บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7964 out_tok=3356 at=2026-07-25T12:16:01 -->
# CEN พลิกขาดทุนยับปี 63 สู่กำไร 373 ล้านบาทปี 64 รับแรงหนุนราคาลวดเหล็ก-กำไรพิเศษ
## รายได้-กำไรโตแรง YoY จากราคาลวดเหล็กพุ่ง-กำไรจากการลงทุน ขณะที่ธุรกิจเสาโทรคมนาคม-ไฟฟ้ายังเผชิญแรงกดดันจากโควิด
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN พลิกฟื้นผลประกอบการอย่างแข็งแกร่งในปี 2564 โดยสามารถสร้างกำไรสุทธิ 373.13 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่ขาดทุนสุทธิ 176.03 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากราคาลวดเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและกำไรจากการขายเงินลงทุน ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจบางประเภทที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CEN พลิกจากขาดทุนในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 373.13 ล้านบาทในปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตและจำหน่ายเส้นลวดเหล็ก (RWI) จากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก และการรับรู้กำไรก้อนใหญ่จากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและกำไรจากการขายเงินลงทุน** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจลวดเหล็ก (RWI):** รายได้จากการขายลวดเหล็กเพิ่มขึ้น 57.15% หรือ 319.83 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **ราคาสินค้าลวดเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับการขยายการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อในปริมาณที่มากขึ้น ฝ่ายจัดการได้เน้นการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงการควบคุมต้นทุนจัดจำหน่ายให้อยู่ในกรอบที่กำหนดได้ แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มสูงขึ้น
* **กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมและกำไรจากการขายเงินลงทุน:** รายได้อื่นที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำในปี 2564 มีมูลค่าสูงถึง 71.69 ล้านบาท โดยมีรายการสำคัญคือ **กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้น 353 ล้านบาท** ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด และ **กำไรจากการขายเงินลงทุนระยะสั้นจำนวน 244.94 ล้านบาท** รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม เช่น บริษัท ไดเมท (สยำม) จำกัด (มหาชน) และบริษัทสระบุรี เอ็นเนอร์จีซิสเท็มส์ 2 จำกัด (SES2)
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจบางประเภทได้รับผลกระทบเชิงลบ:
* **ธุรกิจไฟฟ้าและพลังงาน:** รายได้ลดลง 35.71% เนื่องจากมีการจำหน่ายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 โรงที่ไม่ได้สร้างผลกำไรออกไป
* **ธุรกิจเสาโทรคมนาคม (STOWER):** รายได้จากงานโครงการและการให้บริการลดลง 72.68% เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เลื่อนการเปิดประมูลงานติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศในช่วงปลายปี 2564 และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรในปี 2564 คือราคาลวดเหล็กที่สูงขึ้นและกำไรพิเศษจากการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ **มีลักษณะครั้งคราว** โดยเฉพาะกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
สำหรับธุรกิจลวดเหล็ก แม้จะมีการขยายการผลิตและได้รับคำสั่งซื้อเพิ่ม แต่การปรับตัวของราคาลวดเหล็กในตลาดโลกยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ส่วนธุรกิจเสาโทรคมนาคม มีสัญญาณบวกจากการเริ่มรับรู้รายได้ค่าเช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศและคาดว่าจะมีการประมูลงาน กฟผ. ในปี 2565 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในระยะยาว แต่การฟื้นตัวของธุรกิจไฟฟ้ายังต้องพิจารณาจากการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าที่เหลืออยู่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 373.13 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 312% จากปี 2563 ที่ขาดทุน 176.03 ล้านบาท โดยกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 348.52 ล้านบาท (0.47 บาทต่อหุ้น)
* **รายได้รวม 1,907 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 10.73% จากปี 2563 โดยมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจลวดเหล็กโต 57.15% และกลุ่มธุรกิจการลงทุนโต 265.60%
* **กำไรขั้นต้นพุ่ง 177%:** อยู่ที่ 82.57 ล้านบาท จากการที่ราคาสินค้าลวดเหล็กปรับสูงขึ้นและการบริหารต้นทุน
* **รับรู้กำไรพิเศษก้อนใหญ่:** จากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน 212.07 ล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุน 244.94 ล้านบาท
* **ธุรกิจเสาโทรคมนาคมและไฟฟ้าเผชิญแรงกดดัน:** รายได้ลดลงจากผลกระทบโควิด-19 และการปรับโครงสร้างธุรกิจ
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 48% เป็น 4,004.73 ล้านบาท โดยมีเงินรับล่วงหน้าจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ 363.55 ล้านบาท และ D/E Ratio ลดลงเหลือ 0.26 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 กลุ่มบริษัท CEN มีกำไรสุทธิ 373.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 312% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีผลขาดทุน 176.03 ล้านบาท การพลิกกลับมามีกำไรนี้เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นของธุรกิจลวดเหล็กจากการปรับตัวของราคาขาย ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและกำไรจากการขายเงินลงทุน ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
รายได้รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 1,907 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.73% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจลวดเหล็กที่เติบโตถึง 57.15% และกลุ่มธุรกิจการลงทุนที่เติบโตถึง 265.60% ในขณะที่กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและเสาโทรคมนาคมได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการปรับโครงสร้างธุรกิจ ทำให้รายได้ในกลุ่มนี้ลดลง
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมากถึง 177% มาอยู่ที่ 82.57 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ราคาสินค้าลวดเหล็กปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงต้นทุนจัดจำหน่ายให้อยู่ในกรอบที่กำหนดได้
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจเสาโทรคมนาคม:** การเริ่มรับรู้รายได้จากการให้เช่าสถานีโทรคมนาคมในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20 ปี และการคาดการณ์ว่าจะเริ่มประมูลงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ได้ภายในไตรมาส 2/2565 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนขายและบริการ รวมถึงต้นทุนจัดจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรได้ดียิ่งขึ้น
* **การปรับโครงสร้างธุรกิจ:** การจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่สร้างผลตอบแทน เช่น โรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจลวดเหล็ก:** ความต้องการใช้ลวดเหล็กในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสินค้า:** ราคาลวดเหล็กและราคาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง เช่น เหล็ก และราคาพลังงาน อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาขาย
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะในส่วนของงานโครงการและการให้บริการที่อาจมีการเลื่อนหรือยกเลิก
* **ความไม่แน่นอนของการประมูลงานภาครัฐ:** การเลื่อนการเปิดประมูลงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของกรอบเวลา ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้
* **การพึ่งพิงกำไรพิเศษ:** การที่ผลประกอบการปี 2564 ได้รับแรงหนุนอย่างมากจากกำไรพิเศษจากการลงทุน ทำให้เกิดความเสี่ยงหากในปีถัดไปไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาลวดเหล็กและวัตถุดิบ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาลวดเหล็กและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เพื่อประเมินผลกระทบต่อ GPM ของ RWI
* **ความคืบหน้าการประมูลงาน กฟผ.:** การเริ่มประมูลงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ในไตรมาส 2/2565 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ของกลุ่มธุรกิจเสาโทรคมนาคม
* **การรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าสถานีโทรคมนาคม:** ติดตามการทยอยรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการส่งมอบงานตามแผนงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประเมินความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและบริการ ท่ามกลางภาวะต้นทุนพลังงานที่อาจผันผวน
* **การดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่ยังคงอยู่:** ติดตามผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า Co-generation ที่ยังคงสร้างรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization และ Order Book:** เอกสารระบุว่าตลาดลวดเหล็กแรงดึงสูงมีความต้องการสูงในช่วงไตรมาส 4 ทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อในปริมาณมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึง Utilization ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book ที่ชัดเจน
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาสินค้าลวดเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก ซึ่งส่งผลดีต่อราคาขาย แต่ก็เป็นความท้าทายในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ
* **GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 177% ซึ่งสะท้อนถึง GPM ที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยมีปัจจัยหลักจากราคาขายลวดเหล็กที่สูงขึ้น
* **การส่งออก:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลการส่งออกที่ชัดเจนในเอกสาร
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ
* **สินค้าคงคลัง:** ฝ่ายจัดการมีการบริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังอย่างเหมาะสมและรัดกุม เพื่อไม่ให้มีวัตถุดิบคงคลังมากเกินไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 4,004.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับเงินล่วงหน้าจากการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ 363.55 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิตและราคาสินค้าที่สูงขึ้น, และการเพิ่มเงินฝากเพื่อค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 836.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% โดยมีการรับวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อเตรียมสินค้าส่งมอบ และมีหนี้สินภาษีเงินได้ค้างจ่ายจากกำไรที่เกิดขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 67% เป็น 3,168.33 ล้านบาท จากส่วนเกินทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนในบริษัทย่อยและผลกำไรสำหรับปี 2564
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 6.13 เท่า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 0.26 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 8.70% และอัตราผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 16.41% เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงถึงการใช้สินทรัพย์และส่วนของผู้ถือหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพในการสร้างกำไร
## สรุปท้าย
CEN พลิกเกมได้อย่างน่าประทับใจในปี 2564 ด้วยการสร้างกำไรสุทธิ 373.13 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากราคาลวดเหล็กที่พุ่งสูงขึ้นและการรับรู้กำไรพิเศษจากการลงทุน แม้ว่าธุรกิจบางส่วนยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มงวดและการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสในการฟื้นตัวของธุรกิจเสาโทรคมนาคมและพลังงาน จะเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่า CEN จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตนี้ไว้ได้ในระยะยาวหรือไม่ ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจโลก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CEN ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
185.65
ล้านบาท
↑ 188.2% YoY
กำไรขั้นต้น
13.70
ล้านบาท
↓ 70.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.38
%
กำไรสุทธิ
-83.50
ล้านบาท
↓ 11.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-44.97
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
186
↑ + 188.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↓ -70.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-83
↓ -11.9%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CEN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
-15.53
ROA (%)
-11.94
Book Value/หุ้น
1.58
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CEN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-33
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CEN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.25
-855.25%
|
11.42
-68.37%
|
36.11
-85.63%
|
251.24
-2.87%
|
258.66
-56.80%
|
598.77
+637.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-33.33
-110.84%
|
307.48
+229.70%
|
93.26
-128.80%
|
-323.79
-10.86%
|
-363.22
-32.97%
|
-541.88
+1,566.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.66
-48.38%
|
105.88
-130.62%
|
-345.75
-6.63%
|
-370.31
+584.87%
|
-54.07
+162.86%
|
-20.57
-110.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-64.93
-115.29%
|
424.78
-296.29%
|
-216.40
-51.14%
|
-442.86
+155.18%
|
-173.55
+217.22%
|
-54.71
-122.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|
354.45
+149.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
665.78
+11.11%
|
599.23
-27.29%
|
824.17
+44.18%
|
571.62
-49.61%
|
1,134.28
+278.35%
|
299.80
-15.42%
|