บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6062 out_tok=2764 at=2026-07-25T03:40:50 -->
CEN พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/66 รับอานิสงส์รายได้โครงการภาครัฐ-ฟิลิปปินส์หนุน
รายได้รวมโต 210% จากธุรกิจฟิลิปปินส์ ขณะที่ธุรกิจลวดเหล็กเผชิญแรงกดดันราคาวัตถุดิบ
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิ 76.55 ล้านบาท ลดลง 115 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 191.55 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์และงานโครงการภาครัฐที่เริ่มทยอยรับรู้รายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CEN ในไตรมาส 2 ปี 2566 มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น (ขาดทุนลดลง) มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ โดยเฉพาะจากธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ และการได้รับคำสั่งซื้อโครงการภาครัฐในประเทศ** ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์เติบโตโดดเด่น:** บริษัทมีรายได้จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมเพิ่มขึ้นถึง 210.40% จากการรับรู้รายได้จากการให้เช่า 37 สถานี นอกจากนี้ ยังเริ่มรับรู้รายได้จากบริการใหม่ด้านการตรวจสอบเสาโทรคมนาคม (Tower Inspection) และการปฏิบัติงานและบำรุงรักษาสถานีโทรคมนาคม (O&M) ซึ่งเป็นฐานรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่สำคัญในอนาคต
2. **งานโครงการภาครัฐเริ่มทยอยรับรู้รายได้:** บริษัทได้รับคำสั่งซื้อในงานโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมในไตรมาส 3 ซึ่งจะส่งผลให้มีการส่งมอบและรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป
3. **ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม:** แม้รายได้จากการดำเนินงานจะดีขึ้น แต่บริษัทรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นจำนวน 49.94 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจในประเทศฟิลิปปินส์ที่มีแนวโน้มการเติบโตของรายได้ประจำที่ชัดเจนจากการขยายบริการใหม่ๆ ส่วนงานโครงการภาครัฐคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบที่ยังทรงตัวในระดับสูงสำหรับธุรกิจลวดเหล็ก และความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้า ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 115 ล้านบาท:** ไตรมาส 2/2566 ขาดทุนสุทธิ 76.55 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 191.55 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น:** ได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ที่เติบโต 210.40% และการรับรู้รายได้จากงานโครงการภาครัฐ
* **ธุรกิจลวดเหล็กรักษาปริมาณขายใกล้เคียงเดิม:** แต่เผชิญแรงกดดันจากราคาลวดเหล็กที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2565
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้าปรับกลยุทธ์:** มีการปรับโครงสร้างสัญญาและวิธีการคำนวณรายได้จากราคาก๊าซ ส่งผลให้รายได้เพิ่มสูงขึ้น
* **รับรู้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม:** จำนวน 49.94 ล้านบาท จากสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 80.77 ล้านบาท และรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 49.94 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลขาดทุนสุทธิ 76.55 ล้านบาท ลดลง 115 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 191.55 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนและกำไรจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินในปีก่อน
รายได้จากการขายลวดเหล็กลดลง 22.35 ล้านบาท เนื่องจากราคาลวดเหล็กปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณขายจะใกล้เคียงเดิม ในขณะที่รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนเพิ่มสูงขึ้นจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและวิธีการคำนวณรายได้
รายได้จากงานโครงการและการให้บริการรวม 43.11 ล้านบาท โดย 58.53% มาจากธุรกิจภายในประเทศ และ 41.47% มาจากธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ โดยบริษัทได้รับคำสั่งซื้อโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติม
## โอกาส
* **ธุรกิจบริการในฟิลิปปินส์เติบโตต่อเนื่อง:** การรับรู้รายได้ประจำ (Recurring Income) จากการให้เช่าเสาโทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้น และการเริ่มรับรู้รายได้จากบริการตรวจสอบและ O&M เสาโทรคมนาคม
* **งานโครงการภาครัฐ:** การได้รับคำสั่งซื้อโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงและโครงสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยจาก กฟผ. มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และโอกาสจากโครงการที่จะเปิดประมูลเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง
* **การเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้:** แผนเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และเพิ่มการใช้กำลังการผลิตพร้อมกับการลดค่าใช้จ่ายในกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **การเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่:** อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ราคาสินค้ายังอยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกและไทย
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** โดยเฉพาะราคาลวดเหล็กที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและกำไรขั้นต้นของธุรกิจลวดเหล็ก
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **การพิจารณาวงเงินและอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน:** ตลาดทุนไทยประสบเหตุการณ์ที่บั่นทอนความเชื่อมั่น ส่งผลให้สถาบันการเงินชะลอการพิจารณาวงเงินและปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากงานโครงการภาครัฐ:** โดยเฉพาะตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป
* **การเติบโตของรายได้ประจำจากธุรกิจในฟิลิปปินส์:** การขยายบริการใหม่ๆ และการเพิ่มจำนวนสถานีที่ให้เช่า
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะราคาเหล็กและราคาก๊าซธรรมชาติ
* **ความคืบหน้าการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่:** การศึกษาข้อมูลและการตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนคงที่จากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ในธุรกิจโทรคมนาคม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การได้รับคำสั่งซื้อโครงการภาครัฐมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการมี Order Book ที่แข็งแกร่งในส่วนของงานโครงการ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป สำหรับธุรกิจลวดเหล็ก ปริมาณขายในไตรมาส 2/2566 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน
**ราคาวัตถุดิบและ GPM:** ราคาลวดเหล็กได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2565 และทรงตัวในไตรมาส 2/2566 ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายลวดเหล็ก ในขณะที่ต้นทุนขายในกลุ่มธุรกิจลวดเหล็กเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการตั้งค่าเผื่อขาดทุนจากราคาสินค้าต่ำกว่าราคาทุน เอกสารไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่จากแนวโน้มราคาวัตถุดิบและต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกดดัน GPM ในธุรกิจลวดเหล็ก
**การส่งออกและค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนหรือรายได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน
**สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลสินค้าคงคลังในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,688.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 311.53 ล้านบาท หรือ 9.20% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 289 ล้านบาท และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 34 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,067.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.53 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,621.23 ล้านบาท ลดลง 49.93 ล้านบาท หรือ 1.73% จากสิ้นปี 2565 เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานและการรับรู้การวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 4.07 เท่า ลดลงจาก 5.82 เท่าในปีก่อน และอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.30 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.13 เท่าในปีก่อน แสดงถึงการใช้วงเงินระยะสั้นเพื่อลงทุนจำนวนมาก
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ (2.07%) และอัตราผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ (4.44%) ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปี 2566 รับรู้ผลกำไรจากการตีมูลค่ายุติธรรมที่แตกต่างจากปีก่อน
## สรุปท้าย
CEN ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกฟื้นผลประกอบการโดยมีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจโทรคมนาคมที่ฟิลิปปินส์และการได้รับคำสั่งซื้อโครงการภาครัฐ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ประจำและรายได้จากโครงการในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนพลังงาน รวมถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CEN ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
185.65
ล้านบาท
↑ 188.2% YoY
กำไรขั้นต้น
13.70
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.38
%
กำไรสุทธิ
-83.50
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-44.97
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
186
↑ + 188.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-83
↓ -11.9%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CEN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-15.53
ROA (%)
-11.94
Book Value/หุ้น
1.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CEN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CEN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.25
-855.25%
|
11.42
-68.37%
|
36.11
-85.63%
|
251.24
-2.87%
|
258.66
-56.80%
|
598.77
+637.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-33.33
-110.84%
|
307.48
+229.70%
|
93.26
-128.80%
|
-323.79
-10.86%
|
-363.22
-32.97%
|
-541.88
+1,566.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.66
-48.38%
|
105.88
-130.62%
|
-345.75
-6.63%
|
-370.31
+584.87%
|
-54.07
+162.86%
|
-20.57
-110.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.93
-115.29%
|
424.78
-296.29%
|
-216.40
-51.14%
|
-442.86
+155.18%
|
-173.55
+217.22%
|
-54.71
-122.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|
354.45
+149.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
665.78
+11.11%
|
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|