บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
1.56
+0.04 (+2.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11300 out_tok=3337 at=2026-07-25T13:44:46 -->
CM กำไรสุทธิพลิกบวกแรง 7.94 ล้านบาท รับอานิสงส์ส่งออกฟื้น-บาทอ่อนค่า
CM Q2/2565: รายได้-กำไรปรับตัว ปัจจัยหลักจากปริมาณขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น การปรับราคาสินค้า และอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ขณะที่ต้นทุนผลิตต่อหน่วยลดลง
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7.94 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 5.53 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคา ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงจากการผลิตที่สูงขึ้นและต้นทุนพลังงานที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CM พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2565 มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การฟื้นตัวของรายได้จากการขายต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเติบโตของรายได้จากการขายต่างประเทศที่แข็งแกร่ง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 35.29% YoY และ 28.58% QoQ โดยมีมูลค่า 387.07 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 96.80% ของรายได้รวม ประกอบกับการ **ปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น** จาก 17.31% ในไตรมาส 1/2565 เป็น 20.66% ในไตรมาส 2/2565 ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 7.94 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 5.53 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายต่างประเทศมาจาก **ปริมาณขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศคู่ค้า ประกอบกับการ **ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น** เพื่อสะท้อนต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และ **อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง** เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาท
ในส่วนของการบริหารต้นทุน ฝ่ายจัดการระบุว่า **ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยเฉลี่ยปรับตัวลดลง** เนื่องจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยลดลง นอกจากนี้ **ค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากการใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจาก Solar Roof** และการปรับปรุงอุปกรณ์และกระบวนการผลิตที่ช่วยลดการใช้น้ำมันเตา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มที่ **ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า** ในช่วงครึ่งปีหลังตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตาคือ **ค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น** จากราคาน้ำมันโลกและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ซึ่งคาดว่าจะยังคงอยู่ไปจนถึงช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2565 และ **ปรากฏการณ์ลานีญา** ที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร รวมถึง **ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นและขาดแคลน**
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมจากการขาย** ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 399.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.50% YoY และ 25.02% QoQ โดยรายได้จากการขายต่างประเทศคิดเป็น 96.80% ของรายได้รวม
* **กำไรขั้นต้น** เพิ่มขึ้น 49.26% QoQ เป็น 82.63 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นมาอยู่ที่ 20.66% จาก 17.31% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **กำไรสุทธิ** พลิกกลับมาเป็น 7.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243.45% QoQ และ 175.30% YoY จากที่ขาดทุน 5.53 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565
* **ต้นทุนขายต่อหน่วยเฉลี่ยปรับตัวลดลง** จากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น และค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากการใช้ Solar Roof
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** เพิ่มขึ้น 11.19% QoQ เป็น 63.87 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายโฆษณาและการตลาดที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM มีผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้รวมจากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 33.50% YoY เป็น 399.86 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการขายต่างประเทศที่เติบโตถึง 35.29% YoY การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 การปรับราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ในด้านต้นทุนขาย แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนขายต่อหน่วยเฉลี่ยกลับลดลง 20.81% YoY เป็น 317.24 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยลดลง ประกอบกับการใช้ไฟฟ้าจาก Solar Roof และการปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ช่วยลดต้นทุนพลังงาน
อัตรากำไรขั้นต้นจึงปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 12.33% ในไตรมาส 2 ปี 2564 เป็น 20.66% ในไตรมาส 2 ปี 2565 และอัตรากำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.99% จากที่ติดลบ 3.52% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 7.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175.30% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น จะช่วยหนุนปริมาณการสั่งซื้อสินค้า
* **การปรับราคาสินค้า:** ความสามารถในการปรับราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น ค่าระวางเรือ จะช่วยรักษาอัตรากำไร
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** แนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
* **การบริหารต้นทุนการผลิต:** การใช้ Solar Roof และการปรับปรุงกระบวนการผลิต ช่วยลดต้นทุนพลังงานและต้นทุนโสหุ้ยการผลิต
* **การเติบโตของรายได้อื่น:** การขายเศษซากวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตที่สูงขึ้น เป็นส่วนเสริมรายได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความเสี่ยงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน นโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางหลัก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์
* **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนและราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อต้นทุน
* **ผลกระทบจากปรากฏการณ์ลานีญา:** ปริมาณฝนที่มากกว่าค่าเฉลี่ยอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร
* **ราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นและขาดแคลน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้เงินบาทอ่อนค่าจะเป็นผลดีต่อการส่งออก แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนการนำเข้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณขายสินค้าต่างประเทศ:** การฟื้นตัวต่อเนื่องหลังการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่ง:** ผลกระทบจากค่าระวางเรือที่สูงขึ้น และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** ผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนการนำเข้า
* **ผลผลิตทางการเกษตร:** ผลกระทบจากปรากฏการณ์ลานีญาและราคาปุ๋ยต่อวัตถุดิบ
* **การใช้พลังงานทดแทน:** ประสิทธิภาพของการใช้ Solar Roof ในการลดต้นทุนค่าไฟฟ้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CM แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการส่งออกซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** บริษัทมีการปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น
**Volume:** ปริมาณการขายสินค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในประเทศคู่ค้า ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคฟื้นตัว
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จาก 17.31% ในไตรมาส 1/2565 เป็น 20.66% ในไตรมาส 2/2565 ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและการปรับราคาสินค้า ประกอบกับการลดลงของต้นทุนการผลิตต่อหน่วย
**ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายต่างประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลักที่ 96.80% ของรายได้รวม แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพิงตลาดส่งออกเป็นสำคัญ ในขณะที่รายได้จากการขายในประเทศลดลงเล็กน้อย
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 12.65% QoQ เป็น 488.53 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก เมื่อแปลงเป็นเงินบาท
**ฤดูกาลผลิต:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงฤดูกาลผลิตโดยตรง แต่การที่ปริมาณการผลิตสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนโสหุ้ยการผลิตต่อหน่วยลดลง แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพในช่วงที่มีปริมาณคำสั่งซื้อสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,713.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.97% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 32.37% เป็น 221.09 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 55.64% เป็น 157.19 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 12.65% เป็น 488.53 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 412.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.91% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น และเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,300.75 ล้านบาท ลดลง 1.01% จากไตรมาสก่อน โดยมีผลกำไรสะสมเพิ่มขึ้น แต่มีองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลง
กระแสเงินสดได้มาจากการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือนปี 2565 อยู่ที่ 23.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ใช้ไป 57.27 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่สูงขึ้นและการปรับขึ้นราคาสินค้า รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่อง 2.96 เท่า และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน 0.70 เท่า ซึ่งถือว่ามีสภาพคล่องเพียงพอ สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.32 เท่า ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
CM พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 ด้วยปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการขายต่างประเทศที่แข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดโลกและการปรับราคาสินค้า ประกอบกับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดต้นทุนโสหุ้ยและพลังงาน ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นและปัจจัยภายนอกอื่นๆ แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตาสำหรับการดำเนินงานในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
239.01
ล้านบาท
↑ 13.9% YoY
กำไรขั้นต้น
18.91
ล้านบาท
↓ 15.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.91
%
กำไรสุทธิ
-15.14
ล้านบาท
↑ 93.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-6.33
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
239
↑ + 13.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
19
↓ -15.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-15
↑ + 93.9%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
1.46
ROA (%)
1.77
Book Value/หุ้น
3.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+189
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+117
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
188.52
-580.43%
|
-39.24
-31.96%
|
-57.67
-222.21%
|
47.19
-0.19%
|
47.28
-24.51%
|
62.63
-9.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
117.39
+195.10%
|
39.78
-202.00%
|
-39.00
+0.05%
|
-38.98
-88.03%
|
-325.62
+820.09%
|
-35.39
+307.72%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
38.09
+8.39%
|
35.14
+19,422.22%
|
0.18
-101.11%
|
-16.20
-130.87%
|
52.48
-12,304.65%
|
-0.43
+168.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
344.00
+864.13%
|
35.68
-136.97%
|
-96.50
+1,106.25%
|
-8.00
-93.59%
|
-124.85
+281.57%
|
-32.72
-156.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
296.23
+6.54%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|
180.33
+47.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
135.95
-54.15%
|
296.51
+6.64%
|
278.04
+44.76%
|
192.07
-2.07%
|
196.12
+32.86%
|
147.61
-18.14%
|