บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8648 out_tok=2842 at=2026-07-27T08:52:33 -->
# CEN กำไร Q2/2564 พุ่ง 21.48 ล้านบาท รับอานิสงส์ลวดเหล็ก-ขายลงทุน
## รายได้รวมหด 29% แต่กำไรสุทธิโต เหตุบริหารต้นทุน-รับกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 119.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.48 ล้านบาท หรือ 21.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 29.09% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจลวดเหล็กที่เติบโตสูง และการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ CEN ในไตรมาส 2/2564 เติบโต 21.48 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ คือ 1) การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ในกลุ่มธุรกิจลวดเหล็ก ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 61.86% และ 2) การรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม (บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน)) จำนวน 72.31 ล้านบาท ซึ่งชดเชยผลกระทบจากรายได้รวมที่ลดลง 29.09% โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้งานโครงการและการให้บริการที่ลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจลวดเหล็ก:** การเติบโตของรายได้ในกลุ่มนี้เกิดจากการที่ประเทศจีนลดปริมาณการส่งออกเหล็กและยกเลิกการคืนภาษีส่งออก (Rebate) ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและราคาขายสินค้าประเภทลวดเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากและต่อเนื่อง
* **ธุรกิจโรงไฟฟ้า:** รายได้ลดลง 47.59% เนื่องจากมีการจำหน่ายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้งหมดที่ไม่ก่อให้เกิดกำไรออกไป เพื่อหยุดรับรู้ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
* **ธุรกิจเสาโครงเหล็ก:** รายได้ลดลง 88.76% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงหลายโครงการมาตั้งแต่ปลายปี 2563 ส่งผลให้การสั่งซื้อในปี 2564 ต้องเลื่อนออกไป
* **กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน:** บริษัทได้ขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมคือบริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นไปตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยหยุดการดำเนินธุรกิจที่ไม่สร้างผลกำไรและขายธุรกิจเหล่านั้นออกไป การขายครั้งนี้ทำให้บริษัทรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 177.72% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยังช่วยให้บริษัทย่อยไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัทร่วมที่มีผลขาดทุนต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรเติบโตในไตรมาสนี้ มีลักษณะเป็นครั้งคราวเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ การเติบโตของธุรกิจลวดเหล็กมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการส่งออกของประเทศจีน และราคาวัตถุดิบ ซึ่งอาจมีความผันผวนได้ ส่วนธุรกิจเสาโครงเหล็กยังคงต้องรอการเปิดประมูลงานจาก กฟผ. ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 119.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.48 ล้านบาท หรือ 21.85% YoY
* **รายได้รวม:** 470.43 ล้านบาท ลดลง 193.00 ล้านบาท หรือ 29.09% YoY
* **ธุรกิจลวดเหล็ก:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 6.73% YoY โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจลวดเหล็กเติบโต 61.86% จากราคาวัตถุดิบและราคาขายที่ปรับตัวขึ้น
* **ธุรกิจเสาโครงเหล็ก:** รายได้จากงานโครงการและการให้บริการลดลง 88.76% YoY เนื่องจาก กฟผ. เลื่อนการประมูลงาน
* **กำไรพิเศษ:** รับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม (บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน)) จำนวน 72.31 ล้านบาท
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** หยุดการดำเนินธุรกิจที่ไม่สร้างผลกำไรและขายธุรกิจเหล่านั้นออกไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลกำไรในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 470.43 ล้านบาท ลดลง 29.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 663.43 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 6.73% เป็น 290.81 ล้านบาท แต่รายได้จากงานโครงการและการให้บริการลดลงอย่างมากถึง 88.76% เหลือเพียง 11.80 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการขายสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 492.27% เป็น 136.13 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 119.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.85%
เมื่อพิจารณารายได้ตามกลุ่มธุรกิจ พบว่ากลุ่มธุรกิจลวดเหล็กมีรายได้เพิ่มขึ้น 61.86% จากราคาวัตถุดิบและราคาขายที่สูงขึ้น ในขณะที่กลุ่มธุรกิจเสาโครงเหล็กและกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้ามีรายได้ลดลงอย่างมากถึง 86.18% และ 47.59% ตามลำดับ
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวมลดลง 47.01% เป็น 321.70 ล้านบาท โดยต้นทุนขายลดลง 14.36% ตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลวดเหล็ก และต้นทุนขายในกลุ่มโรงไฟฟ้าลดลงจากการจำหน่ายเงินลงทุนออกไป ต้นทุนจากงานโครงการและการให้บริการลดลง 68.48% ตามปริมาณงานที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 39.84% จากการปรับโครงสร้างพนักงานและการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงปีก่อนมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์จำนวนมาก
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจลวดเหล็ก:** การที่จีนลดการส่งออกและยกเลิก Rebate ภาษีส่งออก ส่งผลดีต่อราคาวัตถุดิบและราคาขายในประเทศ ทำให้มีคำสั่งซื้อจำนวนมากและต่อเนื่อง
* **การขยายธุรกิจใหม่:** บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายฐานธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในประเทศฟิลิปปินส์ และธุรกิจอื่นที่คาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การหยุดดำเนินธุรกิจที่ไม่สร้างผลกำไรและขายออกไป จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและมุ่งเน้นธุรกิจที่สร้างผลกำไรได้ดีขึ้น
* **การผลิตเสาส่งโทรคมนาคม:** อยู่ระหว่างการผลิตเพื่อส่งมอบตามสัมปทาน สร้างยอดขายในต่างประเทศ คาดว่าจะเริ่มส่งมอบในไตรมาส 3
## ความเสี่ยง
* **การเลื่อนประมูลงาน กฟผ.:** ธุรกิจเสาโครงเหล็กยังคงได้รับผลกระทบจากการที่ กฟผ. เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งส่งผลต่อการสั่งซื้อในปี 2564
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบและราคาขายลวดเหล็กจะปรับตัวขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดโลก
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจ แม้บริษัทจะมีการป้องกันและระมัดระวังอย่างดี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและราคาขายลวดเหล็ก:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการส่งออกของจีนและปัจจัยที่มีผลต่อราคา
* **การกลับมาเปิดประมูลงานของ กฟผ.:** ความคืบหน้าในการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจเสาโครงเหล็ก
* **ความคืบหน้าธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในฟิลิปปินส์:** การเริ่มสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่นี้
* **การส่งมอบเสาส่งโทรคมนาคมในต่างประเทศ:** การเริ่มส่งมอบสินค้าในไตรมาส 3 จะเป็นสัญญาณบวกต่อรายได้
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่ลงทุนใหม่:** การสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจที่บริษัทจะเข้าไปลงทุนในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนคงที่บางส่วนที่เป็นต้นทุนจากกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้ (Cost of Idle Capacity) ในธุรกิจเสาโครงเหล็ก ซึ่งบ่งชี้ว่า Utilization ยังไม่เต็มที่
* **Order Book:** มีคำสั่งซื้อจำนวนมากและต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจลวดเหล็ก ส่วนธุรกิจเสาโครงเหล็ก Order Book ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนประมูลงาน
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบและราคาขายสินค้าประเภทลวดเหล็กปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยภายนอก (จีนลดส่งออก/ยกเลิก Rebate)
* **GPM:** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่ระบุว่าหากคิดต้นทุนผลิตที่เกิดขึ้น (ไม่รวม Idle Capacity) บริษัทมีกำไรขั้นต้นของแต่ละผลิตภัณฑ์ในสัดส่วนประมาณ 15%-25% ในกลุ่มเสาโครงเหล็ก
* **ส่งออก:** มีการสร้างยอดขายในต่างประเทศสำหรับเสาส่งโทรคมนาคม
* **ค่าเงิน:** มีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในรายได้อื่นๆ
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 107.98 ล้านบาท จากการสั่งซื้อวัตถุดิบและผลิตสินค้าเพื่อเตรียมส่งมอบ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,450.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.59% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 328.45 ล้านบาทจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 107.98 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 837.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.45% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้น 20.37% เป็น 1,936.14 ล้านบาท เนื่องจากมีผลกำไรเบ็ดเสร็จสำหรับงวด 6 เดือนของปี 2564 นอกจากนี้ ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 130.26% เป็น 676.63 ล้านบาท
## สรุปท้าย
CEN ในไตรมาส 2/2564 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 21.85% แม้รายได้รวมจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจลวดเหล็กที่ได้อานิสงส์จากปัจจัยภายนอก และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการเลื่อนประมูลงานของ กฟผ. ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การขยายธุรกิจใหม่และการปรับโครงสร้างธุรกิจจะช่วยสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CEN ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
185.65
ล้านบาท
↑ 188.2% YoY
กำไรขั้นต้น
13.70
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.38
%
กำไรสุทธิ
-83.50
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-44.97
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
186
↑ + 188.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-83
↓ -11.9%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CEN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-15.53
ROA (%)
-11.94
Book Value/หุ้น
1.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CEN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CEN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.25
-855.25%
|
11.42
-68.37%
|
36.11
-85.63%
|
251.24
-2.87%
|
258.66
-56.80%
|
598.77
+637.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-33.33
-110.84%
|
307.48
+229.70%
|
93.26
-128.80%
|
-323.79
-10.86%
|
-363.22
-32.97%
|
-541.88
+1,566.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.66
-48.38%
|
105.88
-130.62%
|
-345.75
-6.63%
|
-370.31
+584.87%
|
-54.07
+162.86%
|
-20.57
-110.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.93
-115.29%
|
424.78
-296.29%
|
-216.40
-51.14%
|
-442.86
+155.18%
|
-173.55
+217.22%
|
-54.71
-122.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|
354.45
+149.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
665.78
+11.11%
|
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|