บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7601 out_tok=3221 at=2026-07-25T12:36:17 -->
# CEN พลิกขาดทุนหนัก Q3/65 รับผลขาดทุนพิเศษ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้หด-ต้นทุนพุ่งกดดันกำไร CEN Q3/65 ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมฟิลิปปินส์เริ่มสร้างรายได้
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 175.60 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 63.14 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน และต้นทุนขายที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวขึ้นแรง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริการด้านโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์เริ่มสร้างรายได้เข้ามาเสริม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CEN ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 175.60 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 120.59 ล้านบาท และต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการของ CEN ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน** จำนวน 120.59 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง และ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 55.77 ล้านบาท (20.26%)** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าและกลุ่มธุรกิจลวดเหล็ก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน แต่โดยทั่วไปมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดหรือปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทถือครองอยู่ ซึ่งในไตรมาสนี้ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss)
* **ต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้น:**
* **กลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า:** ได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนเพิ่มขึ้น แม้ว่าบริษัทจะหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าบางส่วนเพื่อลดผลขาดทุน แต่ต้นทุนที่เกิดขึ้นยังคงส่งผลกระทบ
* **กลุ่มธุรกิจลวดเหล็ก:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามตลาดเหล็กโลก นอกจากนี้ยังมีการบันทึกผลขาดทุนจากการขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนจำนวน 27 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
* **กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม:** แม้จะมีการทยอยส่งมอบเสาโทรคมนาคมให้กับลูกค้าในและต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายจัดการได้มีการบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งได้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** โดยทั่วไปรายการนี้มักมีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน อย่างไรก็ตาม หากการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินดังกล่าวมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้นได้
* **ต้นทุนขายและบริการ:**
* **ราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (เช่น เหล็ก) และราคาพลังงาน (เช่น ก๊าซธรรมชาติ) ยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และสภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
* **ธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การรับรู้รายได้จากธุรกิจนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 175.60 ล้านบาทใน Q3/65:** พลิกจากกำไร 63.14 ล้านบาทใน Q3/64 โดยมีปัจจัยหลักจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ทางการเงิน และต้นทุนขายที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขายลวดเหล็กเพิ่มขึ้น 8.76 ล้านบาท:** แม้ปริมาณการขายจะลดลง แต่ราคาขายที่สูงขึ้นช่วยหนุนรายได้
* **รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนลดลง 19.28 ล้านบาท:** จากการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อลดผลขาดทุนจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น
* **รายได้จากงานโครงการและการให้บริการเติบโต 110%:** มาจากการให้บริการด้านโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์เป็นหลัก (51.70 ล้านบาท)
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 20.26%:** จากราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) และราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น รวมถึงการบันทึกผลขาดทุนจากราคาขายต่ำกว่าทุน 27 ล้านบาทในกลุ่มลวดเหล็ก
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14.29%:** จากการรวมค่าใช้จ่ายของบริษัทต่างประเทศที่เข้าลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 175.60 ล้านบาท ลดลง 238.74 ล้านบาท หรือ 378.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 63.14 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 120.59 ล้านบาท และต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของรายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 308.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% หรือ 19.00 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายลวดเหล็กเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากราคาที่ปรับสูงขึ้น แม้ปริมาณขายจะลดลง ขณะที่รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนลดลงจากการหยุดเดินเครื่องชั่วคราว อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานโครงการและการให้บริการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 110% มาจากการขยายธุรกิจบริการด้านโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 20.26% เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการบันทึกผลขาดทุนจากการขายสินค้าต่ำกว่าทุนในกลุ่มลวดเหล็ก ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14.29% จากการรวมค่าใช้จ่ายของบริษัทต่างประเทศที่เข้าลงทุน
สำหรับงบการเงินรวม 9 เดือนแรกปี 2565 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 211.02 ล้านบาท ลดลง 148.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 431.87 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การรับรู้รายได้จากการลงทุนในบริษัท QROI Network Services Inc. (QNSI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในกลุ่มงานโครงการและการให้บริการ
* **การกลับมาประมูลโครงการภาครัฐ:** คาดว่ารายได้จากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและโทรคมนาคมในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวในปีหน้า หลังโครงการเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เคยเลื่อนออกไป เริ่มกลับมาเปิดประมูล
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งอย่างรัดกุม เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ราคาเหล็กและก๊าซธรรมชาติที่ผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และสภาวะเศรษฐกิจโลก เป็นความเสี่ยงหลักต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในตลาดลวดเหล็ก:** การแข่งขันในตลาดลวดเหล็กยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรม:** ความไม่แน่นอนของมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทถือครอง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
* **ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ส่งผลกระทบต่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และความผันผวนของราคาพลังงานทั่วโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของกลุ่มธุรกิจลวดเหล็กและโรงไฟฟ้า
* **ความคืบหน้าของโครงการโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การรับรู้รายได้และการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์
* **การกลับมาประมูลโครงการภาครัฐ:** โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและโทรคมนาคมในประเทศ
* **การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบ:** กลยุทธ์ของบริษัทในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **ผลกระทบจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทถือครอง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าบางส่วนเพื่อลดผลขาดทุน และการทยอยส่งมอบเสาโทรคมนาคม ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตตามสถานการณ์
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการคาดการณ์ว่ารายได้จากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและโทรคมนาคมในประเทศจะฟื้นตัวในปีหน้า หลังโครงการ กฟผ. กลับมาเปิดประมูล
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กมีความผันผวนสูง และส่งผลให้ต้นทุนขายลวดเหล็กเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการบันทึกผลขาดทุนจากการขายสินค้าต่ำกว่าทุน 27 ล้านบาท
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 22.78 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.99 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินค้า
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึงการทยอยส่งมอบเสาโทรคมนาคมไปให้ลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากงานโครงการและการให้บริการ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรงในส่วนของผลประกอบการ แต่กล่าวถึงภาพรวมกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างเหมาะสมและรัดกุม เพื่อไม่ให้มีวัตถุดิบคงคลังมากเกินไป และป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 5% มาอยู่ที่ 3,787.84 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายชำระหนี้สิน และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจเสาโทรคมนาคมในต่างประเทศ
* **หนี้สินรวม:** ลดลงกว่า 20% มาอยู่ที่ 667.47 ล้านบาท จากการปรับลดวงเงินกู้ยืมและจ่ายภาษี
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 5% มาอยู่ที่ 3,120.37 ล้านบาท จากส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนในบริษัทย่อย และการซื้อหุ้นคืน
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio):** เพิ่มขึ้นเป็น 7.98 เท่า สะท้อนสภาพคล่องที่ดี
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงมาอยู่ที่ 0.21 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี
* **อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) และผู้ถือหุ้น (ROE):** ติดลบ (-2.98% และ -6.09% ตามลำดับ) ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากผลขาดทุนจากการตีมูลค่ายุติธรรม
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CEN ในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน และต้นทุนขายที่พุ่งสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวน แม้ว่าธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์จะเริ่มสร้างรายได้เข้ามาเสริม แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนจากรายการพิเศษและต้นทุนที่สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการหนี้สินยังคงแข็งแกร่ง และมีโอกาสที่รายได้จากโครงการภาครัฐจะฟื้นตัวในปีหน้า ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและทิศทางการดำเนินงานของธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CEN ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
185.65
ล้านบาท
↑ 188.2% YoY
กำไรขั้นต้น
13.70
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.38
%
กำไรสุทธิ
-83.50
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-44.97
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
186
↑ + 188.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-83
↓ -11.9%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CEN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-15.53
ROA (%)
-11.94
Book Value/หุ้น
1.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CEN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CEN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.25
-855.25%
|
11.42
-68.37%
|
36.11
-85.63%
|
251.24
-2.87%
|
258.66
-56.80%
|
598.77
+637.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-33.33
-110.84%
|
307.48
+229.70%
|
93.26
-128.80%
|
-323.79
-10.86%
|
-363.22
-32.97%
|
-541.88
+1,566.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.66
-48.38%
|
105.88
-130.62%
|
-345.75
-6.63%
|
-370.31
+584.87%
|
-54.07
+162.86%
|
-20.57
-110.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.93
-115.29%
|
424.78
-296.29%
|
-216.40
-51.14%
|
-442.86
+155.18%
|
-173.55
+217.22%
|
-54.71
-122.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|
354.45
+149.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
665.78
+11.11%
|
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|