บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7473 out_tok=3336 at=2026-07-25T11:06:31 -->
# CEN พลิกขาดทุนหนักปี 65 รับรายได้บริการโทรคมนาคมฟิลิปปินส์พุ่ง - สรุป MD&A Q4/2565
## รายได้บริการโทรคมนาคมฟิลิปปินส์โตแรงหนุนภาพรวม แม้ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานกดดันธุรกิจดั้งเดิม
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 434.91 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 373.14 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก แม้รายได้จากการขายและบริการรวมจะเติบโตขึ้น 7.24% จากการขยายธุรกิจบริการโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CEN ในปี 2565 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 273.71 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง และ **การขาดทุนขั้นต้นจากการดำเนินงาน 24.51 ล้านบาท** ซึ่งลดลงอย่างมากจากปีก่อนที่เคยมีกำไรขั้นต้น 54.68 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการรวมจะเติบโตขึ้น 7.24% หรือ 94.61 ล้านบาท เป็น 1,401.76 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของหลักทรัพย์ที่บริษัทถือครอง ซึ่งไม่ได้สะท้อนถึงผลการดำเนินงานจากการดำเนินธุรกิจปกติโดยตรง ส่วนการขาดทุนขั้นต้นจากการดำเนินงานนั้น เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น:** ราคาเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของธุรกิจลวดเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น และบริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนจำนวน 40 ล้านบาท นอกจากนี้ ราคาพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นมากจากการนำเข้า LNG ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงไฟฟ้า ทำให้ต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราวเพื่อลดผลขาดทุน
* **ราคาขายสินค้าลวดเหล็กลดลง:** แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่ราคาขายสินค้าลวดเหล็กกลับปรับลดลงตามราคาตลาด ทำให้รายได้จากการขายลวดเหล็กลดลงเมื่อเทียบกับปริมาณการขายที่ใกล้เคียงเดิม
* **การหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้า:** การหยุดเดินเครื่องผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าและพลังงานความร้อนของบริษัท ENESOL เพื่อหยุดผลขาดทุนจากความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้
อย่างไรก็ตาม **รายได้จากงานโครงการและการให้บริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 170%** หรือ 207.80 ล้านบาท เป็น 329.89 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการให้บริการด้านโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ผ่านบริษัทย่อย QROI Network Services Inc. (QNSI) ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและการขยายการลงทุนในธุรกิจดังกล่าว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินเป็นรายการที่ผันผวนตามสภาวะตลาดและอาจเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคต ส่วนผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารจัดการควบคุมวัตถุดิบคงคลังอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา และคาดว่ากำไรขั้นต้นจากธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์จะมีแนวโน้มดีขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นดอกเบี้ย ยังคงเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและต้นทุนการดำเนินงานในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิปี 2565 พลิกจากกำไร:** กลุ่มบริษัทขาดทุนสุทธิ 434.91 ล้านบาท ลดลง 808.05 ล้านบาท (-216.55% YoY) จากปีก่อนที่มีกำไร 373.14 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 7.24%:** รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 1,401.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.61 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็กและรายได้จากธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์
* **ธุรกิจโทรคมนาคมฟิลิปปินส์โตเด่น:** รายได้จากงานโครงการและการให้บริการเพิ่มขึ้น 170% เป็น 329.89 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจบริการโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์
* **ต้นทุนสินค้าและบริการพุ่ง 13.88%:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 173.80 ล้านบาท เป็น 1,426.27 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น
* **รับรู้ขาดทุนมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์การเงิน:** มีการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 273.71 ล้านบาท
* **การลงทุนในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์:** บริษัทอนุมัติเข้าลงทุนในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ โดยเข้าซื้อหุ้น ASTI Holdings Limited (ASTI) สัดส่วน 19.89% มูลค่า 216.15 ล้านบาท และจะมีการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อชำระค่าตอบแทน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 434.91 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 373.14 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 808.05 ล้านบาท หรือ 216.55% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 273.71 ล้านบาท และการขาดทุนขั้นต้นจากการดำเนินงาน 24.51 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากจากปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 54.68 ล้านบาท
รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 7.24% เป็น 1,401.76 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลวดเหล็กเพิ่มขึ้นจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ปริมาณการขายจะลดลงเล็กน้อย ส่วนรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าลดลงเนื่องจากการหยุดเดินเครื่องชั่วคราว
ในขณะที่รายได้จากงานโครงการและการให้บริการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 170% เป็น 329.89 ล้านบาท จากการขยายการลงทุนในธุรกิจบริการโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ผ่านบริษัทย่อย QNSI
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 13.88% เป็น 1,426.27 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเหล็กและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการบันทึกผลขาดทุนจากการขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุน 40 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21.57% เป็น 211.20 ล้านบาท เนื่องจากการรวมค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยที่เข้าลงทุนใหม่
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การลงทุนใน QNSI ซึ่งให้บริการติดตั้งและทดสอบระบบส่งสัญญาณสื่อสารบนเสาโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และคาดว่ากำไรขั้นต้นจะมีแนวโน้มดีขึ้น
* **การลงทุนในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์:** การเข้าซื้อหุ้น ASTI Holdings Limited (ASTI) เป็นการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจเทคโนโลยีที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center, Cloud Computing และ IoT ซึ่งจะช่วยต่อยอดธุรกิจและลดต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ:** ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและโทรคมนาคมในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ราคาเหล็กและก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนสูงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตและอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อ:** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ การแข่งขันในตลาด และอาจทำให้ราคาขายสินค้าปรับลดลง
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** รายการนี้อาจเกิดขึ้นอีกได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทถือครอง
* **การแข่งขันในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมโครงสร้างขนาดใหญ่:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อความสามารถในการตั้งราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาเหล็กและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ผลการดำเนินงานของ QNSI ในฟิลิปปินส์:** การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจบริการโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์
* **ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์:** การดำเนินการตามแผนการเข้าซื้อหุ้น ASTI และการผนึกกำลังทางธุรกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยน:** ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization ของโรงงานหรือสายการผลิตโดยตรง แต่กล่าวถึงการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ENESOL ชั่วคราวเพื่อลดผลขาดทุนจากการเดินเครื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการ utilization ตามสภาวะตลาด
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่กล่าวถึงการทยอยส่งมอบเสาโทรคมนาคมไปให้ลูกค้าในและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องในธุรกิจนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาเหล็กที่มีความผันผวนสูงมาก และราคาตลาดของวัตถุดิบได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายปรับลดลง รวมถึงการบันทึกผลขาดทุนจากการขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุน
* **GPM (Gross Profit Margin):** ขาดทุนขั้นต้นจากการดำเนินงาน 24.51 ล้านบาท เทียบกับรายได้จากการขายและบริการ 1,401.76 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นติดลบประมาณ 1.75% ซึ่งลดลงอย่างมากจากปีก่อนที่เคยมีกำไรขั้นต้น 54.68 ล้านบาท
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการส่งมอบเสาโทรคมนาคมไปให้ลูกค้าในต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อผลประกอบการโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการควบคุมวัตถุดิบคงคลังอย่างเหมาะสมและรัดกุม เพื่อไม่ให้มีวัตถุดิบคงคลังมากเกินไป และเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,391.18 ล้านบาท ลดลง 15.32% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 29% ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9%
หนี้สินรวมลดลง 40% เป็น 498.89 ล้านบาท จากการปรับลดวงเงินกู้ยืมและจ่ายภาษี
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 8.71% เป็น 2,892.36 ล้านบาท เนื่องจากโครงการซื้อหุ้นคืนและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนในบริษัทย่อย
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 9.89 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่ดีขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงเหลือ 0.17 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และอัตราผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้น (ROE) ติดลบ (-7.68% และ -15.30% ตามลำดับ) ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากผลขาดทุนจากการตีมูลค่ายุติธรรม
มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 2.35 บาท ลดลงจากปีก่อน ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและสงครามโลก
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ CEN โดยเฉพาะธุรกิจดั้งเดิมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การขยายการลงทุนในธุรกิจบริการโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ผ่าน QNSI ได้กลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ และการเตรียมเข้าลงทุนในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต แม้ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CEN ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
185.65
ล้านบาท
↑ 188.2% YoY
กำไรขั้นต้น
13.70
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.38
%
กำไรสุทธิ
-83.50
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-44.97
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
186
↑ + 188.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-83
↓ -11.9%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CEN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-15.53
ROA (%)
-11.94
Book Value/หุ้น
1.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CEN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CEN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.25
-855.25%
|
11.42
-68.37%
|
36.11
-85.63%
|
251.24
-2.87%
|
258.66
-56.80%
|
598.77
+637.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-33.33
-110.84%
|
307.48
+229.70%
|
93.26
-128.80%
|
-323.79
-10.86%
|
-363.22
-32.97%
|
-541.88
+1,566.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.66
-48.38%
|
105.88
-130.62%
|
-345.75
-6.63%
|
-370.31
+584.87%
|
-54.07
+162.86%
|
-20.57
-110.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.93
-115.29%
|
424.78
-296.29%
|
-216.40
-51.14%
|
-442.86
+155.18%
|
-173.55
+217.22%
|
-54.71
-122.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|
354.45
+149.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
665.78
+11.11%
|
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|