บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7640 out_tok=3025 at=2026-07-25T12:45:53 -->
# CEN พลิกขาดทุน Q2/65 รับอานิสงส์รายได้งานโครงการฟื้นตัว-ธุรกิจฟิลิปปินส์โต
## รายได้งานโครงการในฟิลิปปินส์-ไทยฟื้นตัว หนุนรายได้รวมโต 18% ขณะที่กำไรสุทธิยังถูกกดดันจากรายการพิเศษ
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิ 14.28 ล้านบาท ลดลง 112% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 119.86 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 18% จากการฟื้นตัวของรายได้งานโครงการในประเทศและธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ แต่กำไรสุทธิยังคงได้รับผลกระทบจากรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ CEN ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 14.28 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 119.86 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตถึง 18% หรือ 111.03 ล้านบาท มาอยู่ที่ 728.19 ล้านบาท
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ "รายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน" ซึ่งในไตรมาส 2 ปี 2565 รับรู้ผลขาดทุนจำนวน 11.19 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมากถึง 151.13 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ซึ่งเป็นการปรับมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาดเพื่อค้า (Trading Securities) ในขณะที่ปีก่อนมีกำไรจากการขายเงินลงทุนและสินทรัพย์ทางการเงินจำนวนมาก ทำให้เกิดผลต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การเปลี่ยนแปลงนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว เนื่องจากเป็นการรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและมูลค่าของหลักทรัพย์ ณ วันที่รายงาน ไม่ใช่ผลการดำเนินงานหลักของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ามีการรับรู้ผลกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 20.73 ล้านบาทด้วยเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของรายการดังกล่าว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 18%:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 728.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.03 ล้านบาท หรือ 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายได้งานโครงการฟื้นตัว:** รายได้จากการขายและบริการของบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 686.53% มาอยู่ที่ 92.81 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักจากการให้บริการด้านโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ 72.57 ล้านบาท และงานโครงสร้างสถานีไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคมในประเทศ 20.24 ล้านบาท
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้ายังไม่เต็มที่:** รายได้จากการขายพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจาก 2 โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ได้รับผลกระทบจากสภาวะสงคราม ทำให้ต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราว และกลับมาเดินเครื่องเพียง 1 โรงไฟฟ้าตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2565
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 20% เป็น 328.23 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นสำหรับกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นสำหรับกลุ่มธุรกิจลวดเหล็ก
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 6.57% เป็น 45.60 ล้านบาท จากการพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศและบริษัทลูกที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 54.40% เป็น 6.84 ล้านบาท จากการได้รับวงเงินสินเชื่อเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 14.28 ล้านบาท ลดลง 134.15 ล้านบาท หรือ 112% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 119.86 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 3.10 ล้านบาท และขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 11.19 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2565 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 35.42 ล้านบาท ลดลง 110% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 368.74 ล้านบาท โดยมีผลกำไรขั้นต้นลดลง 89%
รายได้จากการขายและบริการรวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 343.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% หรือ 41.20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายลวดเหล็กเพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณการขายจะใกล้เคียงเดิม
รายได้จากการขายและบริการจากงานโครงการและการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 686.53% มาอยู่ที่ 92.81 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ (QNSI) และงานโครงสร้างสถานีไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคมในประเทศ
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 20% เป็น 328.23 ล้านบาท จากราคาก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลง 45% เหลือ 15.58 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของงานโครงการในประเทศ:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผ่อนคลายลง ทำให้งานโครงการในประเทศเริ่มมีรายได้สูงขึ้น และคาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะกลับมาเปิดการประมูลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
* **การเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากบริษัท QROI Network Service Inc. (“QNSI”) ในฟิลิปปินส์ ส่งผลให้รายได้ส่วนนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและโทรคมนาคม:** การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) จำนวน 500.10 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการให้เช่าเสาโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ และลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและโทรคมนาคมทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** การหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าบางส่วนเนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 50% เป็นผลกระทบจากภาวะสงครามในต่างประเทศ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา
* **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ราคาวัตถุดิบประเภทเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดเหล็กโลก ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายของกลุ่มธุรกิจลวดเหล็ก
* **ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์:** การรับรู้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
* **ความล่าช้าของโครงการ กฟผ.:** แม้จะคาดว่าโครงการ กฟผ. จะกลับมาเปิดประมูลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แต่ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการประมูลโครงการ กฟผ.:** การกลับมาเปิดประมูลโครงการติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้งานโครงการในประเทศ
* **ผลการดำเนินงานของ QNSI ในฟิลิปปินส์:** การเติบโตและผลกำไรของบริษัทย่อยในฟิลิปปินส์ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกลุ่มบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางราคาวัตถุดิบและก๊าซธรรมชาติที่ผันผวน
* **การรับรู้ผลกำไร/ขาดทุนจากรายการทางการเงิน:** ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณการขายลวดเหล็กยังใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นจากราคาที่สูงขึ้น
* **Order Book:** มีการกล่าวถึงการเตรียมกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบลูกค้าเพิ่มขึ้น และการทยอยส่งมอบเสาโทรคมนาคมไปให้ลูกค้าในและต่างประเทศ ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบประเภทเหล็กได้ปรับตัวสูงขึ้นมากและต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนขายของกลุ่มธุรกิจลวดเหล็ก
* **GPM:** กำไรขั้นต้นรวมลดลง 45% ในไตรมาส 2/65 มาอยู่ที่ 15.58 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้จากการขาย
* **ส่งออก:** รายได้จากการให้บริการด้านโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ (QNSI) เป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้จากการขายและบริการรวม
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** บริษัทฯ เน้นการบริหารจัดการ ควบคุมวัตถุดิบอย่างเหมาะสมและรัดกุม เพื่อไม่ให้มีวัตถุดิบคงคลังมากเกินไป และป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาวัตถุดิบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 4,208.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากลูกหนี้การค้า และสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาจากการลงทุนใน QNSI
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 851.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากวงเงินกู้ยืมและเจ้าหนี้การค้า เพื่อเตรียมสินค้าส่งมอบ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 3,357.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีโครงการซื้อหุ้นคืน 11.23 ล้านหุ้น มูลค่า 35.15 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.25 เท่า ลดลงจาก 0.32 เท่าในปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี
* **อัตราผลตอบแทน:** ROA อยู่ที่ 0.03% และ ROE อยู่ที่ 0.09% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการตีมูลค่ายุติธรรม
## สรุปท้าย
CEN ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 14.28 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 18% จากการฟื้นตัวของรายได้งานโครงการในประเทศและธุรกิจโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์ แต่ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรคือรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งเป็นรายการพิเศษ อย่างไรก็ตาม การที่งานโครงการในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะการคาดหวังการประมูลโครงการ กฟผ. ในครึ่งปีหลัง และการเติบโตของธุรกิจในฟิลิปปินส์ เป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CEN ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
185.65
ล้านบาท
↑ 188.2% YoY
กำไรขั้นต้น
13.70
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.38
%
กำไรสุทธิ
-83.50
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-44.97
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
186
↑ + 188.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-83
↓ -11.9%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CEN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-15.53
ROA (%)
-11.94
Book Value/หุ้น
1.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CEN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CEN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.25
-855.25%
|
11.42
-68.37%
|
36.11
-85.63%
|
251.24
-2.87%
|
258.66
-56.80%
|
598.77
+637.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-33.33
-110.84%
|
307.48
+229.70%
|
93.26
-128.80%
|
-323.79
-10.86%
|
-363.22
-32.97%
|
-541.88
+1,566.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.66
-48.38%
|
105.88
-130.62%
|
-345.75
-6.63%
|
-370.31
+584.87%
|
-54.07
+162.86%
|
-20.57
-110.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.93
-115.29%
|
424.78
-296.29%
|
-216.40
-51.14%
|
-442.86
+155.18%
|
-173.55
+217.22%
|
-54.71
-122.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|
354.45
+149.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
665.78
+11.11%
|
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|