค้าและบริการของบริษัทที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาด
2. **การส่งมอบสินค้าที่ขยับมาจากไตรมาสที่ 2 ปี 2564 มาส่งมอบในไตรมาสที่ 3 ปี 2564:** เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้ในไตรมาสนี้โดยเฉพาะ โดยมีมูลค่าประมาณ 900-1,000 ล้านบาท
ส่วนการปรับตัวดีขึ้นของ Adjusted Core EBITDA margin มาจากการที่บริษัทมุ่งเน้นสินค้าสำเร็จรูปของกลุ่ม High Margin เป็นหลัก ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าโครงการภาครัฐและเอกชนยังคงดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตามแผนงานและกำหนดการ ซึ่งบ่งชี้ถึงความต่อเนื่องของอุปสงค์ นอกจากนี้ การรับรู้ผลประกอบการของธุรกิจในเวียดนาม (TPC/DVN) ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว แม้ว่าการส่งมอบสินค้าที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนจะเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมและการบริหารจัดการภายในของบริษัทฯ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้หลัก (Core Revenues) ไตรมาส 3/2564 พุ่ง 110.0% YoY** แตะ 9,777 ล้านบาท จาก 4,655 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ (Net Profit) ไตรมาส 3/2564 เพิ่มขึ้น 129.9% YoY** เป็น 915 ล้านบาท จาก 398 ล้านบาท
* **Adjusted Core EBITDA margin ไตรมาส 3/2564 ขยายตัวสู่ 25.7%** จาก 15.8% ในปีก่อน
* **งวด 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้หลักเติบโต 65.2% YoY** เป็น 19,685 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโต 72.7% YoY เป็น 1,884 ล้านบาท
* **ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง** Net Debt / Equity (ปรับปรุง) อยู่ที่ 0.77x ณ สิ้นไตรมาส 3/2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สตาร์คคอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้หลัก (Core Revenues) เท่ากับ 9,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q3/2563) ที่มีรายได้ 4,655 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการดำเนินงานก่อสร้างโครงการภาครัฐและเอกชนที่ต่อเนื่อง รวมถึงการส่งมอบสินค้าที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนหน้า
ขณะที่กำไรสุทธิ (Net Profit) ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129.9% จาก 398 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 อัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) อยู่ที่ 9.4% เพิ่มขึ้นจาก 8.6% ในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้หลักรวม 19,685 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.2% จาก 11,917 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิรวม 1,884 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.7% จาก 1,091 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.6% เพิ่มขึ้นจาก 9.2%
Adjusted Core EBITDA ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 2,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 242.6% จาก 734 ล้านบาทในปีก่อน และมีอัตรากำไร Adjusted Core EBITDA อยู่ที่ 25.7% เพิ่มขึ้นจาก 15.8% ในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มี Adjusted Core EBITDA รวม 4,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.2% จาก 1,964 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไร Adjusted Core EBITDA อยู่ที่ 20.5% เพิ่มขึ้นจาก 15.0%
## โอกาส
* **การเติบโตของโครงการภาครัฐและเอกชน:** การดำเนินงานก่อสร้างที่ต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนุนรายได้หลักของบริษัท
* **การรับรู้ผลประกอบการธุรกิจในเวียดนาม:** การเข้าควบคุมกิจการ TPC และ DVN ในเวียดนาม ส่งผลให้การรับรู้ผลประกอบการดีขึ้นตามกลยุทธ์
* **การมุ่งเน้นสินค้า High Margin:** การปรับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ (product mix) ไปสู่สินค้าที่มีกำไรสูง ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ:** นโยบายควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการ Supply Chain แบบบูรณาการ (Integrated Supply Chain Management) ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ในอุตสาหกรรมนี้มักมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
* **การพึ่งพิงโครงการภาครัฐและเอกชน:** การพึ่งพิงรายได้จากโครงการขนาดใหญ่ อาจมีความเสี่ยงหากโครงการล่าช้าหรือยกเลิก
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** สำหรับธุรกิจที่มีการส่งออกหรือนำเข้าวัตถุดิบ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความต่อเนื่องของโครงการภาครัฐและเอกชน:** การประเมินความคืบหน้าและปริมาณงานในอนาคต
* **ผลประกอบการของธุรกิจในเวียดนาม:** การเติบโตและศักยภาพในการทำกำไรของ TPC และ DVN
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การบริหารสภาพคล่องและหนี้สิน:** การใช้เงินจากการออกหุ้นกู้เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและชำระคืนหนี้
* **การบรรลุเป้าหมาย Net Debt / EBITDA ที่ 2.0 เท่า:** ความคืบหน้าในการลดอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรจากการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 STARK แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายได้หลัก (Core Revenues) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 110.0% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง การเติบโตนี้สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการการผลิตและการส่งมอบสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
อัตรากำไร Adjusted Core EBITDA ที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 15.8% เป็น 25.7% ในไตรมาสนี้ บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง (High Margin Product Mix) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
การรับรู้ผลประกอบการของบริษัทย่อยในเวียดนาม (TPC/DVN) ที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโต โดยมี Core EBITDA margin อยู่ที่ 9.6% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ซึ่งแม้จะต่ำกว่า PDITL ที่ 17.6% แต่ก็เป็นการเติบโตที่สำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 STARK มีสินทรัพย์รวม 38,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,729 ล้านบาทจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยหักด้วยเงินสด (Net interest bearing debt) อยู่ที่ 12,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,921 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการออกหุ้นกู้ในเดือนกันยายน 2564 เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและชำระคืนหนี้
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,872 ล้านบาท แต่หากปรับปรุงรายการพิเศษจากการซื้อธุรกิจแบบย้อนกลับ (Reverse Takeover) จะมีส่วนของผู้ถือหุ้น (ปรับปรุง) อยู่ที่ 16,414 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt / Equity (Adj)) อยู่ที่ 0.77 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
อัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA (Net Debt / EBITDA) อยู่ที่ 2.6 เท่า (คำนวณจาก EBITDA 12 เดือนล่าสุด) ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะลดลงเหลือประมาณ 2.0 เท่า โดยอาศัยการมุ่งเน้นสินค้า High Margin และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
## สรุปท้าย
STARK โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 แข็งแกร่งด้วยรายได้หลักที่เติบโต 110.0% และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 129.9% จากการดำเนินงานที่ต่อเนื่องของโครงการภาครัฐและเอกชน รวมถึงการส่งมอบสินค้าที่เลื่อนมาจากไตรมาสก่อนหน้า การปรับปรุงอัตรากำไร Adjusted Core EBITDA margin เป็น 25.7% สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการมุ่งเน้นสินค้ากำไรสูง แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการเติบโตของโครงการในเวียดนามและการบริหารจัดการหนี้สินที่รัดกุม ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมเชิงบวกนี้ต่อไปได้ในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
239.01
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91
%
กำไรสุทธิ
-15.14
ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
188.52
-580.43%
|
-39.24
-31.96%
|
-57.67
-222.21%
|
47.19
-0.19%
|
47.28
-24.51%
|
62.63
-9.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.39
+195.10%
|
39.78
-202.00%
|
-39.00
+0.05%
|
-38.98
-88.03%
|
-325.62
+820.09%
|
-35.39
+307.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.09
+8.39%
|
35.14
+19,422.22%
|
0.18
-101.11%
|
-16.20
-130.87%
|
52.48
-12,304.65%
|
-0.43
+168.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
344.00
+864.13%
|
35.68
-136.97%
|
-96.50
+1,106.25%
|
-8.00
-93.59%
|
-124.85
+281.57%
|
-32.72
-156.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
296.23
+6.54%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|
180.33
+47.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.95
-54.15%
|
296.51
+6.64%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|